4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. เข้าร่วมประชุมพิจารณาความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลภาครัฐในพื้นที่พิเศษ

วันที่ 8 กันยายน  2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพและความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลภาครัฐ เข้าร่วมการประชุมคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการพัฒนาประสิทธิภาพ และความยั่งยืนทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐ ในคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา ครั้งที่ 9/2569  ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2  อาคารรัฐสภา การประชุมได้พิจารณาประเด็นความยั่งยืนของโรงพยาบาลในพื้นที่พิเศษ ความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และโครงการอาสาพยาบาล โดยมีผู้แทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ผู้แทนผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1, 11 ผู้อำนวยการ รพ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน รพ.แม่สอด จ.ตาก รพ.เกาะยาวชัยพัฒน์ จ.พังงา เข้าร่วมให้ข้อมูล

โรงพยาบาลแม่สอด ให้ข้อมูลว่า รพ.แม่สอดเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 420 เตียง มีภารกิจในการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตาก ซึ่งมีโครงสร้างประชากรที่มีความหลากหลายและมีความซับซ้อนทั้งประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งรพ.แม่สอดประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน สาเหตุมาจากข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ ภาระงานที่เพิ่มขึ้นเกินกว่าศักยภาพในการให้บริการ การลาออกของบุคลากร โดยเฉพาะผู้ช่วยเหลือคนไข้และแพทย์ นอกจากนี้ รพ.ยังมีภาระค่าใช้จ่ายจากการให้บริการรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยที่ไม่มีสิทธิได้รับการเบิกจ่ายจากกองทุนสุขภาพต่าง ๆ และไม่มีความสามารถในการชำระค่ารักษาพยาบาลส่งผลให้ รพ.มีภาระหนี้สูญสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดสรรงบประมาณให้แก่ รพ.แม่สอดยังใช้หลักเกณฑ์เดียวกับโรงพยาบาลทั่วไปซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความยากลำบาก และภาระงานที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ชายแดน จึงมีข้อเสนอให้พิจารณาจัดตั้งกองทุนสำหรับสนับสนุนการรักษาพยาบาลในพื้นที่ชายแดน และกำหนดมาตรการสร้างแรงจูงใจด้านค่าตอบแทนและความก้าวหน้าในสายงานสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในพื้นที่พิเศษ เพื่อจูงใจให้บุคลากรเข้ามาปฏิบัติงานและสามารถปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง

เขตสุขภาพที่ 1 ให้ข้อมูลว่า หน่วยบริการในเขตสุขภาพที่ 1 โดยเฉพาะ รพ.แม่ฮ่องสอน ประสบปัญหาและข้อจำกัดในการให้บริการสุขภาพ เช่น 1) ความยากลำบากในการเดินทางและการรับส่งต่อผู้ป่วย เนื่องจากหน่วยบริการแต่ละแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและมีระยะทางห่างกันมาก 2) การให้บริการแก่ผู้ป่วยต่างชาติ โดยพบผู้ป่วยต่างชาติที่ไม่มีสิทธิได้รับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากกองทุนสุขภาพ และไม่สามารถเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้ ส่งผลให้หน่วยบริการต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวไว้เอง 3) การขาดแคลนบุคลากร แม้ว่าหน่วยบริการจะมีกรอบอัตรากำลังและตำแหน่งข้าราชการรองรับ แต่ยังประสบปัญหาไม่มีผู้ประสงค์สมัครเข้าปฏิบัติงาน เนื่องจากพื้นที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง ส่งผลต่อศักยภาพและประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน โดยหน่วยบริการได้พยายามดำเนินมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากร เช่น การสร้างความร่วมมือกับ รพ.ศิริราชในการส่งแพทย์ที่อยู่ระหว่างการศึกษาในชั้นปีสุดท้ายไปปฏิบัติงานในพื้นที่ แต่ยังคงประสบข้อจำกัดด้านการเดินทางและสภาพพื้นที่ส่งผลให้มาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรได้อย่างยั่งยืน

โรงพยาบาลสบเมย ให้ข้อมูลว่า รพ.ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาและมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง ส่งผลให้โรงพยาบาลมีต้นทุนค่าบริการสูงกว่าโรงพยาบาลทั่วไป เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเวชภัณฑ์และการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินในอัตราสูง ต้องแบกรับภาระงบประมาณในการดูแลประชากรแฝงและผู้ป่วยที่ไม่มีสิทธิได้รับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งประสบปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยปัจจุบันมีแพทย์ปฏิบัติงานเพียง 4 คน ขณะที่มีประชากรในความรับผิดชอบกว่า 49,333 คน คิดเป็นสัดส่วนแพทย์ 1 คนต่อประชากร 12,283 คน โดยรพ.ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ เช่น การพัฒนาระบบส่งต่อและเครือข่ายสุขภาพ การบริหารกำลังคนร่วมกันในระดับเครือข่าย การนำเทคโนโลยี Telemedicine มาใช้ในการให้บริการ จึงมีข้อเสนอให้พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาการให้บริการสุขภาพในเขตพื้นที่พิเศษและพื้นที่ชายแดน เช่น 1) ปรับหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่พิเศษและพื้นที่ชายแดนให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ต้นทุนการให้บริการ และภาระงานที่เกิดขึ้นจริง 2) กำหนดหน่วยงานหลักรับผิดชอบพื้นที่พักพิงชั่วคราวเป็นการเฉพาะ เพื่อให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการดูแลและสนับสนุนการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเป็นระบบ

เขตสุขภาพที่ 11 ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลในเขตพื้นที่พิเศษประสบปัญหาในการบริหารจัดการและการให้บริการ เช่น 1) ต้นทุนค่าบริการคงที่อยู่ในอัตราสูง เนื่องจากต้องเตรียมความพร้อมในการให้บริการ 24 ชั่วโมง แม้ว่าจะมีประชากรในความรับผิดชอบเพียงประมาณ 12,000 คน ขณะที่ระบบการจ่ายเงินชดเชยค่าบริการใช้วิธีเหมาจ่ายรายหัว ไม่ใช่การจ่ายตามต้นทุนคงที่ขั้นต่ำที่จำเป็นต่อการเปิดให้บริการ 2) ต้นทุนการส่งต่อผู้ป่วยอยู่ในอัตราสูง เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศและจำเป็นต้องใช้การเดินทางโดยเรือหรือเฮลิคอปเตอร์ในการส่งต่อผู้ป่วย 3) ภาระค่าใช้จ่ายจากผู้ป่วยนอกพื้นที่ ประชากรแฝง และนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลกรณีอุบัติเหตุที่ไม่สามารถเรียกเก็บค่าบริการได้ ส่งผลให้หน่วยบริการต้องรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าว 4) ปัญหากำลังคนและการคงอยู่ของบุคลากรเฉพาะทางโดยบุคลากรเฉพาะทางมีการหมุนเวียนออกจากพื้นที่ในอัตราสูง เนื่องจากพื้นที่มีความห่างไกลและมีข้อจำกัดด้านโอกาสความก้าวหน้าทางวิชาชีพ 5) การใช้ทรัพยากรร่วมกันในเครือข่ายยังมีข้อจำกัด ส่งผลให้การบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างหน่วยบริการยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความห่างไกลของโรงพยาบาลยังส่งผลให้ประชาชนมีภาระด้านการเดินทางและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รวมทั้งการได้รับบริการที่ล่าช้า โดยเฉพาะบริการฉุกเฉินขณะที่การส่งต่อผู้ป่วยมีข้อจำกัดและมีความเสี่ยงสูง แม้ว่า สปสช. จะจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่การจัดสรรงบประมาณดังกล่าวยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนค่าบริการที่แท้จริง และยังไม่ได้ออกแบบให้เหมาะสมกับหน่วยบริการที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่เป็นเกาะโดยเฉพาะ

โรงพยาบาลเกาะยาวชัยพัฒน์ ให้ข้อมูลว่า รพ.กำลังประสบปัญหาภาระต้นทุนคงที่สูงกว่ารายได้จากการให้บริการ โดยมีสถานะเงินบำรุงคงเหลือติดลบ จำนวน 915,515 บาท และยังต้องจัดตั้งหน่วยบริการเพิ่มเติมตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากประชาชนบนเกาะยาวใหญ่ประสบความยากลำบากในการเดินทางข้ามเกาะ แม้ว่าการขยายบริการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข แต่ก็ส่งผลให้ รพ.มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณ 5 ล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ รพ.ยังมีข้อจำกัดด้านระบบส่งต่อผู้ป่วยทางเรือเนื่องจากเรือพยาบาลที่มีอยู่ในปัจจุบันชำรุดและไม่สามารถใช้งานได้ และไม่มีงบประมาณเพียงพอในการซ่อมบำรุง จำเป็นต้องใช้วิธีเช่าเหมาลำเรือเป็นครั้งคราวซึ่งมีความเสี่ยงในกรณีที่ไม่สามารถจัดหาเรือได้ หรือในช่วงมรสุมที่มีคลื่นลมแรง โดยมีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลบนฝั่งเฉลี่ย 2-3 รายต่อสัปดาห์ ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายสูงทั้งค่าเช่าเรือและค่าน้ำมัน

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ให้ข้อมูลว่า สบส. มุ่งดำเนินการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบสุขภาพปฐมภูมิ เพื่อลดความแออัดและภาระของโรงพยาบาล โดยดำเนินโครงการอาสาพยาบาล (อสพ.) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคโดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และผู้ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการทำหัตถการอย่างต่อเนื่องในชุมชนตามที่ได้รับมอบหมาย โดยมีทีมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงาน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ รวมทั้งมีการติดตามความก้าวหน้าและผลการปฏิบัติงานผ่าน Mini App ภายใต้แอปพลิเคชันหมอพร้อม โดยการดำเนินงานในระยะแรก กำหนดเป้าหมายจำนวน 7,500 ตำบลทั่วประเทศ โดยจัดสรร อสพ. ตำบลละ 1 คน และมีแผนขยายผลให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อเสริมสร้างระบบสุขภาพปฐมภูมิให้มีความเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน

คณะอนุกรรมาธิการมีข้อเสนอแนะ เช่น 1) ควรมีการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนสำหรับประเมินผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์สุขภาพของโครงการอาสาพยาบาล (อสพ.) เพื่อประเมินว่าโครงการสามารถลดต้นทุนด้านสุขภาพและลดภาระการให้บริการของโรงพยาบาลได้อย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ 2) ควรมีการวิเคราะห์ฉากทัศนในระยะสั้นและระยะยาวในการดำเนินโครงการ อสพ. เพื่อประเมินแนวโน้มผลกระทบ ปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อันจะช่วยให้สามารถกำหนดแนวทางและวางแผนการดำเนินงาน จัดเตรียมทรัพยากรและมาตรการรองรับได้อย่างเหมาะสม 3) ควรพิจารณายกระดับโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่พิเศษหรือพื้นที่ชายแดนให้มีสถานะเป็นโรงพยาบาลด้านความมั่นคงของประเทศ และพิจารณาบรรจุไว้ในแผนความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้มีการกำหนดโครงสร้าง นโยบาย แผนงาน และตัวชี้วัดในระดับปฏิบัติการที่ชัดเจน รวมทั้งให้ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ กำลังคน ทรัพยากรที่สอดคล้องกับภารกิจและสภาพพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของระบบบริการในพื้นที่พิเศษ

รูปภาพเพิ่มเติม
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้