ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู

สวรส.เกาะติดผลประเมินการวิจัย ขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในคณะทำงานติดตามและประเมินผลกระทบของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

          วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ได้เข้าร่วมการประชุมคณะทำงานติดตามและประเมินผลกระทบของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 3/2569 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ซึ่งคณะทำงานดังกล่าวมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อร่วมติดตามความก้าวหน้าและพิจารณาผลการศึกษาจากโครงการ “การสังเคราะห์หลักฐานเพื่อการตัดสินใจเชิงนโยบายจากการประเมินผลกระทบของการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 180 วัน ในประเทศไทย” ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

          โดยคณะผู้วิจัย HITAP ได้รวบรวมจากหลายแหล่ง ครอบคลุมทั้งมิติสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว รวมจำนวน 7 ฐานข้อมูล ประกอบด้วยข้อมูลการบาดเจ็บทางถนน ข้อมูลภาษีสรรพสามิต ข้อมูลการรักษาพยาบาล ข้อมูลการตั้งด่านตรวจ ข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อมูลการท่องเที่ยว และข้อมูลด้านพฤติกรรมและค่าใช้จ่ายของครัวเรือน รวมถึงผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการ และวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว พบว่า ในระยะเวลา 180 วันแรกหลังการขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังไม่พบผลกระทบเชิงบวกหรือเชิงลบที่ชัดเจนทั้งในด้านสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าในอนาคตจะไม่เกิดผลกระทบ เนื่องจากผลกระทบบางประการอาจต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะปรากฏ โดยเฉพาะผลกระทบด้านสุขภาพ รวมถึงมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 3 ประการ ดังนี้ (1) ให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัดทำระบบติดตามและประเมินผลระยะยาว กำหนดตัวชี้วัดและเกณฑ์เตือนภัยที่ชัดเจน (2) ให้คณะกรรมการควบคุมฯ จัดทำแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมสำหรับผู้ประกอบการ เช่น การอบรมพนักงาน การตรวจบัตรประชาชน และการสื่อสารกฎระเบียบใหม่  (3) ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสริมมาตรการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุก โดยเฉพาะการตรวจวัดแอลกอฮอล์และการป้องกันการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเยาวชน

          ที่ประชุมได้มีการอภิปรายผลการวิจัยอย่างกว้างขวาง โดยพยายามผลักดันให้นักวิจัยทำข้อเสนอแนะให้เป็นรูปธรรม และ สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้ โดยคำนึงถึงบริบทของทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ประกอบการ และความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ โดย ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ ได้ให้แนวทางต่อผู้วิจัยว่า ข้อเสนอเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอาจกลายเป็นภาระของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เพิ่มขึ้นเพียงฝ่ายเดียว จึงควรมีภาคส่วนอื่นหรือเครือข่ายใด เช่น ฝ่ายปกครอง (นายอำเภอ, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน) หรือเครือข่ายภาคประชาชน ที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนได้บ้าง เพื่อลดความเครียดและการทำงานที่หนักเกินไปของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึง ที่ประชุมได้มีความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า การควบคุมไม่ได้อยู่ที่การขยายเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียว แต่การป้องกันและทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ

          รองผู้อำนวยการ สวรส. ได้เน้นย้ำว่า การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ควรจัดทำการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Mapping) อย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถระบุบทบาท ความรับผิดชอบ และกลไกการขับเคลื่อนของแต่ละภาคส่วนได้อย่างชัดเจน ว่ามีกลุ่มใดบ้าง (เช่น ภาคประชาชน, ภาคเอกชน, สมาคม, มูลนิธิฯ, ศวปถ., ศวส. สสส., สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค, สภาอุตสาหกรรม, สภาหอการค้า, สตช.) และต้องการให้ stakeholder ทำอะไร ภายในเมื่อไหร่ เพื่อให้ข้อเสนอสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงตาม Timeline ที่เหมาะสมในการลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการปลดล็อคครั้งนี้ จึงขอให้ HITAP ทบทวนแนวทางการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายอีกครั้ง เพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการประชุมวันที่ 16 มิถุนายน ได้รอบด้านและเกิดประโยชน์สูงสุด

รูปภาพเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้