4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. ปั้น ‘อุตรดิตถ์’ สู่เมืองแห่งการวิจัย หวังดึงการลงทุน-ยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ ด้วยงานวิจัยคลินิก

          ส่วนหนึ่งของการเพิ่มโอกาสที่จะสร้างรายได้จากเศรษฐกิจสุขภาพให้กับประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข คือการดึงดูดการลงทุนทางด้านการวิจัยคลินิก ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยด้านการพัฒนายา วัคซีน เทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ใหม่ ดังนั้นการขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเพิ่มจำนวนของศูนย์วิจัยคลินิกที่มีศักยภาพ และสามารถดำเนินการได้ตามมาตรฐานสากล ให้กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงเป็นอีกภารกิจหนึ่งของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ที่รับบทบาทสำคัญในการเป็นแกนหลักขับเคลื่อนการพัฒนาและจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยคลินิกระดับประเทศ ซึ่งเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา สวรส. นำโดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. นายสุรัติ ฉัตรไชยาฤกษ์ ผู้จัดการสำนักบริหารกลาง สวรส. พร้อมด้วย ศ.พญ.ขวัญชนก ยิ้มแต้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กระทรวงสาธารณสุข นพ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ ผู้อำนวยการสำนักวิชาการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข รศ.(พิเศษ) นพ.สถิตย์ นิรมิตรมหาปัญญา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมหารือเพื่อการพัฒนาจังหวัดอุตรดิตถ์สู่เมืองแห่งการวิจัย ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ อาทิ นายณัฐนันท์ พุ่มพร หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุตรดิตถ์ นพ.ขจร วินัยพานิช นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ นพ.ธเนศ ดุสิตสุนทรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ พญ.ดรุณี พุทธารี สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร (AFRIMS) ณ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์

          นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานของเครือข่ายวิจัยคลินิกประเทศไทย โดยระบุว่า ปัจจุบันทิศทางการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม opportunity tier เนื่องจากมีผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการศึกษาวิจัยจำนวนมาก จึงมีโอกาสที่ผู้สนับสนุนการวิจัย (sponsors) จะสามารถหาอาสาสมัครเพื่อเข้าร่วมโครงการวิจัยพัฒนายาหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ได้มาก สามารถทดแทนกลุ่มประเทศดั้งเดิมอย่างยุโรปหรืออเมริกา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการทำวิจัยสูง จึงเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนด้านการวิจัย แต่ยังต้องมีการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานและศักยภาพการวิจัยให้ได้ตามมาตรฐานสากล และจากข้อมูลในปี 2566 มูลค่าการลงทุนด้านการวิจัยทางคลินิกในประเทศไทยสูงถึงประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท โดย 80% มาจากแหล่งทุนภาคเอกชน และงานวิจัยกว่า 60% ยังกระจุกตัวอยู่ในโรงเรียนแพทย์ เนื่องจากศูนย์วิจัยคลินิกที่มีมาตรฐานระดับสากลในปัจจุบันมีไม่เกิน 9 แห่ง จากทั้งหมด 38 แห่งทั่วประเทศ ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขหลายแห่งมีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เป็นศูนย์วิจัยคลินิกที่มีมาตรฐานระดับสากลได้ หากแต่ต้องปลดล็อกอุปสรรคสำคัญๆ อาทิ การขาดแคลนบุคลากรวิจัยแบบเต็มเวลา การขาดความรู้ด้านการวิจัยคลินิก ระเบียบเงินบำรุงที่ยังไม่สอดคล้องในทางปฏิบัติจริงของการดำเนินงานวิจัย การขาดพื้นที่เฉพาะของศูนย์วิจัยคลินิก การขาดแพลตฟอร์มกลางในการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ บริษัทยา และนักวิจัย ดังนั้นเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าว สวรส. ได้วางแผนยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับระบบนิเวศงานวิจัยคลินิกของไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญที่มุ่งให้เกิดการพัฒนาศูนย์วิจัยคลินิกมาตรฐานสากลให้ได้ 30 แห่งทั่วประเทศ พร้อมเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการวิจัยให้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยครอบคลุมทั้งแพทย์ นักวิจัย พยาบาล เภสัชกร และคณะกรรมการจริยธรรม (EC/IRB) การพัฒนาแพลตฟอร์มกลาง ภายใต้ชื่อ TRAiL (Thailand Research And Clinical Trials Locator) เพื่อเป็นระบบสารสนเทศหลักในการบริหารจัดการและเชื่อมโยงข้อมูลการวิจัยคลินิกของประเทศ ปฏิรูประบบการทำงาน โดยปรับลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและจัดระบบการพิจารณาอนุมัติร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และคณะกรรมการจริยธรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเปรียบเหมือนทีมไทยแลนด์ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาช่วยกัน เพื่อเป้าหมายเดียวกัน

          นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อว่า การวิจัยคลินิกนับเป็นการสร้างโอกาสและความหวังให้กับผู้ป่วย แต่โรงพยาบาลต้องมีการพัฒนาระบบการวิจัยคลินิกให้ชัดเจนและเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งในระยะเริ่มต้น แม้สถานที่ยังไม่พร้อมทุกด้านทั้งหมด สามารถปรับและบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นตามมาตรฐานการวิจัยได้ รวมถึงควรมีการเชื่อมประสานกับเครือข่ายสถาบันการศึกษาในพื้นที่ เพื่อการใช้ทรัพยากรของแต่ละหน่วยงานร่วมกันให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุด 

          “การยกระดับเครือข่ายวิจัยคลินิกในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงยาใหม่และเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางสุขภาพและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านกระบวนการวิจัยคลินิกที่ทั่วโลกยอมรับ” ผอ.สวรส. ย้ำทิ้งท้าย
         
          นพ.ธเนศ ดุสิตสุนทรกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ กล่าวว่า โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ให้ความสำคัญกับเรื่องการวิจัยเพื่อการพัฒนาระบบบริการสุขภาพด้านต่างๆ และมีความพร้อมสูงในหลายมิติ ทั้งด้านนโยบายของโรงพยาบาล และมี passion ที่จะนำเรื่องงานวิจัยมาขับเคลื่อนการพัฒนาโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงอยากเห็นการวิจัยคลินิกที่มีมาตรฐาน สามารถดำเนินการในพื้นที่ของโรงพยาบาลต่างจังหวัดได้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนระบบการวิจัยคลินิกในภาพรวมของประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ซึ่ง รพ.อุตรดิตถ์มีความพร้อมสูงในหลายมิติ ทั้งความสามารถด้านการให้บริการสุขภาพ กลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยโรคต่างๆ ฐานกำลังบุคลากรที่มีคุณภาพ สถานที่ที่พร้อมปรับปรุงเพื่อรองรับการวิจัยคลินิก ที่ผ่านมาก็มีการดำเนินงานด้านการวิจัยร่วมกันระหว่าง รพ.อุตรดิตถ์ และวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ รวมถึงภาคส่วนต่างๆ ในรูปแบบเครือข่าย จึงมั่นใจว่าจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมที่จะเป็นฐานที่มั่นในการศึกษาวิจัยคลินิก และพัฒนาไปสู่เมืองแห่งการวิจัยในอนาคต

          นอกจากนี้ยังได้มีการเยี่ยมชมสถานที่ของ รพ.อุตรดิตถ์ในจุดต่างๆ ที่วางแผนจะปรับปรุงเพื่อรองรับการวิจัยคลินิกในอนาคต ทั้งอาคารหอผู้ป่วย ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Lab) ห้องตรวจวิเคราะห์โรคอุบัติใหม่ โดยมีผู้บริหารและทีมงานของโรงพยาบาลให้ข้อมูล พร้อมรับฟังข้อแนะนำจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาศูนย์วิจัยคลินิกระดับประเทศในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ต่อไป 
         
          ทั้งนี้ รพ.อุตรดิตถ์นับเป็นโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่มีศักยภาพและมีความพร้อมสูง รวมทั้งผู้บริหารเห็นความสำคัญของการวิจัยคลินิกอย่างชัดเจน และมีเครือข่ายด้านการวิจัยในพื้นที่ใกล้เคียงที่เข้มแข็งอย่างเช่น สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร จึงนับเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้เห็นโอกาสของการพัฒนางานวิจัยคลินิกที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ 

รูปภาพเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้