4th Floor, National Health Building 88/39 Tiwanon 14 Road Taradkwan, Muang District Nonthaburi 11000
Font Size
-
+
color contrast
C
C
C
Search
เมนู

สวรส. เร่งเดินหน้าขยายเครือข่ายวิจัยคลินิก รพ. สังกัด สธ. พร้อมหนุน รพ.นครปฐม Hub วิจัยคลินิกภาคตะวันตก เจาะกลุ่มโรคหัวใจ-มะเร็ง-NCDs เพื่อประโยชน์ผู้ป่วย เพิ่มการลงทุนวิจัยให้ประเทศ

          ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพในการดำเนินงานวิจัยทางคลินิกเมื่อเปรียบเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาค แต่เนื่องจากศูนย์วิจัยคลินิกที่มีมาตรฐานในประเทศไทยยังมีจำนวนไม่มากนัก และแต่ละศูนย์วิจัยคลินิกที่มีอยู่อาจยังขาดการทำงานในรูปแบบเครือข่ายอย่างเป็นระบบ ดังนั้นการเพิ่มจำนวนศูนย์วิจัยคลินิกที่เน้นการทำงานร่วมกันในรูปแบบเครือข่าย และการพัฒนาเชิงระบบที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านบุคลากร ระบบนิเวศ ระบบการบริหารจัดการ ฯลฯ โดยเฉพาะศูนย์วิจัยคลินิกภายใต้การดำเนินงานของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จึงนับเป็นจุดคานงัดสำคัญที่จะทำให้เรื่องดังกล่าวสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหลังจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) รับบทบาทสำคัญในการเป็นแกนหลักขับเคลื่อนการพัฒนาและจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยคลินิกระดับประเทศเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา สวรส. ได้มีการดำเนินการขับเคลื่อนเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดประชุมสัมมนาเครือข่ายการวิจัยคลินิกประเทศไทย การลงนาม MOU เพื่อยกระดับมาตรฐานและการเข้าถึงงานวิจัยคลินิกกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และบริษัทยาภาคเอกชน การพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยให้กับบุคลากรวิชาชีพต่างๆ การจัดทำแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี ของแผนงานวิจัยคลินิก ตลอดจนการลงพื้นที่เพื่อกระตุ้นในการจัดตั้งศูนย์วิจัยคลินิก และเชื่อมเครือข่ายการพัฒนาศูนย์วิจัยคลินิกในพื้นที่ต่างๆ และเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา สวรส. นำโดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. นายสุรัติ ฉัตรไชยาฤกษ์ ผู้จัดการสำนักบริหารกลาง สวรส. พร้อมด้วย ศ.พญ.ขวัญชนก ยิ้มแต้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี นพ.เกษม ตั้งเกษมสำราญ ผู้อำนวยการสำนักวิชาการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข นพ.วัฒน์ชัย จรูญวรรธนะ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ สำนักวิชาการสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข รศ.(พิเศษ) นพ.สถิตย์ นิรมิตรมหาปัญญา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมประชุมหารือการพัฒนาแนวทางการจัดตั้งและบริหารเครือข่ายศูนย์วิจัยคลินิกระดับประเทศ เพื่อกระตุ้น เสริมแรง และชวนมองให้เห็นถึงโอกาส ความสำคัญ และประโยชน์ของงานวิจัยคลินิกที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย และโรงพยาบาลที่สามารถจัดตั้งศูนย์วิจัยคลินิกได้ตามมาตรฐาน ณ โรงพยาบาลนครปฐม จ.นครปฐม

          นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวว่า การวิจัยคลินิกมีความจำเป็นอย่างมากกับการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ทางการแพทย์ ซึ่งกระบวนการทางด้านการวิจัยต้องพิสูจน์เพื่อให้ได้คำตอบเชิงประจักษ์ที่ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นไปตามมาตรฐานการวิจัยอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ซึ่งประเทศไทยมีจุดแข็งที่เป็นโอกาสในการพัฒนางานวิจัยคลินิก ไม่ว่าจะเป็นประชากรที่มีจำนวนกว่า 60 ล้านคน และมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างสะดวก ส่งผลให้มีจำนวนผู้ป่วยในระบบบริการสุขภาพมากพอสำหรับการทำวิจัย ซึ่งนับว่าได้เปรียบกว่าประเทศใกล้เคียง อย่างเช่นสิงคโปร์ รวมถึงโรงพยาบาลศูนย์หลายแห่งในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขมีศักยภาพที่จะสามารถดำเนินการวิจัยคลินิกได้ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองหลักในการช่วยเพิ่มจำนวนศูนย์วิจัยคลินิกที่ได้มาตรฐานให้มากขึ้น และกระจายอยู่ทั่วประเทศ

          นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อว่า ระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยคลินิกยังมีประเด็นสำคัญที่เราต้องช่วยกันขับเคลื่อนเพื่อให้การดำเนินงานของศูนย์วิจัยคลินิกแต่ละแห่งสามารถดำเนินการได้อย่างคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ อาทิ การแก้ไขระเบียบเงินบำรุงเพื่อการรับทุนวิจัยจากแหล่งทุนต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ได้มีการหารือกับกรมบัญชีกลางเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขระเบียบฯ การปรับโครงสร้างบุคลากรให้มีตำแหน่งและความก้าวหน้าของบุคลากรด้านการวิจัยที่ชัดเจน เช่น พยาบาลวิจัยหรือพยาบาลคลินิก ฯลฯ การพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ควรใช้ระยะเวลาลดลงแต่ยังคงมาตรฐานการวิจัย 

          “เราต้องทำงานกันเป็นทีมไทยแลนด์ โดยมีการเชื่อมศักยภาพกันระหว่างโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ รวมถึง อย.ก็ต้องมาให้ข้อมูลสนับสนุนเพื่อการศึกษาวิจัยที่ถูกต้องตามมาตรฐานของ อย. ตั้งแต่แรก เพื่อให้เกิดงานวิจัยที่มีมาตรฐาน และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุนด้านการวิจัยจากบริษัทผู้ผลิตยาจากต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนได้มากขึ้น และผลักดันให้ประเทศไทยสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้วยงานวิจัย” ผอ.สวรส. ทิ้งท้าย  
         
          นพ.สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายให้กับโรงพยาบาลศูนย์ในการจัดตั้งศูนย์วิจัยคลินิก ซึ่ง รพ.นครปฐม เห็นถึงความสำคัญของนโยบายดังกล่าว และกำลังเตรียมการในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยต้นทุนเบื้องต้นที่เรามีคือ บุคลากรที่มีความสนใจด้านการวิจัย และมีความพร้อมทางด้านทักษะทางการแพทย์ หากแต่ต้องมีการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยเพิ่มเติม โดยในระยะแรก อาจมุ่งเน้นไปที่การให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการทำวิจัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งครอบคลุมทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และนักวิชาการสาธารณสุข ให้มีทักษะและสามารถดำเนินการวิจัยคลินิกได้ตามมาตรฐาน โดยเป้าหมายในอนาคต โรงพยาบาลวางแผนที่จะพัฒนาเป็นศูนย์วิจัยคลินิกขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับการทำวิจัยต่างๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในพื้นที่โซนตะวันตก เขตสุขภาพที่ 5 คาดว่าจะมีศูนย์วิจัยคลินิกที่เป็นเครือข่ายหลัก 2 แห่ง คือ รพ.นครปฐม และ รพ.ราชบุรี เนื่องจากทั้งสองแห่งมีผู้ป่วยจำนวนมากในโรคต่างๆ ที่สามารถเป็นกลุ่มเป้าหมายให้กับการศึกษาวิจัยคลินิกได้ 

          “รพ.นครปฐม พร้อมที่จะเดินหน้าเรื่องการจัดตั้งศูนย์วิจัยคลินิกอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคลากร การปรับปรุงสถานที่เพื่อรองรับการดำเนินงานวิจัยคลินิกอย่างเป็นระบบ หากแต่ต้องการการสนับสนุนเชิงระบบจากหน่วยงานส่วนกลางเพิ่มเติม เช่น การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การแก้ไขระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการรับทุนวิจัย การศึกษาดูงาน การให้คำปรึกษาด้านกฎหมายในการพิจารณาสัญญารับทุนวิจัยต่างๆ ฯลฯ ซึ่งในอนาคตอาจมีการทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายระหว่างโรงพยาบาลศูนย์ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลสังกัดสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนางานวิจัยคลินิกของประเทศร่วมกัน” ผอ.รพ.นครปฐม กล่าว  

          ทั้งนี้ รพ.นครปฐม แม้จะยังไม่มีศูนย์วิจัยคลินิก และยังไม่เคยมีการรับทุนวิจัยคลินิกจากแหล่งทุนต่างๆ แต่นับว่าเป็นโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่มีศักยภาพ มีความพร้อม มีใจ และเห็นความสำคัญของการวิจัยคลินิก รวมทั้งเป็นโรงพยาบาลที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยเพื่อการศึกษาวิจัยจำนวนมากในกลุ่มโรคต่างๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคติดเชื้อ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ฯลฯ ดังนั้น รพ.นครปฐมจึงเป็นอีกเครือข่ายที่มีศักยภาพ และเห็นโอกาสของการจัดตั้งศูนย์วิจัยคลินิกได้ในเวลาอันใกล้นี้ รวมถึงมีแนวโน้มที่จะสามารถเป็นเครือข่ายหลักของพื้นที่ด้านตะวันตกในการพัฒนาให้การวิจัยคลินิกเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ ตลอดจนสามารถเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยให้กับประเทศในเวลาเดียวกัน

 

รูปภาพเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้