ข่าว/ความเคลื่อนไหว
การพัฒนาระบบสาธารณสุขเพื่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของศูนย์วิจัยคลินิกที่ได้มาตรฐานให้กระจายทั่วประเทศ นับเป็นจุดคานงัดสำคัญของการพัฒนารากฐานในการขับเคลื่อนระบบนิเวศงานวิจัยคลินิกของประเทศไทยให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) รับบทบาทสำคัญในการเป็นแกนหลักขับเคลื่อนการพัฒนาและจัดตั้งเครือข่ายศูนย์วิจัยคลินิกระดับประเทศเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา สวรส. ได้มีการดำเนินการขับเคลื่อนเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดประชุมสัมมนาเครือข่ายการวิจัยคลินิกประเทศไทย การลงนาม MOU เพื่อยกระดับมาตรฐานและการเข้าถึงงานวิจัยคลินิกกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และบริษัทยาภาคเอกชน การจัดทำแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี ของแผนงานวิจัยคลินิก ตลอดจนการลงพื้นที่เพื่อกระตุ้นและเชื่อมเครือข่ายการพัฒนาศูนย์วิจัยคลินิกในพื้นที่ต่างๆ และเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2569 ที่ผ่านมา สวรส. นำโดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ดร.ภญ.นพคุณ ธรรมธัชอารี ผู้จัดการงานวิจัยอาวุโส พร้อมด้วย ศ.พญ.ขวัญชนก ยิ้มแต้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยคลินิก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้ร่วมประชุมหารือการพัฒนาแนวทางการบริหารเครือข่ายศูนย์วิจัยคลินิกระดับประเทศ เพื่อกระตุ้น เสริมแรง และชวนมองให้เห็นถึงโอกาส ความสำคัญ และประโยชน์ของงานวิจัยคลินิกที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยและหน่วยงานที่สามารถจัดตั้งศูนย์วิจัยคลินิกให้ได้ตามมาตรฐาน เพื่อรองรับการลงทุนทางด้านการวิจัยคลินิก ณ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. กล่าวว่า ปัจจุบันการวิจัยทางคลินิกในไทยประมาณ 80-90% มักกระจุกตัวอยู่ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ เช่น ศิริราชฯ จุฬาฯ ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขก็มีศักยภาพสูง เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีแพทย์เฉพาะทางเกือบทุกสาขา และมีจำนวนผู้ป่วยสูงถึง 60-70% ของประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการศึกษาวิจัยที่หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม ระบบนิเวศ (Ecosystem) และระบบบริหารจัดการของไทยยังไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียที่มีหน่วยงานสนับสนุนเฉพาะด้านอย่าง CRM ทำให้ไทยเสียโอกาสในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและการพัฒนานวัตกรรมยา ส่วนการแก้ไขกฎระเบียบและระบบบริหารจัดการเงินบำรุง ปัญหาใหญ่คือระเบียบเงินบำรุงที่ยังไม่สามารถตอบโจทย์การทำงานที่แท้จริงได้ ทำให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถรับค่าตอบแทนการทำงานแบบตรงไปตรงมาได้ อาจต้องเลี่ยงไปใช้เงินผ่านมูลนิธิของโรงพยาบาล ซึ่งเสี่ยงต่อการตรวจสอบความถูกต้อง และสร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุนทุนวิจัย สวรส. จึงมีการหารือกับกรมบัญชีกลาง เพื่อการปรับปรุงระเบียบเงินบำรุงให้สามารถนำมาจัดสรรเป็นค่าตอบแทนให้กับบุคลากรด้านการวิจัย ตลอดจนสามารถนำมาพัฒนาโรงพยาบาลในด้านการวิจัยหรือด้านอื่นๆ ได้ ส่วนด้านการปรับโครงสร้างบุคลากรด้านการวิจัย ควรให้มีโครงสร้างพยาบาลวิจัยที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าการทำวิจัยเป็นงานที่แทรกจากงานให้บริการด้านสุขภาพ นอกจากนี้ความเข้มแข็งของการวิจัยคลินิกประเทศไทย คือการมีสถาบันการศึกษาที่สามารถสนับสนุนงานบริการสุขภาพ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้สนับสนุนทุนวิจัยจากต่างประเทศให้ความเชื่อถือในองค์ความรู้ที่นำมาใช้ในการศึกษาวิจัย ดังนั้นจึงหวังว่าการมาร่วมหารือกับเครือข่ายวิจัยทางคลินิกพื้นที่ จ.เชียงรายในครั้งนี้ จะทำให้ผู้บริหารโรงพยาบาล และทีมงานศูนย์วิจัยทางคลินิก เห็นความสำคัญ และร่วมกันสร้างระบบนิเวศการวิจัยทางคลินิกให้เป็นมาตรฐานสากลและดึงดูดการลงทุนเข้าสู่ประเทศต่อไป
นพ.สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ กล่าวว่า แม้ว่า รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์จะมีภาระงานบริการสุขภาพค่อนข้างมาก แต่ก็ให้ความสำคัญกับงานด้านวิจัยและการศึกษา โดยพยายามทำให้เป็นเรื่องเดียวกัน และนำมาพัฒนาระบบการให้บริการสุขภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ภายใต้วิสัยทัศน์ การเป็นผู้นำระบบสุขภาพชั้นเลิศ บนแนวคิด ‘Chiang Rai First’ และมั่นใจว่า รพ.เชียงรายฯ มีศักยภาพและมีความพร้อมที่จะพัฒนาศูนย์วิจัยคลินิกให้เข้มแข็งและมีมาตรฐาน ภายใน 2 ปีหลังจากนี้
นอกจากนี้ยังได้มีการเยี่ยมชมศูนย์วิจัยคลินิกและสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยคลินิกในแต่ละขั้นตอนของ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ โดยมีทีมงานด้านการวิจัยคลินิกของโรงพยาบาล และทีมจากศูนย์บริหารจัดการงานวิจัยคลินิก สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อการพัฒนาแนวทางการบริหารศูนย์วิจัยคลินิกระดับประเทศในพื้นที่ จ.เชียงราย
ทั้งนี้ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์นับเป็นโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่มีศักยภาพ มีใจ และเห็นความสำคัญของการวิจัยคลินิก รวมทั้งเป็นโรงพยาบาลที่มีกลุ่มเป้าหมายผู้ป่วยเพื่อการศึกษาวิจัยจำนวนมากและหลากหลาย ส่วนด้านมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเป็นสถาบันการศึกษาในพื้นที่ที่เริ่มจะดำเนินการให้เรื่องการวิจัยคลินิกมีการขยายขอบเขตการศึกษาให้กว้างขวางมากขึ้น จึงนับเป็นการเชื่อมเครือข่ายระหว่างโรงพยาบาลและสถาบันการศึกษา ที่เห็นโอกาสของการพัฒนางานวิจัยคลินิกร่วมกันอย่างชัดเจน
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้