ข่าว/ความเคลื่อนไหว
📌 วันนี้ 26 ก.พ. 69 : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นำโดย นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการ สวรส. ได้รับเชิญร่วมเป็นวิทยากรจากสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร เดินหน้าพัฒนาศักยภาพบุคลากรสายงานสนับสนุนการบริหารงานโรงพยาบาล จัดโครงการฝึกอบรม หลักสูตรเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรเพื่อสนับสนุนการบริหารงานโรงพยาบาล รุ่นที่ 6 (สศส.6)
โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างภาวะผู้นำ ทักษะการบริหารจัดการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกสังกัด เพื่อยกระดับระบบบริการสุขภาพแก่ประชาชนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดบรรยายในหัวข้อสำคัญ “The Future Sustainability in Healthcare System” ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมแนวทางการออกแบบระบบบริการสุขภาพที่ยั่งยืน (Service & System Redesign) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม อาทิ Digital Health, AI และ Telehealth เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรภายใต้แนวคิด Green Hospitals เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต
1. เผชิญหน้าความท้าทายระดับโลกและระดับประเทศ ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร (Demographic Shift) ที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว (Aging Society) โดยคาดการณ์ว่าในปี 2576 จะมีสัดส่วนผู้สูงอายุสูงถึง 22.5% ขณะที่อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่อง (TFR 1.1%) ส่งผลให้ภาระโรคเปลี่ยนผ่านสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน
2. การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสุขภาพแห่งอนาคต (HealthTech)
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ ประเทศไทยกำลังมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ได้แก่:
•Digital Transformation: การนำ AI, Big Data และ Cloud มาใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลสุขภาพ
•Virtual OPD & Telemedicine: ระบบบริการดูแลผู้ป่วยนอกทางไกล เพื่อช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลและเพิ่มการเข้าถึงบริการ
•Precision Medicine: การใช้ข้อมูลทางพันธุกรรม (Genomic Medicine) เพื่อการรักษาที่แม่นยำและเฉพาะเจาะจงรายบุคคล
3. การขับเคลื่อนด้วยหลักการ ESG เพื่อความยั่งยืน หัวใจสำคัญของระบบสุขภาพในอนาคตคือการนำแนวคิด ESG มาปรับใช้ในสถานพยาบาล:
•Environmental (E): มุ่งสู่ Net Zero มุ่งเน้นการจัดการขยะทางการแพทย์ (Medical Waste) และการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว (Green Procurement)
•Social (S): สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ (Health Equity) ลดช่องว่างระหว่างเมืองและชนบท พร้อมดูแลสุขภาวะของบุคลากร (Workforce Well-being)
•Governance (G): บริหารจัดการด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดหลักความคุ้มค่า (Value for Money)
4. ยุทธศาสตร์ "SAFE" เพื่อความมั่นคงทางการเงินการคลัง เพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) ดำเนินต่อไปได้อย่างมั่นคง จึงมีการวางหลักการ SAFE:
•Sustainable: มั่นคงในระยะยาว แม้ในช่วงเศรษฐกิจผันผวน
•Adequate: งบประมาณเพียงพอต่อความจำเป็นของประชาชน
•Fair: มีความช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
•Efficient: ใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดคุณค่าและผลลัพธ์ทางสุขภาพสูงสุด
📌 ทิศทางของระบบสาธารณสุขไทยในอนาคต ไม่ใช่เพียงแค่การรักษาโรค แต่คือการสร้างระบบที่ "ยั่งยืน" (Sustainability) ผ่านการนวัตกรรมและการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้คนไทยมี "อายุคาดเฉลี่ยที่มีสุขภาพดี" (HALE) ที่ยาวนานขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสง่างามในยุคดิจิทัล ณ ห้องธานี ชั้น 1 โรงแรม เอส ดี อเวนิว
________________________________________
#สวรส #HSRI #HealthTech #SustainableHealthcare #ESG #ระบบสาธารณสุขไทย
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้