ข่าว/ความเคลื่อนไหว
ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของประชากรโลก ไม่ว่าจะเป็นการที่ประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัย ตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป การย้ายถิ่นฐานข้ามพรมแดนที่เพิ่มขึ้น กำลังส่งผลให้ระบบสาธารณสุขทั่วโลกต้องปรับตัว ข้อมูลจาก UN ปี 2565 มีการประมาณการว่ามีแรงงานข้ามชาติทั่วโลก 281 ล้านคน และมีผู้พลัดถิ่นโดยบังคับถึง 117 ล้านคน โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รองรับประชากรกลุ่มนี้ประมาณ 86 ล้านคน ซึ่งประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางของการเคลื่อนย้ายประชากรในภูมิภาค ทั้งในฐานะประเทศต้นทาง ทางผ่าน และประเทศปลายทาง ดังนั้นการบริหารจัดการระบบสุขภาพในพื้นที่ชายแดนจึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาแลกเปลี่ยนในเวทีประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลปี 2569 หรือ Prince Mahidol Award Conference: PMAC 2026 ในรูปแบบ Field Trip ภายใต้หัวข้อ “Geopolitical Shifts in International Development Assistance and Impact on Migrant Health” เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 ซึ่งเป็นหัวข้อที่จัดกิจกรรมศึกษาดูงานเสมือนจริงในพื้นที่ จ.ตาก ชายแดนไทย-เมียนมา โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้ชมวิดีโอที่นำเสนอประสบการณ์จริงของแรงงานข้ามชาติและผู้พลัดถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการลดลงของความช่วยเหลือระหว่างประเทศ โดยสะท้อนผ่านองค์กรภาคชุมชน เช่น แม่ตาวคลินิก (Mae Tao Clinic) และระบบสาธารณสุขของไทยในจังหวัดตาก ว่ามีการปรับตัวต่อสถานการณ์นี้อย่างไร รวมถึงผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการบริการ ระบบการส่งต่อ และขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งนี้อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นหนึ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดของไทย เนื่องมาจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการข้ามพรมแดนที่หนาแน่น พื้นที่นี้รองรับแรงงานข้ามชาติจำนวนมากจากประเทศพม่าที่เข้ามาทำงานในภาคการผลิต เกษตรกรรม บริการ และสาขาที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้พลัดถิ่นในศูนย์พักพิงชั่วคราว และผู้ที่หนีภัยความไม่สงบหรือความรุนแรงโดยไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนหรือไม่มีการจ้างงานที่เป็นระบบ
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข กล่าวช่วงพิธีเปิดว่า การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน และการย้ายถิ่นฐานข้ามพรมแดนที่เพิ่มขึ้น กำลังผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบสุขภาพทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยสถานการณ์การย้ายถิ่นฐานในระดับโลกและประเทศไทย เป็นประเด็นสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพอย่างมหาศาล ซึ่งประเทศไทยนับเป็นศูนย์กลางของกระแสการย้ายถิ่นในภูมิภาค ทั้งในฐานะประเทศต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง จึงถือเป็นกรณีศึกษาสำคัญสำหรับความท้าทายในเรื่องนี้
“ความท้าทายเร่งด่วนที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่คือ การลดลงอย่างมากของความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ซึ่งถูกขับเคลื่อนโดยลำดับความสำคัญของโลกที่เปลี่ยนไป การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้โครงการด้านมนุษยธรรมที่จำเป็น ต้องลดขนาดลง ทำให้ผู้ย้ายถิ่นและผู้พลัดถิ่นเข้าถึงบริการสุขภาพได้น้อยลง ขณะเดียวกันก็สร้างภาระอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับสถานพยาบาลสาธารณสุขของไทยตามแนวชายแดน” นพ.ศุภกิจ ฉายภาพสถานการณ์เพิ่มเติม
นพ.ศุภกิจ กล่าวต่อว่า พื้นที่ศึกษาดูงานที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ที่ได้ชมจากวิดีโอจะทำให้เห็นประสบการณ์จริงของผู้ย้ายถิ่น และความเข้มแข็งขององค์กรภาคชุมชน เช่น แม่ตาวคลินิก (Mae Tao Clinic) รวมถึงความทุ่มเทของบุคลากรทางการแพทย์จากกระทรวงสาธารณสุขในโรงพยาบาลทุกแห่งตามแนวชายแดน ซึ่งยังคงให้บริการอย่างต่อเนื่องแม้ในสภาวะที่มีทรัพยากรจำกัด อย่างไรก็ตาม สุขภาพดีถ้วนหน้า (Health for All) อาจเป็นเพียงความคาดหวังที่อยากให้เกิดกับกลุ่มที่เปราะบางที่สุด อย่างเช่น ผู้ที่หนีจากความขัดแย้ง ผู้ที่ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน หรือผู้ที่ไม่ได้ทำงานในระบบด้วย วันนี้จึงเป็นอีกเวทีหนึ่งที่เราจะมาช่วยกันหาแนวทางเพื่อปิดช่องว่างของการบริการ และเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นของทุกคนที่อยู่บนแผ่นดินไทย ซึ่งอาจเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและประสบการณ์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ เพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพในระดับโลกเกี่ยวกับสุขภาพของผู้ย้ายถิ่น ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางประชากรและภูมิรัฐศาสตร์
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้