ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู

สวรส. สกัดความรู้-ปั้นหลักสูตร พัฒนาคนทำงานกับความเปราะบาง ตอกฐาน ‘Mindset’ สู่เส้นทางสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพ

          ในยุคที่เต็มไปด้วยความผันผวนไม่แน่นอน ทั้งบริบททางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ทุกคนล้วนมีความเสี่ยงที่อาจต้องเผชิญกับความเปราะบาง และกลายเป็นกลุ่มคนเปราะบางได้เพียงชั่วข้ามคืน ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์
 
          มีหลากหลายเหตุการณ์ที่อาจทำให้คนที่ไม่ได้เป็นกลุ่มเปราะบาง ต้องกลายเป็นคนเปราะบางในทันที หรือทำให้คนที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว ได้รับผลกระทบอย่างสาหัสเข้าไปอีก เช่น การเกิดภัยพิบัติ เศรษฐกิจพลิกผัน การเมืองเปลี่ยนแปลง โรคอุบัติใหม่เกิดขึ้น ฯลฯ นั่นเพราะเหตุการณ์เหล่านั้นสร้างผลกระทบที่รุนแรงและรวดเร็ว ฉะนั้นคำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้คนในสังคมมีศักยภาพเพียงพอที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นนักวิจัยหรือคนทำงานเกี่ยวกับเรื่องความเปราะบาง จำเป็นต้องมี Mindset ที่เป็นต้นทางของการปฏิบัติต่อกลุ่มคนเปราะบางอย่างมีความเข้าใจ และมีความระมัดระวังในสิ่งที่ส่งผลกระทบ โดยเฉพาะทางด้านจิตใจ ตลอดจนมองกระบวนการวิจัยที่หลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม และควรออกจากกรอบความคิดที่ระบุความเปราะบางจากลักษณะทางกายเท่านั้น เพื่อการตีโจทย์งานวิจัยเปราะบางให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงงานวิจัยไม่ควรแค่หาวิธีแก้ปัญหาที่จำเพาะ แต่ควรช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้กับทั้งนักวิจัย คนทำงานในพื้นที่ และกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้มีทักษะและองค์ความรู้ที่สามารถใช้กระบวนการวิจัยลดความเปราะบาง และสร้างความเป็นธรรมด้านสุขภาพให้กับสังคม

          สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จึงร่วมกับ สถาบันการเรียนรู้การสร้างเสริมสุขภาพ (ThaiHealth Academy) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พัฒนาแนวทางการวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้จากการวิจัยและการทำงานในประเด็นความเปราะบาง เพื่อนำองค์ความรู้มาพัฒนาศักยภาพนักวิจัย ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก สวรส. และเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ได้จัดเวทีนำเสนอผลการวิจัยต่อผู้มีส่วนได้เสียและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้จริง และสามารถพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยที่ส่งผลให้เกิดการสร้างงานวิจัยที่มีคุณภาพต่อไป โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้ความคิดเห็น อาทิ ทพ.จเร วิชาไทย ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. คุณสุทธาพร มฤคพิทักษ์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาศักยภาพ THA รศ.ดร.ลือชัย ศรีเงินยวง นักวิชาการอิสระ ผศ.ดร.ภรณี วัฒนสมบูรณ์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศ.ดร.วิสาขา ภู่จินดา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ผศ.ดร.ภญ.สุพัตรา ปรศุพัฒนา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พญ.ศิรินารถ ตรงศิริ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม นพ.ธีรชัย บุญยะลีพรรณ สถาบันพัฒนาอนามัยเด็กแห่งชาติ กรมอนามัย ทพ.ธีรวัฒน์ ทัศนภิรมย์ คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผศ.ดร.วารี กังใจ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา คุณสมพร เพ็งค่ำ สถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภาพโดยชุมชน คุณอนรรฆ พิทักษ์ธานิน สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งเป็นการประชุมทั้งรูปแบบ onsite และ online ณ โรงแรม ทีเค. พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น ถ.แจ้งวัฒนะ กทม.

          ทพ.จเร วิชาไทย ผู้จัดการงานวิจัย สวรส. กล่าวว่า ความเป็นธรรมด้านสุขภาพเป็นมุมมองที่ครอบคลุมในทุกมิติของระบบสุขภาพ และเป็นประเด็นที่ สวรส. มีการสนับสนุนทุนวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบางต่างๆ แต่หลายครั้งที่งานวิจัยในประเด็นกลุ่มเปราะบาง มักถูกตั้งคำถามถึงความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของการเก็บข้อมูล จริยธรรมการวิจัย หรือแม้แต่ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ต่างๆ สวรส. จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการวิจัยที่ดีที่สามารถตอบสนองความเปราะบางได้อย่างแท้จริง ภายใต้การวิจัยที่โปร่งใส และเน้นการสร้างองค์ความรู้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้เข้าร่วมวิจัยมากที่สุด โดยที่งานวิจัยไม่ได้ผูกขาดอยู่กับนักวิจัยเพียงเท่านั้น แต่บทบาทสำคัญคือผู้เข้าร่วมวิจัยที่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างเชิงอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการคิด การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นวิธีคิดที่เน้นให้เกิดการสร้างงานวิจัยร่วมกัน 

          “การพัฒนาหลักสูตรฯ ดังกล่าว มีฐานคิดที่สำคัญจากการถอดบทเรียนงานวิจัย การเก็บข้อมูล การทดสอบหลักสูตรอย่างเข้มข้น เพื่อให้เห็นช่องว่างความรู้และสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและคนทำงานด้านความเปราะบางให้สามารถสร้างงานวิจัยคุณภาพ จาก mind set ที่เข้าใจในความเปราะบางอย่างแท้จริง นอกจากนั้นคนทำงานในระบบบริการสุขภาพในสถานพยาบาลในพื้นที่ ยังสามารถนำความรู้จากหลักสูตรฯ ไปปรับปรุงและพัฒนางานบริการด้านสุขภาพได้อีกด้วย ซึ่ง สวรส. มีแผนที่จะนำหลักสูตรฯ ไปขยายผลเพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในการพัฒนาระบบนิเวศการวิจัยที่เอื้อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับระบบวิจัยและนโยบาย รวมทั้งจะมีการติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดผลลัพธ์และผลกระทบในวงกว้างต่อไป” ทพ.จเร กล่าว    
 
วิจัยสร้างหลักสูตร พัฒนา Mindset & Attitude สู่การออกแบบการทำงานกับความเปราะบาง
          งานวิจัยเพื่อพัฒนาแนวทางการวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้จากการวิจัยและการทำงานในประเด็นความเปราะบาง เพื่อนำองค์ความรู้มาพัฒนาศักยภาพนักวิจัย เป็นงานวิจัยที่มีการดำเนินการต่อเนื่องมาอย่างเข้มข้น ซึ่งขณะนี้เป็นการดำเนินงานในระยะที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและคนทำงานกับความเปราะบางจากหลักสูตรและกระบวนการพัฒนาศักยภาพที่ได้พัฒนาขึ้นในระยะที่ 1 และนำหลักสูตรฯ ไปพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและคนทำงานกับความเปราะบาง ตลอดจนออกแบบเครื่องมือประเมินการพัฒนาศักยภาพเชิงพฤติกรรม และมีการติดตามผลการพัฒนาศักยภาพและนำผลมาปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการพัฒนาฐานคิดและทัศนคติ (Mindset & Attitude) ของนักวิจัย เช่น การเคารพและสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับกลุ่มเปราะบาง การป้องกันอันตรายและเพิ่มประโยชน์สูงสุดแก่กลุ่มเปราะบาง การเสริมพลังและสร้างอำนาจร่วมกับทุกคน การสร้างผลลัพธ์และผลกระทบคืนสู่กลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริง 

          หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยและคนทำงานกับความเปราะบาง แบ่งเป็น 2 หลักสูตร หลักสูตรที่ 1 เพื่อพัฒนาฐานคิดและทัศนคติของนักวิจัย ผ่านการสำรวจอคติภายใน ฐานคิด มุมมองของนักวิจัยที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพและจริยธรรมของงานวิจัย ตลอดจนความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่นำไปสู่การออกแบบการทำวิจัย หลักสูตรที่ 2 เพื่อพัฒนาทักษะในการออกแบบการทำงานกับความเปราะบางของนักวิจัย เพื่อให้สามารถทำงานกับความเปราะบางได้อย่างมีจริยธรรม เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเสริมพลัง รวมทั้งสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้รับประโยชน์จากการสร้างความเปลี่ยนแปลง โดยนักวิจัยและคนทำงานกับความเปราะบางที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพ รุ่นที่ 1 มีจำนวน 84 คน รุ่นที่ 2 มีจำนวน 80 คน ซึ่งทั้งสองรุ่นมีการลงพื้นที่ไปจัดอบรมกระจายทั่วทุกภาค อาทิ อุบลราชธานี สงขลา น่าน ปัตตานี พิษณุโลก มหาสารคาม นครปฐม กทม. นอกจากนี้ปรากฏการณ์ของผู้เข้าร่วมอบรมพบว่า มีทั้งคนที่เคยทำวิจัย และไม่เคยทำวิจัยมาร่วมอบรม และส่วนใหญ่เป็นบุคลากรในหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่ รองลงมาเป็นบุคลากรจากสถาบันการศึกษา อสม. NGO/มูลนิธิ ซึ่งผู้ร่วมอบรมส่วนใหญ่มีความสนใจในการทำวิจัยและเห็นประโยชน์จากงานวิจัย รวมทั้งพบว่า อคติ และ Mindset เป็นเรื่องที่นักวิจัยต้องทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง ไม่คิดแทนหรือตีความจากมุมมองของคนข้างนอก และควรตั้งคำถามกับตนเองว่า ถ้าเรามีความเปราะบาง เราต้องการได้รับการปฏิบัติด้วยอย่างไร 

          นอกจากนี้หลังจากนำความรู้ไปขยายผลกับกลุ่มเป้าหมาย ได้มีการปรับหลักสูตรเพิ่มเติมใน 4 ประเด็นคือ 1) อคติความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมของเพศสภาพ 2) ความเข้าใจเรื่องการทำวิจัยเพื่อสร้างความเป็นธรรม 3) กระบวนทัศน์ที่เกี่ยวกับความเปราะบาง 4) การออกแบบให้ผู้ร่วมอบรมทบทวนตนเองก่อนอบรม เช่น มีความสนใจจะทำงานกับกลุ่มเปราะบางกลุ่มใด และเหตุใดจึงสนใจกลุ่มเปราะบางกลุ่มนี้

นักวิจัยปรับ..งานวิจัยเปลี่ยน
          ผลการพัฒนาศักยภาพพบการเปลี่ยนแปลง 6 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 ด้านความเข้าใจ นักวิจัยสามารถนิยามและเข้าใจกลุ่มเปราะบางได้ลึกซึ้งและหลากหลายมิติมากขึ้น มิติที่ 2 ด้านทัศนคติและจริยธรรม นักวิจัยสามารถพัฒนาจริยธรรมที่ครอบคลุม มีความละเอียดอ่อน และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและเคารพศักดิ์ศรี มิติที่ 3 ด้านทักษะและการปฏิบัติ นักวิจัยมีการทักษะการสื่อสาร การออกแบบ Intervention และการยืนยันผลลัพธ์ มิติที่ 4 การเปลี่ยนแปลงกรอบคิด นักวิจัยสามารถรายงานการเปลี่ยนแปลงจากมุมมองปัจเจกนิยมสู่มุมมองเชิงโครงสร้างได้ มิติที่ 5 ด้านจริยธรรมในฐานะของหลักปฏิบัติ ไม่ใช่กฎระเบียบ นักวิจัยแสดงให้เห็นว่าจริยธรรมการวิจัยได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดและการปฏิบัติ ไม่ใช่แค่เอกสารที่ต้องทำให้ผ่าน มิติที่ 6 งานวิจัยเชิงเปลี่ยนแปลง นักวิจัยเห็นงานวิจัยเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงระบบ ไม่ใช่แค่การสร้างผลงานทางวิชาการ

จากวิจัยสู่ 5 ข้อเสนอเชิงนโยบาย
     1. ควรมีนโยบายด้านการพัฒนาระบบการวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้จากนักวิจัยและงานวิจัย 
     2. สถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยควรบรรจุหลักสูตรฯ นี้ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการฝึกอบรมนักวิจัยอย่างเป็นทางการ เนื่องจากหลักสูตรนี้เป็นหลักการพื้นฐานของการทำวิจัยในทุกมิติ และควรจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการฝึกอบรมนักวิจัยรุ่นใหม่และนักวิจัยที่ทำงานในพื้นที่ให้เข้าถึงหลักสูตรฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 
     3. ควรพัฒนาระบบ Mentoring หรือ Coaching สำหรับนักวิจัยในหน่วยงานภาครัฐที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกล ที่ทำงานกับประชากรกลุ่มเปราะบาง 
     4. ควรมีนโยบายด้านการส่งเสริมฐานคิดและจริยธรรมการวิจัย โดยจัดให้มีพื้นที่การเรียนรู้ร่วม (Community of Practice)
     5. ควรมีนโยบายด้านการเสริมพลังประชากรกลุ่มเปราะบางด้วยการพัฒนาให้เป็นนักวิจัยที่ทำวิจัยประเด็นของตนเอง

ขยับวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย 
     • ส่งต่อให้กับคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (IRB: Institutional Review Board) บรรจุเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์
     • พัฒนาต่อยอดหลักสูตรโดยการจัดทำในรูปแบบ e-learning หรือการเผยแพร่ข้อมูลหลักสูตรผ่านช่องทางเว็บไซต์ แบบเข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยอาจมีเงื่อนไขให้ลงทะเบียนเพื่อติดตามและประเมินผลผู้เรียนเกี่ยวกับเรื่องการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
     • การยกระดับคุณภาพข้อเสนอโครงการ (Proposal) อาจจะไม่ได้บังคับว่าต้องผ่านการอบรม แต่หากนักวิจัยผ่านการอบรมจะช่วยให้เขียนข้อเสนอโครงการได้ดีขึ้นและมีโอกาสได้รับทุนมากขึ้น
     • ผลที่เกิดขึ้นกับผู้ร่วมอบรม สามารถนำไปขยายผลต่อ โดยจัดกลุ่มผู้ร่วมอบรมเป็นกลุ่มนักวิชาการในมหาลัย คนปฏิบัติงานหน้างาน และคนในชุมชน เพื่อสะท้อนข้อมูลต่อไปได้ โดยอาจแยกเป็นหัวข้อ เช่น ลักษณะส่วนตัว เพศ อายุ ลักษณะงาน ฯลฯ เพื่อให้เห็นที่มาของสิ่งที่เราค้นพบที่แตกต่างกัน เพื่อการหนุนเสริมในแต่ละกลุ่มที่แตกต่างกัน พยายามเจาะข้อมูลของผู้ร่วมอบรมให้ลึกและชัดมากขึ้น เพื่อการขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์ได้มากขึ้น 

รูปภาพเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้