ข่าว/ความเคลื่อนไหว
การบริหารจัดการงานวิจัย เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างเป็นระบบ ในบริบทที่ทรัพยากรด้านงบประมาณ บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานมีอย่างจำกัด การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ประเทศสามารถใช้เงินทุนวิจัยอย่างคุ้มค่า ส่งเสริมการวิจัยให้ตอบโจทย์เป้าหมายยุทธศาสตร์ สร้างนวัตกรรมให้ประเทศ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพื่อพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
วันที่ 22-23 เมษายน 2569 ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม Research Excellence Capacity & Accreditation Pathway Southeast Asia (RECAP SEA) Capacity-Building Workshop on Research Management and Administration จัดขึ้นโดย Universiti Malaya ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ด้วยการสนับสนุนจาก The British Academy สถาบันด้านการพัฒนานักวิชาการและองค์ความรู้แห่งสหราชอาณาจักร ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยการประชุมประกอบด้วยผู้แทนจาก 3 ประเทศ รวม 45 คน (มาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย) มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านการบริหารจัดการงานวิจัยแก่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อความร่วมมือและการพัฒนาการจัดการงานวิจัยในสาขาต่างๆ
Prof. Tpr. Dr.Goh Hong Ching, Universiti Malaya หัวหน้าโครงการวิจัย RECAP SEA ได้กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม พร้อมทั้งให้ทิศทางว่า แนวทางการบริหารจัดการงานวิจัยในระดับสถาบันและในระดับประเทศยังมีความแตกต่างกัน การพัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัย พัฒนาผู้จัดการงานวิจัย (Research Management Administrator: RMA) และกำหนดจรรยาบรรณ (code of research management) ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างมาตรฐาน บริหารจัดการงานวิจัยและความเสี่ยง รวมถึงสร้างความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยด้วย เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยในภาพรวม ซึ่งนอกจากงานวิจัยจะสามารถสร้างองค์ความรู้และนักวิชาการเพิ่มขึ้นแล้วนั้น ยังต่อยอดไปสู่การเสริมภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยไปสู่มหาวิทยาลัยด้านการวิจัยอีกด้วย (from teaching universities to research universities)
Prof. Ir.Dr. Shaliza Binti Ibrahim, Universiti Tenaga Nasional ได้บรรยายในหัวข้อ “Research Ecosystem and Roles of Research Management and Administration” ว่า ระบบนิเวศการวิจัย มีความซับซ้อน จึงต้องเน้นการทำงานร่วมกันมากขึ้น โดย RMAs มีบทบาทในการสนับสนุนนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยให้ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านกฎระเบียบและนโยบาย เอื้ออำนวยการบริหารงบประมาณ และส่งเสริมการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ RMAs ยังมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงการวิจัยแบบเน้นองค์ความรู้พื้นฐานไปสู่การวิจัยที่ มุ่งเน้นผลกระทบต่อสังคม และการสร้างความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น โดย Prof. Ir.Dr. Shaliza ได้เน้นย้ำว่า Strong research ecosystems need strong research managers
ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ได้บรรยายในหัวข้อ “Research Management Perspectives : Insights from Thailand” และร่วมแบ่งปันประสบการณ์การบริหารจัดการงานวิจัยว่า ประเทศไทยมีแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม หรือ Good Research and Innovation management Practice (GRIP) โดยมีองค์ประกอบได้แก่ ความรับผิดรับชอบ (Accountability), ความโปร่งใสตรวจสอบได้และเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ (Transparency), การสอดประสานการทํางานเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน (Alignment), การบริหารงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness) และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและความไว้วางใจจากสาธารณะ (Stakeholder engagement and Public trust earning) เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการงานวิจัยของหน่วยรับงบประมาณจากกองทุน ววน. รวมถึง PMUs โดยระบบนิเวศการให้ทุนวิจัยของประเทศไทยประกอบด้วย Research Support System และ Research Operational System โดยมีกลไกการกำกับทิศทางและนโยบาย การจัดสรรงบประมาณ การดูแลเรื่องจำนวนและคุณภาพของนักวิจัย บุคลากรบริหารจัดการงานวิจัย โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย การดูแลผลผลิตและการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ โดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขดำเนินการบริหารจัดการงานวิจัยตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดโจทย์วิจัย การบริหารโครงการ ไปจนถึงการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายและเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนานักวิจัย ที่เน้นการเรียนรู้แบบผสมผสาน เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการ และการมีพี่เลี้ยง (mentoring) รวมถึงการเรียนรู้จากการทำงานจริง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยได้ และ สกสว.ได้สนับสนุนให้มีการจัดอบรมหลักสูตร RDI manager และหลักสูตรพัฒนาศักยภาพระดับปฏิบัติการด้านการบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมให้กับ Project officer อย่างไรก็ตาม ยังมีความท้าทายหลายด้านที่ระบบวิจัยไทยเผชิญอยู่ เช่น ข้อจำกัดด้านทรัพยากร ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ บุคลากรในระบบวิจัยทั้งนักวิจัย และบุคลากรด้านบริหารจัดการงานวิจัย (Research Management Professional : RMP) ในด้านภาพรวมของสถาบันและบริบทด้านบุคลากร การมีปฏิสัมพันธ์และความร่วมมือกับนักวิจัย และยังมีอีกหลาย area ที่สามารถพัฒนาขีดความสามารถในอนาคต เช่น การพัฒนาความร่วมมือและการสร้างพันธมิตร การติดตามและการรายงานโครงการ นโยบายการวิจัย การจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จริยธรรมการวิจัย ธรรมาภิบาลการบริหารจัดการงานวิจัย
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้