ข่าว/ความเคลื่อนไหว
ตลอดระยะเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘โรงพยาบาลเอกชน’ คือหนึ่งในภาคส่วนที่เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วและมีบทบาทสำคัญในระบบสุขภาพไทย กลายเป็นทางเลือกที่เข้ามามีส่วนช่วยเติมเต็มให้กับระบบบริการสุขภาพของภาครัฐ ทั้งยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย
ทว่าบนเหรียญอีกด้านของความรู้สึกผู้คนที่มีต่อโรงพยาบาลเอกชน อาจมีการตั้งคำถามต่อ ‘ผลลัพธ์ทางสุขภาพ’ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของค่าบริการสุขภาพที่มีราคาสูง เข้าถึงได้เฉพาะผู้ที่มีกำลังจ่าย การให้บริการที่ยังมีคุณภาพไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย การใช้บริการที่ไม่จำเป็นมากขึ้น ทำให้ไม่นำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค กระทั่งว่าอาจกระตุ้นให้เกิดความต้องการเทียมจากการกระตุ้นของผู้ให้บริการสุขภาพที่มากขึ้นหรือไม่
โจทย์ปัจจัยทั้งหมดนี้คือข้อคำถามสำคัญที่นำมาสู่การศึกษาวิจัยโครงการ “สังเคราะห์กรอบแนวทางกำกับดูแลโรงพยาบาลเอกชน เพื่อสร้างระบบสุขภาพของประเทศไทยที่เป็นธรรม” ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์ความรู้นโยบายสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลง (101 PUB) ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)
เป้าหมายสำคัญของงานวิจัยคือการส่งเสริมและผลักดันให้ภาคเอกชนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง ‘ผลลัพธ์ทางสุขภาพที่เป็นธรรม’ ที่หมายถึงบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ตลอดจนผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพเมื่อมีความจำเป็นในราคาที่เป็นธรรม ภายใต้ระบบการกำกับดูแลคุณภาพที่จูงใจให้เกิดบริการสุขภาพที่มีคุณภาพดี ได้มาตรฐาน พร้อมกันนั้น ยังคาดหวังให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค ไปจนถึงธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่าง ‘ระบบประกันสุขภาพเอกชน’ ที่มีความเป็นธรรม มีเบี้ยประกันเหมาะสมกับความเสี่ยง ไม่ปฏิเสธการทำประกันผู้เจ็บป่วยร้ายแรง และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการคลังสุขภาพที่ยั่งยืน ด้วยโจทย์ใหญ่คือการปรับแรงจูงใจจากการใช้กำไรนำ ไปสู่การทำธุรกิจที่สอดคล้องกับผลลัพธ์ทางสุขภาพที่เป็นธรรม ซึ่งท้ายที่สุดจะทำให้โรงพยาบาล ประชาชน สังคม ทั้งหมดรอดไปด้วยกัน
ภายใต้โครงการวิจัยดังกล่าว ได้มีการจัดเวทีระดมสมองของชุมชนนโยบาย (Policy Community) ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2569 โดยเชิญตัวแทนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหน่วยงานกลุ่มต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลรัฐ ภาคประชาสังคม ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมกันพัฒนากรอบแนวทางกำกับดูแลและส่งเสริมโรงพยาบาลเอกชน และระบุโจทย์ที่ใช่ในการวางกรอบนโยบายที่สามารถปฏิบัติได้จริงในบริบทของประเทศไทย เพื่อผลักดันให้โรงพยาบาลเอกชนมีบทบาทเชิงบวกและยั่งยืนในระบบสุขภาพของประเทศ โดยเวที Policy Community ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพ ซึ่งจะมีการจัดขึ้นอีกหลายครั้ง พร้อมกับการทบทวนเอกสาร กฎหมาย และการสัมภาษณ์เชิงลึก คู่ขนานไปกับการรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ ที่จะใช้วิธีสำรวจประชากร 2,000 คน อ้างอิงตาม People’s Voice Survey เพื่อช่วยให้มั่นใจว่า ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ใช้บริการหรือผู้ที่เข้าไม่ถึงโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งข้อมูลที่ได้ทั้งหมดจะถูกรวบรวมไปสู่การวิเคราะห์ และสรุปออกมาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป
สำหรับประเด็นการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ ถือเป็นเรื่องที่มีผู้เล่นหลากหลาย และภาคเอกชนก็มีหลายแบบ ทั้งโรงพยาบาลที่แสวงหากำไรหรือไม่แสวงหากำไร โรงพยาบาลเล็กหรือโรงพยาบาลเครือข่ายขนาดใหญ่ โรงพยาบาลที่อยู่ในหรือนอกตลาดหลักทรัพย์ ฯลฯ รวมถึงยังมีผู้เล่นที่ประกอบทั้งประกันเอกชน คลินิกเอกชน และภาคนโยบายที่อาจทำงานกันอยู่แบบแยกส่วน และมีเครื่องมือในการกำกับดูแลที่ต่างกัน ซึ่งงานวิจัยจะช่วยกำหนดกรอบความคิดใหญ่เพื่อให้มองเห็นภาพทั้งระบบ ไม่มองแบบแยกส่วน เช่น อาจต้องกำหนดพื้นฐานบางอย่างว่า ควรมีอะไรที่ทุกฝ่ายยอมรับตรงกัน บนหลักการคิดเชิงหลักการพื้นฐาน (The First-Principles Thinking) แล้วจึงคิดต่อยอดจากจุดนั้น เพื่อให้เกิดนวัตกรรมในเชิงนโยบาย ซึ่งเบื้องต้นได้กำหนดกรอบไว้บนตัวย่อ 5P คือ
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้