ข่าว/ความเคลื่อนไหว
ในการประชุมวิชาการนานาชาติรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลปี 2569 หรือ Prince Mahidol Award Conference: PMAC 2026 ภายใต้หัวข้อ “Navigating Global Demographic Transitions Through Innovative Policy: An Equity-Centered Approach” หรือ โลกเปลี่ยน ประชากรเปลี่ยน: นำทางด้วยนโยบายนวัตกรรมเพื่อสังคมที่เท่าเทียม ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 - 31 ม.ค. 2569 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มูลนิธิเพื่อการพัฒนาสุขภาวะและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน สภาเภสัชกรรม และคณะพยาบาลศาสตร์อัครราชกุมารี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัดการประชุมวิชาการคู่ขนาน (side meeting) ใน 2 ประเด็นที่น่าสนใจ ได้แก่ 1) How Do Demographic Transitions, Geopolitics and Innovations influence Accessibility, Cost, and Social Equity in Pharmaceutical Care? 2) NCD Fighting: Empowering Individual and Community Approach เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเรียนรู้ร่วมกับเครือข่ายนานาชาติ ในประเด็นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อการบริการทางเภสัชกรรม และการเสริมพลังในระดับบุคคล ตลอดจนแนวทางการขับเคลื่อนโดยชุมชน โดยสะท้อนให้เห็นตั้งแต่นโยบายระดับชาติไปจนถึงการปฏิบัติงานจริง โดยมีเป้าหมายเพื่อหาปัจจัยความสำเร็จและวิเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งเป็นประโยชน์ให้กับแต่ละประเทศที่เข้าร่วมประชุมฯ สามารถนำแนวคิดและตัวอย่างการดำเนินงานไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและยกระดับระบบสุขภาพของประเทศตนเองต่อไป เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์
ทั้งนี้ในการประชุม side meeting ประเด็น How Do Demographic Transitions, Geopolitics and Innovations influence Accessibility, Cost, and Social Equity in Pharmaceutical Care? เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การดำเนินงานของแต่ละประเทศ อาทิ สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ไทย ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางประชากร ภูมิรัฐศาสตร์ และนวัตกรรมต่างๆ ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของการบริการสุขภาพ ตลอดจนส่งผลต่อการเข้าถึง ต้นทุนค่าใช้จ่าย และความเท่าเทียมทางสังคมและสุขภาพ ซึ่งนับเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมต่อ เรียนรู้ และทำงานร่วมกันในระดับภูมิภาค โดยได้มีการนำเสนอและแลกเปลี่ยนในประเด็นที่น่าสนใจ อาทิ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต ส่งผลกระทบต่อคุณภาพและการเข้าถึงยา ทั้งนี้ภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อการเข้าถึงยาและคุณภาพของยา ดังนั้นผู้ผลิตยาในประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความซับซ้อนในการบริหารจัดการคลังยา และการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการขนส่งที่มีต้นทุนสูงขึ้น ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับการเข้าถึงยา การให้บริการสุขภาพปฐมภูมิในช่วงการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างประชากร และความท้าทายในบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ซึ่งการออกแบบระบบเพื่อให้การบูรณาการเกิดขึ้นจริง ต้องมีนโยบายรองรับในหลายเรื่อง เช่น การใช้บันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน เพื่อการแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์ระหว่างเภสัชกรและแพทย์ ปรับการจ่ายเงิน จากตามปริมาณบริการเป็นการจ่ายตามผลลัพธ์ของสุขภาพ กำหนดขอบเขตหน้าที่ของเภสัชกรและแนวทางการส่งต่อผู้ป่วยให้ชัดเจน ฝึกอบรมเภสัชกรในด้านการประเมินทางคลินิกและการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ป่วย การบูรณาการกับชุมชน โดยมีการออกแบบระบบร่วมกับชุมชน ทั้งนี้มีหลักฐานชี้ชัดว่าความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องช่วยให้ผลลัพธ์ทางสุขภาพดีขึ้น และเภสัชกรมีส่วนช่วยในการสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการเข้าถึงบริการสุขภาพ บทบาทของเภสัชพันธุศาสตร์และการแพทย์แม่นยำในการป้องกันการแพ้ยา รวมถึงแนวทางการบรรจุในชุดสิทธิประโยชน์ของประเทศเพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการรักษา ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินโครงการฉีดวัคซีนโดยเภสัชกรชุมชนในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งการนำเสนอและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในเวทีนี้ มุ่งเน้นการนำหลักฐานเชิงประจักษ์มาใช้รับมือกับวิกฤตการณ์ต่างๆ และกำหนดข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อเสริมสร้างการเข้าถึงยาและบริการสุขภาพที่เท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริง
ประเด็น NCD Fighting: Empowering Individual and Community Approach โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เป็นประเด็นสำคัญที่โลกกำลังเผชิญสถานการณ์วิกฤต โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางประชากร ซึ่งจากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าโรค NCDs มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน เช่น โรคเบาหวานมีความชุกเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 10.6% โรคความดันโลหิตสูง เพิ่มขึ้นจาก 20% เป็นเกือบ 30% โดยในการประชุมฯ ได้มีการนำเสนอนวัตกรรมการดูแลสุขภาพและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่เชื่อมช่องว่างระหว่างชุมชนและระบบบริการสุขภาพที่สนับสนุนการแก้ปัญหาโรค NCDs การสร้างความเข้มแข็งให้รายบุคคลและชุมชนผ่านบทบาทของพยาบาลชุมชน และเทคโนโลยีในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค และการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ตลอดจนการถอดบทเรียนและกำหนดแนวทางในอนาคตจากตัวอย่างการดำเนินงานที่หลากหลายของประเทศต่างๆ อาทิ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อินเดีย สหรัฐอเมริกา ไทย โดยในการประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนในประเด็นสำคัญ เช่น บทบาทพยาบาลในการเสริมสร้างพลังให้ปัจเจกบุคคลและชุมชนเพื่อต่อสู้กับ NCDs ในยุคเปลี่ยนผ่านทางประชากร การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพของประเทศญี่ปุ่น ประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่บ้าน การเสริมสร้างทักษะการดูแลตนเองให้กับผู้ป่วยเบาหวานผ่านการเยี่ยมบ้านโดยพยาบาลชุมชนของประเทศไทย การปฏิรูประบบสาธารณสุข มุมมองด้านการพยาบาลในการบูรณาการระบบบริการปฐมภูมิ ภายใต้นโยบายการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพในอินโดนีเซีย บทบาทพยาบาลในการออกแบบระบบป้องกันและสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีในระดับชุมชนของประเทศอินเดีย นวัตกรรมการจัดการตนเองและการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีส่วนร่วม โดยอาศัยเทคโนโลยีส่งเสริมสุขภาพ บทเรียนจากสหรัฐอเมริกา ฯลฯ
ทั้งนี้ข้อมูลที่นำเสนอและประสบการณ์จากประเทศต่างๆ นับเป็นประโยชน์ต่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงหลากหลายรูปแบบในสถานการณ์โลกปัจจุบัน รวมถึงการแลกเปลี่ยนนวัตกรรมใหม่ๆ เปรียบเหมือนการจุดประกายให้เกิดแรงขับเคลื่อนอย่างสร้างสรรค์ในการพัฒนาระบบสุขภาพของแต่ละประเทศต่อไป
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้