กว่าทศวรรษกระจายอำนาจด้านสุขภาพ
แม้ว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยปี 2540 และ ปี 2550 จะมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการกระจายอำนาจการปกครองจากส่วนกลางสู่ส่วนภูมิภาค รวมทั้งมีพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจแล้ว แต่รูปธรรมความก้าวหน้าของการกระจายอำนาจก็ปรากฏให้เห็นได้น้อยมาก โดยเฉพาะในด้านสุขภาพ
ช่วงเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ต่อให้มีองค์ความรู้เกี่ยวกับรูปแบบการกระจายอำนาจมากมายหลากหลายรูปแบบ ก็ยากที่จะมีผู้ใดกล้าตัดสินใจเปลี่ยนแปลงระบบไปตามทางเลือกเหล่านั้น มีแต่เพียงโครงการนำร่องถ่ายโอนสถานีอนามัยไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในปี 2550 จำนวน 28 สถานีอนามัยเท่านั้น ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 0.3 ของสถานีอนามัยที่สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(กำลังจะมีการถ่ายโอน รพ.สต.อีก 11 แห่งไปยัง อปท. ในปี 2554-2555) ในด้านการถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุข พบว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการถ่ายโอนภารกิจออกไปเพียง 10 จาก 34 ภารกิจ ในขณะที่ข้อมูลจากสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ ชี้ว่า มีข้าราชการสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขโอนย้ายไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระหว่างปี 2551-2554 รวมจำนวนถึง 910 ราย
สาเหตุของความล่าช้าคือความไม่ชัดเจนของนโยบายกระจายอำนาจในรูปแบบการถ่ายโอนสถานีอนามั
ย หลักเกณฑ์ ระเบียบคำสั่งและข้อกำหนดต่างๆ ทั้งในส่วนของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งองค์การที่เกี่ยวข้องอาจมีแนวคิดการกระจายอำนาจด้านสุขภาพที่แตกต่างกัน คณะกรรมการที่รับผิดชอบแต่ละคณะไม่มีความชัดเจนในบทบาทและความคาดหวังผลการดำเนินงาน
ข้อเสนอคือ
๑. สำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ควรถ่ายทอดนโยบายการถ่ายโอนสถานีอนามัยให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความชัดเจนมากขึ้น เพื่อสื่อสารกับผู้บริหารราชการส่วนกลางและท้องถิ่นให้เข้าใจตรงกัน เพื่อให้ผู้รับผิดชอบในส่วนต่างๆพัฒนาแนวทางในการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติทุกระดับที่เกี่ยวข้องให้ถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน
๒. กระทรวงสาธารณสุขควรประสานงานกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดระเบียบต่างๆ กรอบโครงสร้างอัตรากำลังของกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมใน อปท. ที่มีการรับโอนภารกิจด้านสุขภาพ รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุขควรประสานงานกับ สปสช. ในการกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการงานสาธารณสุขของ สอ.ที่จะถ่ายโอน
๓. แม้ว่าการออกแบบระบบการถ่ายโอน ได้กำหนดให้มีกลไกรับผิดชอบในพื้นที่แล้ว แต่การทำงานของกลไกดังกล่าวอาจยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น คณะอนุกรรมการส่งเสริมการถ่ายโอนภารกิจสาธารณสุขให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด ควรมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานที่เกิดขึ้นในระดับจังหวัด ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นและความสำคัญของการกระจายอำนาจ รวมทั้งเป็นผู้ประสานกับกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น สปสช. และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการสนับสนุนการถ่ายโอน สอ.ให้แก่ อปท. ในด้านการจัดระบบบริการสุขภาพ ระบบจัดการการเงินการคลัง ระบบจัดการทรัพยากรบุคคล
๔. จัดตั้งเครือข่ายสาธารณสุขท้องถิ่น เพื่อเป็นที่พึ่งให้กับบุคลากรสาธารณสุขที่ถ่ายโอนไปยังท้องถิ่น ได้มีกลไกสำหรับปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการบริหารงาน การพัฒนาวิชาการ การดำเนินงานสาธารณสุขในระดับพื้นที่เพื่อพัฒนาระบบบริการของสถานบริการในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มีแผนงานวิจัยและพัฒนาการกระจายอำนาจ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบ และทิศทางการกระจายอำนาจ ซึ่งจะมีการจัดเวทีสรุปบทเรียนการถ่ายโอนสถานีอนามัยในวันที่ 22 มิถุนายน 2555 ณ โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรี เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในกลุ่มสถานีอนามัยที่ถ่ายโอนไปแล้ว 28 แห่ง และรพ.สต.ที่กำลังถ่ายโอนอีก 11 แห่ง โดยจะระดมความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะในการนำไปสู่การถ่ายโอนสถานีอนามัยสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ผศ.ดร.จรวยพร ศรีศศลักษณ์
ผู้จัดการงานวิจัย สวรส.
- จำนวนผู้อ่าน 2784 ครั้ง





Comments
#1 รูปแบบการกระจายอำนาจเช่นโครงก
รูปแบบการกระจายอำนาจเช่นโครงการการถ่ายโอนสถานีอนามัยไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรมีการศึกษาและติดตามการดำเนินงานถึงประสิทธิภาพการดูแลประชาชนในด้านสุขภาพและการบริหารจัดการในองค์กร แม้แต่เจ้าหน้าที่ผู้ให้การดูแลสุขภาพประชาชนจะมีการโอนถ่ายตำแหน่งไปยัง อปท.ด้วยหรือไม่หรือยังสังกัดอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข ในกรณีเจ็บป่วยมากมีระบบการส่งต่อไปยังสถานพยาบาลระดับสูงกว่าอย่างไร บริหารจัดการอย่างไร แนวทางควรชัดเจนเพื่อการดูแลสุขภาพจะได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.
#2 ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะคะ ขอรับข้อเสนอไว้เพื่อแลกเปลี่ยนในการประชุมกลุ่มย่อย วันที่ 22 มิถุนายน 2555 ค่ะ
#3 คงไม่ได้ไป ...ขอฝาก
คงไม่ได้ไป ...ขอฝาก หากจะกระจายอำนาจและให้เห็นเป็นประจักษ์............ถูก ผิด ดี ชั่ว ให้อยู่ใน รพ.สต. นั้น ๆ
1.สสอ.ควรเป็นแค่ผู้ประเมิน นิเทศ ติดตามงาน
2.รพ.ชุมชน มีบทบาทสร้างมาตรฐาน รับรองคุณภาพให้ รพ.สต.
3. ระบบการคีย์แล้วได้เงิน ของ สปสช.ไม่เชื่อว่าจะได้ผลในการสร้างสุขภาพภาพ เพียงแค่กระจายเงินเท่านั้น...เมื่อได้เงินเยอะ ในว่าจะต่อยอด คุณภาพการประกันไม่เจ็บป่วยได้หรือไม่ ขนาดไหน.....
#4 เป็นกำลังใจให้พนักงานทุกท่านค
เป็นกำลังใจให้พนักงานทุกท่านครับ
แสดงความคิดเห็น