Skip to main content
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับเรา
    • ความเป็นมาและโครงสร้างองค์กร
    • แผนยุทธศาสตร์
    • 20 ปี สวรส. กับส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสุขภาพไทย
    • ประวัติการดำเนินงาน
    • ประมวลจริยธรรม
    • พรบ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
  • แผนงานวิจัย
    • ระบบข้อมูลข่าวสาร
    • ระบบวิจัยสุขภาพ
    • ระบบอภิบาลสุขภาพ
    • ความเป็นธรรมด้านสุขภาพ
    • การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพ
    • การวิจัยและพัฒนาระบบยา
    • การวิจัยและพัฒนาระบบบริการสุขภาพ
    • การวิจัยและพัฒนาระบบการเงินการคลังสุขภาพ
    • การวิจัยปัญหาสุขภาพที่อุบัติใหม่
  • เครือข่ายงานวิจัย
    • เครือสถาบัน
    • สถาบันภาคี
    • เครือข่ายวิจัย
    • อื่นๆ
  • สื่อเผยแพร่
    • หนังสือ
    • วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข
    • วิดีโอ
    • มติการประชุมบอร์ด
    • อื่นๆ
  • จุดประเด็น
  • ข่าว/ประชาสัมพันธ์
    • ข่าว
    • ความเคลื่อนไหว
    • ประกาศ/สมัครงาน
  • เกี่ยวกับเรา

Languages

  • English English
  • ภาษาไทย ภาษาไทย
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) logo
ขนาดตัวอักษร: -ก ก+
หน้าหลัก

รีเทิร์นออฟ ”๓๐ บาทรักษาทุกโรค”

          การกลับมาของนโยบาย “๓๐ บาทรักษาทุกโรค” ที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอไว้ในระหว่างการหาเสียง นับเป็นนโยบายที่แตกต่างจากนโยบายอื่นๆ ที่มุ่ง “แจกแหลกแลกกับความนิยม” เพราะระบุว่าจะเรียกเก็บเงิน “๓๐ บาท” ทุกครั้งที่ประชาชนไปใช้บริการโดยใช้สิทธิบัตรทอง เพื่อป้องกันการใช้บริการเกินจำเป็น ทั้งๆ ที่การเรียกเก็บเงินร่วมจ่ายนี้ได้ยกเลิกไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ พรรคเพื่อไทยหวังจะให้อะไรกับประชาชนจากนโยบายนี้ เพราะเห็นชัดๆ ว่าประชาชนต้องเสีย (อย่างน้อยก็เงิน ๓๐ บาท) แน่นอน เพื่อแลกกับการที่ระบบโดยรวมมีรายได้เพิ่มขึ้น ๑.๕-๒ พันล้านบาท ตามการคาดประมาณของ สปสช.


          เงินที่ได้เพิ่มขึ้นจากนโยบายดังกล่าวอาจไม่มากเท่าไร (ร้อยละ ๑-๒) เมื่อเทียบกับงบประมาณโดยรวม และคงไม่ทำให้ประเด็นเรื่องปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ (ในมุมมองของผู้บริหารสถานพยาบาล) ได้รับการแก้ไขได้ด้วยเงินก้อนนี้ สำหรับการป้องกัน/แก้ไขการใช้บริการเกินความจำเป็นด้วยการเรียกเก็บเงิน ๓๐ บาทนี้ ก็มีข้อกังขาหลายประการ อาทิเช่น

  • มีข้อมูลยืนยันหรือไม่ว่าประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองใช้บริการเกินความจำเป็น ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ประกันสุขภาพมักระบุว่า หากประชาชนได้รับการคุ้มครองด้วยระบบประกันสุขภาพแล้ว จะมีการใช้บริการเกินจำเป็นหรือเกิด moral hazard เพราะอุปสรรคทางการเงินหมดไป หากวิเคราะห์ข้อมูลการใช้บริการจากระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า จะพบว่าการใช้บริการเพิ่มขึ้นมาตลอด จนปัจจุบันมีการใช้บริการผู้ป่วยนอกเฉลี่ยกว่า ๓ ครั้งต่อคนต่อปี แต่ตัวเลขนี้จะใช้ยืนยันว่าเป็นการใช้บริการเกินความจำเป็นได้แล้วหรือ ผลการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งล่าสุดในปี ๒๕๕๑-๒ ยังพบว่า ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง) จำนวนมากยังไม่ได้รับบริการ
  • หากมีการใช้บริการเกินความจำเป็นจริง เงิน ๓๐ บาทจะช่วยป้องกันได้จริงหรือ ประเด็นนี้จะเกี่ยวข้องกับจำนวนเงินที่เรียกเก็บว่า เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิหยุดคิดที่จะไปใช้บริการหรือไม่ เพราะต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น เงิน ๓๐ บาทจะมีความหมายเล็กน้อยสำหรับคนที่มีฐานะปานกลาง แต่อาจมีค่าอย่างมากสำหรับคนยากจนหาเช้ากินค่ำ ประเด็นคือ ใครเป็นคนที่ใช้บริการเกินความจำเป็น หากคนชั้นกลางเป็นคนที่ใช้บริการเกินความจำเป็น เพราะมีความรู้มาก ความคาดหวังสูง การเรียกเก็บเงิน ๓๐ บาทก็ไม่มีน้ำยาอะไรในการป้องกันปัญหาดังกล่าว
  • ประชาชนจะเห็นคุณค่าของบริการที่ได้รับมากขึ้นเพราะต้องจ่ายเงิน นี่เป็นอีกเหตุผลที่มีการกล่าวอ้างกันถึงประโยชน์ของการเรียกเก็บเงิน ๓๐ บาทนี้ ประเด็นนี้ก็มีข้อกังขาหลายประการ เช่น ปัจจุบันประชาชนไม่เห็นคุณค่าของบริการที่ได้รับอยู่หรือ หากไม่เห็นคุณค่าทำไมจึงมีการใช้บริการเพิ่มขึ้น จนเป็นเหตุที่ทำให้ต้องมีการเรียกเก็บเงินเพื่อลดการใช้บริการเกินความจำเป็น ทางออกง่ายๆ ในการทำให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่า (มูลค่าหรือต้นทุน) ของบริการที่ได้รับ อาจทำโดยการแจ้งให้ประชาชนทราบเมื่อเสร็จสิ้นการให้บริการ การเรียกเก็บเงิน ๓๐ บาทยังอาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่า บริการที่ได้รับมีมูลค่าเพียง ๓๐ บาท
  •  ป้องกันผลกระทบต่อคนจนอย่างไร เดิมผู้มีสิทธิ์บัตรทองจำนวนประมาณกึ่งหนึ่ง ไม่ต้องจ่ายเงิน ๓๐ บาท เพราะเป็นผู้เคยได้รับบัตรสวัสดิการประชาชนด้านการรักษาพยาบาล (สปร.) อยู่เดิม แต่ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติกลับพบว่า ผู้มีสิทธิ์บัตรทองที่ต้องจ่ายเงิน ๓๐ บาทจำนวนเกือบมากเกือบกึ่งหนึ่งที่เป็นคนยากจน (เนื่องจากปัญหาการออกบัตร สปร. เดิม) แน่นอนว่านโยบายเรียกเก็บ ๓๐ บาทย่อมส่งผลกระทบต่อคนกลุ่มนี้ รัฐบาลจะป้องกันผลกระทบที่จะเกิดกับคนยากจนกลุ่มนี้อย่างไร


โดยรวมแม้ว่า นักการเมืองจะมีเจตนาดีในการแก้ไขปัญหา ไม่ได้ต้องการจะมีแต่นโยบาย “ลดแลกแจกแถม” แต่อย่างเดียว แต่การพัฒนานโยบายต่างๆ ขึ้นมา อาจจำเป็นต้องมีความเข้าใจกับปัญหาต่างๆ ให้ลึกซึ้งมากขึ้น มิฉะนั้นมาตรการในการแก้ไขปัญหา อาจเป็นตัวสร้างปัญหาเสียเอง

  • จำนวนผู้อ่าน 4185 ครั้ง

Comments

#1 โครงการสร้างหลักประกันสุขภาพแ

เขียนโดย sp (not verified) เมื่อวันที่ Fri, 04/01/2013 - 15:24.

โครงการสร้างหลักประกันสุขภาพแก่ประชาชนได้เดินหน้าไปไกลแล้วแต่เดิมผู้ที่ต้องจ่าย 30 บาทก็มีเพียงผู่ที่อายุ 15-19 ปี ที่มิได้ถูกคัดเลือกเป็นผู้มีรายได้น้อย เท่านั้น ส่วนกลุ่มอื่นๆ เช่น เด็ก0-12ปี.,นักเรียน ม.ต้น,ผู้พิการ,ทหารผ่านศึก,ผู้สูงอายุ,อสม.,ผู้นำชุมชน,ผู้มีรายได้น้อย ไม่ต้องจ่าย 30 บาท ต่อมาได้ยกเลิกการเก็บ 30 บาททุกกลุ่มก็เป็นมาตรฐานเดียวกันถือว่าเป็นรัฐสวัสดิการ ขอให้เป็นคนไทยมีเลข13หลักก็พอ หากจะกลับมาเก็บ 30 บาทอีกก็ต้องมานั่งพิจารราอีกว่าใครที่ต้องได้จ่าย ใครเป้นผู้มีรายได้น้อย ต้องขึ้นทะเบียนคัดเลือก ประชาคมรับรองเพิ่มงาน จนท.ผู้ปฏิบัติอีกไม่น้อย จะคุ้มกับเงิน 30 บาทที่ได้มาหรือเปล่า  รัฐควรจะไปแก้ไขปัญหาของระบบดีกว่าว่าโนโยบายนี้ฟันเฟืองแต่ละตัวในระบบมีปัญหาอะไร ที่แน่ๆ ต้องพิจารณาสนับสนุนงบประมาณรายหัวให้เพียงพอกับภาระที่ รพ.แบกรับให้สมดุลกับความเป็นจริงก่อนที่รพ.จะขาดสภาพคล่อง ล้มละลายหรือไร้ประสิทธิภาพไปเพราะน้ำมันหล่อลื่นไม่พอ 

  • reply

#2 อยากทราบว่า ถ้าเสีย 30

เขียนโดย atthapinya (not verified) เมื่อวันที่ Wed, 12/09/2012 - 18:26.

อยากทราบว่า ถ้าเสีย 30 บาทแล้ว จะเข้าโรงบาลไหนก็ได้ไหมค่ะ เพราะเราเสียเงินเราก็อยากได้หมอที่รักษาดีดี โรงบาลดีดี 

  • reply

#3 ฉันคิดว่ามันเป็นนโยบายที่ดีสำ

เขียนโดย สิทธิประกันสังคม (not verified) เมื่อวันที่ Fri, 06/01/2012 - 15:48.

ฉันคิดว่ามันเป็นนโยบายที่ดีสำหรับคนยากจน

  • reply

#4 ดิฉันคิดว่า...ระบบเดิมดีอยู่แ

เขียนโดย อยากจะเห็นการพัฒนาระบบสาธารณสุข (not verified) เมื่อวันที่ Sat, 10/09/2011 - 09:53.

ดิฉันคิดว่า...ระบบเดิมดีอยู่แล้ว ประชาชนค่อนข้างเข้าใจ ใช้บัตรประชาชนใบเดียวแทนบัตรทอง(ไม่ต้องพกบัตรหลายใบให้เจ็บหัว...บางครั้งก็ลืมพกบัตรทอง...บางคนก็สูญหายต้องไปทำใหม่...(เผื่อไว้ถ้ากลับมาทำบัตรทองใหม่...)และยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนพกบัตรประชาชนติดตัว ได้ทั้งสาธารณสุขและมหาดไทย ในเรื่องเก็บ 30 บาท ผมคิดว่ามันก็ได้เงินเพิ่มไม่เท่าไร สู้มาปรับระบบงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ...เช่น การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ให้ประชาชนเจ็บป่วย ไม่ดีกว่าหรือ เน้นหนัก เอาจริงเอาจัง...ต่อเนื่อง...เหมือนกับสโลแกนที่ว่า "สร้างนำซ่อมสุขภาพ" ซึ่งงระยะหลังๆ ก็เห็นเงียบหายไป...ผมว่าดีกว่าที่จะไปปรับระบบเดิมที่มันดีอยู่แล้ว...ได้แก้ปัญหาที่มันตรงจุดและสามารถแก้ปํญหาสุชภาพของประชาชนแบบยั่งยืนและเห็นผลได้มากว่ากันเยอะเลย...

  • reply

#5 30 บาท 

เขียนโดย Anonymous (not verified) เมื่อวันที่ Sat, 10/09/2011 - 05:51.

30 บาท  ถ้าให้เก็บจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับ รพ.สต.  จะมีเงินมาพัฒนาปีละแสนกว่าบาท  ชาวบ้านไม่ชอบใช้บริการฟรี..... นิสัยคนไทย   ใช้บริการต้องจ่ายตัง   ไม่จ่ายตังก็ไม่ค่อยกล้ามาใช้บริการ   บาป.....

  • reply

#6 ไม่น่าคุยแล้วว่าจะเก็บสามสิบบ

เขียนโดย somkob (not verified) เมื่อวันที่ Thu, 04/08/2011 - 17:06.

ไม่น่าคุยแล้วว่าจะเก็บสามสิบบาทหรือไม่ มันเลยไปแล้วน่าจะไปข้างหน้าต่อ นะครับ 

  • reply

#7 ๓๐

เขียนโดย ฌานิสน์ (not verified) เมื่อวันที่ Thu, 28/07/2011 - 13:27.

๓๐ บาทรักษาทุกโรค

ผมไม่เห็นด้วย ในประเด็นที่ทำอะไรไม่คิดให้รอบคอบ แค่จะมาหาเสียงจะเอานโยบายกลับมาก็เอา เหมือนเอาแบรนด์ของตัวเองกลับมา แล้วโฆษณา บอกคนสนับสนุนฐานเสียงตัวเองว่าเก็บ 30 บาทแล้วจะช่วยให้คนเลิกหาหมอ สุรุ่ยสุร่าย ทำไมไม่แจกเงินเหมือนนโยบายอื่น ถ้ามันจะทำจริง ๆ คือ 30 บาทรักษาได้ทุกโรงพยาบาลรัฐและทุกโรค นี่สิถึงจะน่ายกย่อง

 

  • reply

#8 เห็นด้วยครับ เก็บ 30

เขียนโดย Anonymous (not verified) เมื่อวันที่ Thu, 28/07/2011 - 10:03.

เห็นด้วยครับ เก็บ 30 บาท(คนที่ไม่มีแต่จำเป็นจริงๆ รพ.ก็ฟรีให้ครับ)สภาพคล่อง ร.พ.ดีขึ้นบ้าง รัฐจัดสรรให้ไม่พอหรอกครับประชาชน "ลดความต้องการทางแพทย์(ที่เกินจำเป็น) "ส่งเสริม สร้างเสริม สุขภาพกายใจ ด้วยประชาชนเองจะยั่งยืน(โดยภาครัฐสนับสนุน)เงินประมาณ 3000 ต่อราย ส่วนที่เหลือนำไปพัฒนาชาติได้

  • reply

#9 จ่าย 30 บาท

เขียนโดย คนระดับล่าง (not verified) เมื่อวันที่ Thu, 21/07/2011 - 11:20.

จ่าย 30 บาท ไม่มีผลอะไรต่อสภาพการเงินการคลังของหน่วยบริการระดับล่าง หรอก แต่จะเป็นแค่ สร้างนิสัยให้คนไทย รู้จัก "ให้"ในยุคโลกาภิวัฒน์ เท่านั้นเอง

  • reply

#10 คงต้องเสียงบประมาณในการปรับระ

เขียนโดย คนปฐมภูมิ (not verified) เมื่อวันที่ Tue, 19/07/2011 - 10:35.

คงต้องเสียงบประมาณในการปรับระบบอีกมาก อาจจะมากกว่ารายรับจากยอดเก็บ 30 บาทด้วยซ้ำ อย่างน้อยคงจะต้องเปลี่ยนบัตรอีกหรือเปล่า ใบเสร็จ รายการยา  ฯลฯ  จะคุ้มค่ากับประโยชน์ที่ได้รับจากการเปลี่ยนระบบไหมนะ..สงสารประเทศไทยจัง เปลี่ยนไปมา กลิ้งเป็นปรอท  ไม่นิ่งซักที ไอ้ที่มันดีอยู่แล้วก็ไม่น่าเปลี่ยนเนาะ  ปรับแต่ละครั้งก็เสียงบประมาณ เสียเวลา เหมือนเดินขึ้นบันได ลงบันได ซ้ำไปซ้ำมาอยู่นั้นแหละ

  • reply

#11 นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค

เขียนโดย มยุรี (not verified) เมื่อวันที่ Tue, 12/07/2011 - 10:46.

นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ในระบบหลักประกันสุขภาพได้ยกเลิกการเรียกเก็บไปแล้ว ไม่น่าจะกลับมาเรียกเก็บจากคนไข้หรือประชาชนเวลามาขอรับบริการอีก  นโยบายของพรรคเพื่อไทยตั้งแต่เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท หรือ เงินเดือนของผู้ที่จบปริญญาตรีเริ่มต้นที่ 15000 บาท ฯลฯ ล้วนเป็นการเพิ่มเงินในกระเป๋าของประชาชน ดังนั้นการมาเก็บเงิน 30 บาทเมื่อมาตรวจรักษาแต่ละครั้งสมควรยกเลิกแล้ว เพราะเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชน และโรคบางโรค โรคเรื้อรังบางชนิด ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลบ่อยมาก.

  • reply

#12 เป็นชนชั้นกลาง

เขียนโดย กาญจนา (not verified) เมื่อวันที่ Tue, 12/07/2011 - 07:06.

เป็นชนชั้นกลาง จบการศึกษาด้านการแพทย์ มีบุตร 3 คนที่ใช้บริการนี้อยู่ 30 บาทไม่ใช่ปัญหาสามารถจ่ายได้ แต่ไม่เคยใช้เกินความจำเป็น บางครั้งเคยซื้อยาประจำบ้านทานเองก็ราคาเกิน 30 อยู่แล้ว แต่ก่อนมีภาระ ค่ารักษามากพอดูเพราะเด็กมักป่วยบ่อย    น่าจะมีมาตรการจ่ายโดยสมัครใจ เพราะคนที่ไม่มีจ่ายก็คงมีอยู่มาก จะได้ไม่ต้องจ่าย

  • reply

แสดงความคิดเห็น

The content of this field is kept private and will not be shown publicly.
Input format
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Allowed HTML tags: <a> <em> <strong> <cite> <code> <ul> <ol> <li> <dl> <dt> <dd>
  • Lines and paragraphs break automatically.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.

More information about formatting options

พิมพ์ตัวอักษรตามภาพที่ท่านเห็น (ใช้เสียงแทนภาพ)
พิมพ์ตัวอักษรตามภาพที่ท่านเห็น (ตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ใหญ่ไม่มีผล)

เรื่องเด่น

 

 

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • สื่อเผยแพร่
  • เกี่ยวกับเรา
  • แผนงานวิจัย
  • เครือข่ายงานวิจัย
  • แผนผังเว็บไซต์
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อเรา

ติดต่อเรา

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ
เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร. 0 2832 9200 อีเมล : hsri@hsri.or.th
  • youtube
  • twitter
  • facebook
  • rss