20 ปี สวรส. กับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสุขภาพไทย
ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่างานของ สวรส.มีส่วนสำคัญที่ทำให้ระบบสุขภาพไทยมีการปฏิรูปในหลายด้าน เกิดการปรับโครงสร้างระบบครั้งใหญ่ มีภารกิจในระบบสุขภาพใหม่ ๆ และมีองค์กรและกลไกใหม่ๆ ขึ้นมารองรับภารกิจเหล่านั้น เกิดเป็นเครือสถาบันและเครือข่ายสุขภาพ ทั้งเชิงวิชาการและเชิงปฏิบัติการที่มีความเข้มแข็ง ทำให้ระบบสุขภาพไทยในวันนี้ เป็นระบบที่มีการมีส่วนร่วมเชิงลึกจากภาคส่วนต่าง ๆในสังคม
ปี 2541 เกิดสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (International Health Policy Program: IHPP)
เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สร้างองค์ความรู้ด้านนโยบายและการพัฒนาระบบสุขภาพที่มีความสำคัญ สร้างความเข้มแข็งด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศรวมทั้งประสานกับเครือข่ายวิชาการด้านสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ โดยเน้นการทำงานใน 3 ด้าน คือ หนึ่ง การเสริมสร้างศักยภาพของบุคคลและองค์กรในด้านการวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายสุขภาพและการวิจัยเชิงระบบ สอง การวิจัยเกี่ยวกับนโยบายสุขภาพและระบบสุขภาพ เพื่อค้นหาประเด็นสุขภาพที่สำคัญทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก และ สาม สื่อสารผลการวิจัยเพื่อนำไปสู่การตัดสินใจเชิงนโยบายบนฐานความรู้หรือข้อมูลทางวิชาการ
URL : http://ihppthaigov.net
ปี 2542 ก่อตั้งสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (Hospital Quality Improvement and Accreditation)
โดยพัฒนาขึ้นจากโครงการพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาที่มีขอบเขตการดำเนินงาน ในโรงพยาบาลนำร่อง 35 แห่ง และได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และต่อมาได้รับการสนับสนุนทุนจาก สสส. และ สปสช. ในการขยายงาน จนมีจัดตั้งเป็นสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) หรือ The Healthcare Accreditation Institute มีบทบาทหน้าที่ในการประเมินระบบงานและการรับรองคุณภาพของสถานพยาบาล รวมทั้งกำหนดมาตรฐานของสถานพยาบาลเพื่อใช้เป็นแนวทางการประเมินการพัฒนา และการรับรองคุณภาพของสถานพยาบาล
URL : www.ha.or.th
ปี 2543 จัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (คปรส.) และสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.)
โดยอาศัยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่จัดทำร่าง พรบ.สุขภาพแห่งชาติ และขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ในคณะกรรมการฯ นี้ สวรส.มีบทบาทสำคัญทางด้านวิชาการ ในการสนับสนุนการทำวิจัย สร้างความรู้ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบสุขภาพ
ปี 2544 พัฒนาระบบประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment: HIA) เป็นครั้งแรก
ซึ่งในปัจจุบัน HIA เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ตามบทบัญญัติใน พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550
ปี 2544 ทำการวิจัยและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงพยาบาลในรูปแบบองค์การมหาชน โดยเริ่มนำร่อง 1 แห่ง ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร
ผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลประสบผลสำเร็จหลายด้าน และถือเป็นต้นแบบที่ดีของการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ รวมทั้งการบริหารโรงพยาบาล
URL : www.banphaeo-hospital.or.th
ปี 2544 เกิด สสส. จากงานวิจัยพัฒนานโยบายส่งเสริมสุขภาพ
สวรส.ได้สนับสนุนการทำงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาอย่างต่อเนื่อง และได้พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายและร่วมกับภาคีเครือข่ายในการผลักดันพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 จนนำมาสู่การก่อตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. โดย สสส. เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการหรือรัฐ วิสาหกิจ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ถือเป็นหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับทางด้านสุขภาวะที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี
กองทุนที่ สสส.ดูแล ถูกนำมาใช้ในการสร้างเครือข่าย สร้างงาน สร้างกำลังคน ที่เข้ามามีส่วนร่วมผลักันสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีสุขภาวะอย่างยั่งยืน สสส.ยังขยายเครือข่ายการทำงานร่วมกับต่างประเทศ เพื่อผลักดันนโยบายระหว่างประเทศที่จะเอื้อหรือเกื้อหนุนต่อสุขภาวะ
URL : www.thaihealth.or.th
ปี 2545 มีพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545
สวรส. ได้สนับสนุนและทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ในการศึกษาวิจัยสร้างความรู้เกี่ยวกับการจัดการการเงินการคลังสุขภาพ รวมทั้งพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่คมชัด และร่วมกันผลักดันทั้งทางการเมืองและสร้างความร่วมมือกับภาคประชาสังคม ทำให้ประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2545 โดยมีการก่อตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขึ้นทำหน้าที่บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคุ้มครองคนไทยกว่า 48 ล้านคน ทำให้ประเทศไทยมีกองทุนหลักประกันสุขภาพ 3 กองทุนหลัก คือ ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งทั้งสามกองทุนยังมีการบริหารจัดการที่แตกต่างกัน และมีความเหลื่อมล้ำในสิทธิประโยชน์และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ จึงยังเป็นความท้าทายสำหรับ สวรส.และภาคีว่าจะพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพไปสู่ระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืนได้อย่างไรในอนาคต
URL : www.nhso.go.th
ปี 2548 จัดตั้งสถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ (สสพ.)
โดยเริ่มต้นการดำเนินงานในรูปแบบแผนงานความร่วมมือ ระหว่าง สวรส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และศูนย์สิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ในชื่อ “แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย” ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 ต่อมาคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขพิจารณาผลการดำเนินงานแล้วเห็นว่า ยังมีภารกิจในการพัฒนาเชิงระบบอีกมาก เพื่อรองรับภาวะสุขภาพที่มีความพิการจากสาเหตุต่างๆ รวมทั้งภาวะสูงอายุ จึงมีมติให้ตั้งเป็นเครือสถาบันซึ่งเป็นหน่วยงานภายในของ สวรส. ใช้ชื่อว่า “สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ” ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2552 เพื่อให้เกิดการพัฒนาการทำงานในรูปแบบองค์กร สำหรับการทำงานระยะยาว เพื่อให้คนพิการควรมีสิทธิและได้รับโอกาสที่เท่าเทียมกับบุคคลอื่นๆ ในการเข้าถึงบริการทางสังคม และสุขภาพ มีโอกาสในการดำเนินชีวิตและพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่
URL : http://www.healthyability.com
ปี 2548 เกิดสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย (สวปก.)
สวปก. ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 และยกฐานะขึ้นเป็นเครือสถาบันของ สวรส. ในปี 2552 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามประเมินผลการจัดหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างต่อเนื่อง พัฒนาระบบและกลไกการประเมินผลหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจากกลุ่มนักวิชาการภายนอกที่เป็นกลาง ให้สามารถประสานและเชื่อมโยงการใช้ประโยชน์ของข้อมูลกับกลุ่มผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารแผนงานโครงการ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการปรับนโยบาย ตลอดจนปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารและการบริการให้ก่อผลสัมฤทธิ์ที่มี ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน สวปก. ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และได้กำหนดเป้าหมายเชิงการพัฒนาในช่วงปี 2551-2553 โดยมีเป้าหมายการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้มุ่งไปสู่ “การสร้างภูมิคุ้มกัน การเพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพ และลดความแตกต่างระหว่างระบบประกันสุขภาพ”
URL : www.hisro.or.th
ปี 2550 ตั้งสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์(สคม.)
วันที่ 1 กันยายน 2550 ได้มีการจัดตั้งสถาบันพัฒนาการคุ้มครองการวิจัยในมนุษย์(สคม.)ขึ้นตามมติคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในการประชุมครั้งที่ 1/2549 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2549 เพื่อทำหน้าที่ผลักดันให้เกิดการพัฒนากฎหมาย หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ โดยมีการติดตามปรับปรุง แก้ไขให้ทันสมัยอยู่เสมอ ตลอดจนมีการพัฒนาระบบทบทวนโครงการวิจัยในมนุษย์อย่างต่อเนื่องครบวงจร ตั้งแต่ก่อนการศึกษาวิจัย ระหว่างการศึกษาวิจัย และภายหลังเสร็จสิ้นการศึกษาวิจัย โดยคาดหวังว่าจะสามารถเพิ่มประสิทธิผลของการทบทวนให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ในหน่วยงานต่างๆขาดการสนับสนุนการดำเนินงานอย่างจริงจัง ทำให้มีปัญหาทั้งคุณภาพมาตรฐานและความรวดเร็วในการพิจารณาโครงการวิจัย
URL : www.ihrp.or.th
ปี 2550 มีการประกาศใช้ พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550
เพื่อเป็นร่มใหญ่ของการปฏิรูประบบสุขภาพ ทั้งหมดผ่านการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2543 ซึ่ง สวรส.มีบทบาทในการสร้างความรู้และงานวิชาการสนับสนุนการจัดทำ พรบ.สุขภาพฯ มาโดยตลอด เมื่อประกาศใช้ พรบ.สุขภาพฯแล้ว ได้มีการก่อตั้งสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ขึ้นเป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายด้านสุขภาพ
นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการให้มาตรการ กลไก ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ใน พรบ.สุขภาพฯ มีการพัฒนาเป็นรูปธรรม โดยมีกลไกสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นตามมา เช่น การพัฒนาหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) และการจัดทำธรรมนูญว่าด้วยสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษาในปี 2552 โดย สวรส.ทำหน้าที่ฝ่ายวิชาการในกระบวนการจัดทำดังกล่าว
กลไกสำคัญกลไกหนึ่งภายใต้ พรบ.สุขภาพฯ คือ สมัชชาสุขภาพ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากงานวิจัยที่ สวรส.สนับสนุนและนำเสนอกรอบความคิดมาตั้งแต่ปี 2543 และมีการจัดสาธิตสมัชชาสุขภาพมาอย่างต่อเนื่องทุกปีมาตั้งแต่ปี 2544 จนกระทั่งเมื่อ พรบ.สุขภาพฯได้รับการประกาศใช้ สมัชชาสุขภาพจึงได้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อการมีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการ โดยมีการจัดทั้งสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็น เฉพาะพื้นที่ และสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ มติสมัชชาสุขภาพถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะถูกส่งต่อและผลักดันสู่การปฏิบัติผ่านช่องทาง กลไกของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งให้ภาคประชาชนร่วมดำเนินการ โดย สวรส.เข้าไปร่วมทำงานวิชาการในเวทีและกิจกรรมที่ สช.ดำเนินการร่วมกันอย่างใกล้ชิด
URL : www.nationalhealth.or.th
ปี 2550 ร่วมจัดทำแผนยุทธศาสตร์กำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติ (Strategic National Plan on Human Resources for Health)
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) ได้จัดทำแผนงานพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 โดยการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพัฒนากระบวนการสร้างและจัดการความรู้กำลังคนด้านสุขภาพอย่างเป็นระบบ โดยมีกลไกเชื่อมประสานกับหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องอย่างกว้างขวาง และสามารถพัฒนาไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นโยบายที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่แท้จริงในที่สุด
โดยกำลังคนด้านสุขภาพ (Human Resources for Health) ครอบคลุมถึงบุคลากรที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านการรักษา การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสภาพ ซึ่งรวมทั้งกลุ่มวิชาชีพต่างๆและบุคลากรสนับสนุน (allied health professional) และบุคลากรแพทย์ทางเลือกและแพทย์แผนไทย ซึ่งให้บริการในสถานบริการภาครัฐและเอกชน
ในการบริหารจัดการแผนงานดังกล่าว ได้มีการจัดตั้งสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ (สพค.) ขึ้น และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ทศวรรษกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางหลักในการพัฒนาด้านกำลังคนด้านสุขภาพ ในระยะ 10 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2550-2559นับเป็นพิมพ์เขียวระบบกำลังคนด้านสุขภาพที่สำคัญของระบบสุขภาพไทย
URL : www.hrdothai.com
ปี 2550 จัดตั้งแผนงานความร่วมมือภูมิภาคเอเซียการวิจัยโรคติดเชื้ออุบัติใหม่อุบัติซ้ำ(Asia Partnership on Emerging Infectious Disease Research: APEIR)
ในช่วง 2-3 ทศวรรษที่ผ่านมา มีโรคติดเชื้อก่อกำเนิดขึ้นใหม่ถึง 30 โรค รวมทั้งโรคซาร์ส และไข้หวัดนก ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมการเฝ้าระวัง และป้องกันการระบาดของโรคเหล่านี้ รวมถึงการประสานข้อมูลระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดเท่าที่จะทำได้ แผนงานนี้เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคจำนวน 5 ประเทศโดยได้รับทุนสนับสนุนหลักจาก International Development Research Centre: IDRC ประเทศแคนาดา
URL : www.apeiresearch.net
2550 เกิดแผนยุทธศาสตร์ชาติการพัฒนาภูมิปัญญาไทย และการก่อตั้งสถาบันสุขภาพวิถีไทย
เป็นผลสืบเนื่องจากการที่ สวรส. ได้สนับสนุนงานวิจัยเพื่อพัฒนานโยบายเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือกมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ปัจจุบันสถาบันสุขภาพวิถีไทยมีบทบาทในการการจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย และส่งเสริมการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือกด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดชุมชนวิชาการที่ทำงานแบบชุมชนแนวปฏิบัติ (Community of practice) ด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก และประสานกับองค์กรภาคีต่างๆ :ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเพื่อพัฒนางานด้านการแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก
ปี 2550 โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (Health Intervention and Technology Assessment Program หรือ HITAP)
ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2550 เดิมเป็นส่วนหนึ่งของ IHPP แต่ต่อมาจัดตั้งเป็นมูลนิธิ มีภารกิจหลักในการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ ซึ่งครอบคลุมยา เครื่องมือแพทย์ หัตถการ มาตรการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคทั้งส่วนบุคคลและสังคม รวมถึงนโยบายสาธารณะอื่น ๆ ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ จุดมุ่งหมายสูงสุดในการดำเนินงานของ HITAP นั้นก็คือ การที่สังคมไทย ‘มี’ ‘เข้าถึง’ และ ‘ใช้’ เทคโนโลยีด้านสุขภาพที่เหมาะสม โดยการที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าวได้นั้น จำเป็นต้องมีระบบกระบวนการและหลักเกณฑ์สำหรับการประเมินเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสโดยใช้ระเบียบวิจัยที่มีคุณภาพมาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ยังต้องมีการเผยแพร่ผลการประเมินไปสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ รวมทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประกอบวิชาชีพ/บุคลากรด้านสุขภาพ และประชาชนทั่วไป เพื่อให้นำผลการประเมินไปใช้ประกอบการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลและหลักฐานที่ได้จากการประเมิน เช่น ประสิทธิผล ความปลอดภัย คุณภาพ ประสิทธิภาพและความจำเป็นของการมีและใช้เทคโนโลยีแต่ละชนิด ทั้งนี้จะต้องมีการพัฒนาระบบและกลไกการประเมินเพื่อสนับสนุนให้เกิดการคัดเลือก จัดหา และบริหารจัดการเทคโนโลยี รวมถึงการกำหนดนโยบายด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม
URL : www.hitap.net
ปี 2551 ต่อยอดและขยายผลแผนงานการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย R2R: Routine to Research Program
การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (Routine to Research) เป็นคำที่ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สวรส. บัญญัติขึ้นครั้งแรกให้กับโครงการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ซึ่งโครงการนี้เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่ พ.ศ.2547 และต่อมาสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ได้นำมาขยายผลเพื่อสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพ โดยทำหน้าที่ในการบริหารจัดการความรู้เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบสุขภาพ
สวรส. ได้สร้างเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รวมถึงจัดทำเอกสารให้ความรู้เกี่ยวกับ R2R ประสานให้มีระบบสนับสนุนทางด้านวิชาการ ตลอดจนการยกย่องและสร้างเครือข่ายผู้ปฏิบัติงาน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ สร้างความเข้มแข็งและขยายฐานบุคลากรที่ทำงานด้านนี้ เป็นการสร้างบรรยากาศในการใช้ความรู้เพื่อการแก้ไขปัญหา จึงเป็นที่มาของแผนงานพัฒนาเครือข่ายวิจัยในรูปแบบงานวิจัยจากงานประจำ
URL : http://r2r.hsri.or.th
ปี 2552 แผนงานวิจัยและพัฒนาระบบยา (Pharmacy System Research Network: PSRN)
สวรส.ได้ดำเนินการแผนงานดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาระบบยาในภาพรวมและขับเคลื่อนการปฏิรูปค่าใช้จ่ายด้านยาในระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ (CSMBS) โดยมีการจัดทีมวิจัยร่วมกันระหว่าง สวปก. สำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.) และกรมบัญชีกลาง ศึกษาเรื่องค่าใช้จ่ายด้านยาและด้านบริการ นำมาวิเคราะห์และหามาตรการที่เหมาะสม และนำมาสู่ประกาศกรมบัญชีกลาง วันที่ 1มกราคม 2554 ยกเลิกการเบิกค่ายากลุ่มกลูโคซามีน และจะมีมาตรการสำหรับอีก 8 รายการยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง ในส่วนการพัฒนาเครือข่ายวิจัยระบบยานั้น ได้ครอบคลุมการทำงานวิจัยเกี่ยวกับสถานการณ์เชื้อดื้อยา การทบทวนทะเบียนตำรับยา โครงการใช้ยาปฏิชีวนะสมเหตุผล ฯลฯ
ปี 2553 ตั้งสำนักงานสำนักงานพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติ
เนื่องด้วยความเหลื่อมล้ำระหว่าง 3 ระบบประกันสุขภาพ คือ ระบบสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลข้าราชการ ระบบประกันสังคม และระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจึงได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2553 วันที่ 23 เมษายน 2553 เห็นควรให้จัดตั้งคณะกรรมการและสำนักงานพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติ และได้มอบให้สวรส.ร่วมกับสช.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. .......
ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการสวรส.ครั้งที่ 3/2553 วันที่ 21 มิถุนายน 2553 คณะกรรมการฯได้มีมติเห็นชอบการจัดตั้งสำนักงานพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติเป็นหน่วยงานภายในสวรส.โดยอาศัยข้อบังคับว่าด้วยการจัดตั้งเครือสถาบันของสวรส. พ.ศ.2551 อย่างไรก็ตาม สำนักงานพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติได้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2553 และต้องปิดตัวลงในเดือนสิงหาคม 2555 อันเนื่องมาจากคณะรัฐมนตรีประกาศยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2553 เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2555
ปี 2554 จัดตั้งศูนย์พัฒนากลุ่มโรคร่วมไทย(ศรท.)
การบริหารระบบประกันสุขภาพที่มีประสิทธิภาพอาศัยรูปแบบต่างๆในการจ่ายเงินผู้ให้บริการ ได้แก่ การเหมาจ่ายรายหัว และระบบกลุ่มจำแนกโรคร่วม (สำหรับผู้ป่วยใน) ที่ผ่านมาการพัฒนารูปแบบการจ่ายเงินตามกลุ่มจำแนกโรคร่วม ดำเนินการในลักษณะโครงการ ขาดความต่อเนื่อง และไม่ได้มีการพัฒนานักวิชาการเพื่อดูแลเรื่องนี้อย่างชัดเจน ดังนั้นคณะกรรมการสวรส.จึงได้มีมติเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2554 ให้จัดตั้ง ศูนย์พัฒนากลุ่มโรคร่วมไทย(Thai Case-mix Centre) ขึ้นเป็นหน่วยงานภายในของ สวรส. ในรูปเครือสถาบัน
ปี 2555 จัดตั้งศูนย์พัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย
URL : www.tcmc.or.th
ปี 2555 จัดตั้งศูนย์พัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย(ศมสท.)
30 กรกฎาคม 2555 สวรส.ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทยขึ้นตามมติดณะกรรมการสวรส.ในการประชุมฯครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2553 ทั้งนี้ เพื่อให้มีกลไกกลางที่ทำหน้าที่กำหนดและพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลของระบบสุขภาพไทย ซึ่งเป็นที่คาดหวังว่า เมื่อระบบข้อมูลด้านสุขภาพของหน่วยงานต่างๆมีมาตรฐานเดียวกันแล้ว จะทำให้การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อพัฒนานโยบายหรือเพื่อแก้ปัญหาในระบบสุขภาพเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
URL : www.this.or.th
- จำนวนผู้อ่าน 8753 ครั้ง
English




