การพัฒนารูปแบบการป้องกันการป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประชาชนกลุ่มเสี่ยง

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
pawinee
เมื่อวันที่
2015-07-07 11:36
แท็ก 
การพัฒนารูปแบบการป้องกันการป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประชาชนกลุ่มเสี่ยง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัยพร้อมใช้ 2 ผลงาน ในเวที Thailand Tech Show 2019 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรม 360 องศาเพื่อความยั่งยืน” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 - 6 กันยายน 2562 ในรูปแบบของตลาดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานกับนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และผู้ที่สนใจ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยในภาคเอกชน จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
จำนวนผู้อ่าน
2608

Title:                การพัฒนารูปแบบการป้องกันการป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ในประชาชนกลุ่มเสี่ยง
Authors:         นงลักษณ์ เทศนา และคณะ
Issue Date:     2015
Publisher:       สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข( สวรส.) 

Abstract

          การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา (Research and Development; R&D) เพื่อพัฒนาโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบเข้มข้นในกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 
ระยะที่ 1 พัฒนาโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ใช้หลักการมีเพื่อนช่วยเพื่อน (Buddy) กระตุ้นเตือนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ โดยมีบุคลากรสาธารณสุขเป็นพี่เลี้ยง 
ระยะที่ 2 ศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรม โดยใช้การศึกษาแบบกึ่งทดลองมีกลุ่มควบคุมวัดผลก่อนและหลังจัดโปรแกรม
กลุ่มตัวอย่างคือ กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์คัดเลือกอย่างน้อย 1 ข้อ ดังนี้
     (1) ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหาร 8 ชั่วโมง ระหว่าง 100–125 มก./ดล.
     (2) BMI ≥ 25 กก./ม2
     (3) เส้นรอบเอวเกินมาตรฐาน คือ ≥90 ซม.ในผู้ชาย หรือ ≥80 ซม.ในผู้หญิง
     (4) มีญาติสายตรงเป็นโรคเบาหวาน
ดำเนินการที่ตำบลเมืองเพีย อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ตัววัดหลักที่สำคัญได้แก่ พฤติกรรมสุขภาพ (การรับประทานอาหาร และออกกำลังกาย) ระดับน้ำตาลในเลือด ดัชนีมวลกาย เส้นรอบเอว และความพึงพอใจของกลุ่มเสี่ยงต่อการเข้าร่วมโปรแกรม 

           ผลการศึกษา โปรแกรมที่พัฒนาขึ้น จัดกิจกรรม 7 ครั้ง รวมเวลา 16 สัปดาห์ เนื้อหาประกอบด้วย
(1) การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวาน
(2) การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ
(3) การตั้งเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
(4) การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับบุคคลและบริบทชุมชน
(5) การเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายที่เหมาะสม
(6) การควบคุมกายและใจเพื่อสุขอนามัยที่ดี “สกัด สะกด สะกิด”
(7) กัลยาณมิตร “เพื่อนช่วยเพื่อน”
         จากการประเมินประสิทธิผลของโปรแกรม ผู้เข้าร่วมศึกษาจำนวน 60 คน (กลุ่มทดลอง 30 คน และกลุ่มควบคุม 30 คน) ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 73.3 อายุเฉลี่ย 51.2 ปี BMI เฉลี่ย 28.40 กก./ม2 เกือบทั้งหมดมีเส้นรอบเอวเกินมาตรฐาน ร้อยละ 90.0 ระดับน้ำตาลเฉลี่ย 95.3 มก./ดล. หลังสิ้นสุดโปรแกรม วิเคราะห์ผลลัพธ์โดยการควบคุม (Adjusted) ด้วยค่าก่อนจัดโปรแกรม (Baseline) ของตัวแปรนั้น พบว่า ระดับน้ำตาลในเลือด และ BMI ของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่แตกต่างกัน เส้นรอบเอวของกลุ่มทดลองลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ความต่างเฉลี่ย –5.9 ซม.; 95%CI = (–9.4, –2.4; p=0.001) คะแนนพฤติกรรมสุขภาพ (ความต่างเฉลี่ย 3.6 คะแนน; 95%CI = 0.3, 6.9; p=0.035) และความรู้ (ความต่างเฉลี่ย 2.0 คะแนน; 95%CI = 0.6, 3.4; p=0.006) เพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ความพึงพอใจของกลุ่มทดลองต่อโปรแกรมระดับมากและมากที่สุด ร้อยละ 96.7 จะเห็นว่าโปรแกรมมีประสิทธิผลในการลดเส้นรอบเอว มีพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และความรู้เพิ่มขึ้น

Download:       hs2155.zip  สมัครสมาชิกก่อนดาวน์โหลด(signup free)
(สมัครสมาชิกได้ที่ http://kb.hsri.or.th/dspace/register-hsri)

ความคิดเห็น

so good

เนื้อหาดี

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.