การติดตามประเมินผลการบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ด้านการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว ปี 2557 (Orientation and Mobility Training) ของมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
pawinee
เมื่อวันที่
2015-05-11 10:47
แท็ก 
การติดตามประเมินผลการบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ด้านการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว ปี 2557 (Orientation and Mobility Training) ของมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ด้วยคนพิการและผู้สูงอายุมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น แขนหรือขาใช้การไม่ได้ กล้ามเนื้อไม่แข็งแรงเหมือนเดิม ทำให้ความสามารถในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันลดลง เช่น การอาบน้ำ รับประทานอาหาร พักผ่อน เข้าห้องน้ำ ทำงาน นอน ฯลฯ ดังนั้นจึงควรปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้เอื้อต่อการประกอบกิจวัตรประจำวันได้เหมือนเดิม เพื่อคนพิการและผู้สูงอายุสามารถดำเนินชีวิตได้ด้วยศักยภาพของตัวเอง รวมถึงสามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้มากที่สุด
จำนวนผู้อ่าน
293
Title:  การติดตามประเมินผลการบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ด้านการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว ปี 2557 (Orientation and Mobility Training) ของมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
Authors:  วัชรา  ริ้วไพบูลย์ และคณะ
Issue Date:  2015-03
Publisher:  สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข( สวรส.)  สถาบันสร้างเสริมสุขภาพคนพิการ (สสพ.)  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

Abstract: 

    สืบเนื่องจาก นโยบายการพัฒนาระบบบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ด้านการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility Training, O&M training) สำหรับคนตาบอดภายใต้กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ. 2553 ถึงปัจจุบัน และมติที่ประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบบริการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ ด้านการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (O&M) ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2556 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 ที่ระบุให้สนับสนุนการสร้างกลไกความเป็นเจ้าของร่วมกันทุกภาคส่วนและส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดบริการขององค์กรคนตาบอด จึงเป็นที่มาของโครงการความร่วมมือระหว่างสปสช.กับมูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวคือ ในปีงบประมาณ 2557 สปสช.สนับสนุนให้มูลนิธิธรรมิกชนฯ จัดบริการ O&M ให้คนตาบอด จำนวน 150 คน ให้แล้วเสร็จในเวลา 6 เดือน โดยสนับสนุนงบประมาณ 8,500 บาทต่อราย ทั้งนี้ให้การจัดบริการเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

          การติดตามประเมินผลครั้งนี้ ดำเนินการระหว่าง ตุลาคม-ธันวาคม 2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการบรรลุเป้าหมายการจัดบริการ O&M ของมูลนิธิธรรมิกชนฯ และสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย แนวทางสนับสนุนองค์กรเพื่อคนตาบอด/องค์กรคนพิการ ให้สามารถเป็นหน่วยร่วมจัดบริการ O&M ของสปสช.ทั้งนี้ขอบเขตการประเมิน รวมถึงผล 1) การบรรลุเป้าหมายจำนวนคนตาบอด/สายตาเลือนรางที่ได้รับบริการ 2) จำนวนครูฝึก O&M ที่ให้บริการ 3) หลักสูตรที่ให้บริการคนตาบอด 4) ผลลัพธ์/ความพึงพอใจของผู้รับบริการ พร้อมกรณีศึกษา 5) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ 6) ความสามารถในการจัดบริการตามมาตรฐานกลาง ที่สปสช.กำหนด 7) ความสามารถพัฒนาบทบาทความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆในพื้นที่ และ 7) กลไกประสานงานสนับสนุน (งบประมาณ/การบริหารจัดการ/อื่นๆ) ระหว่างมูลนิธิธรรมิกชนฯ กับสปสช.ส่วนกลาง, เขต และจังหวัด ตลอดจนศูนย์บริการ O&M ของ รพ. ในพื้นที่ ทำการเก็บข้อมูลทุกหน่วยบริการด้วยแนวคำถามโดยวิธีสนทนากลุ่มและการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ปฏิบัติงาน และเก็บข้อมูลผลลัพธ์และความพึงพอใจผู้รับบริการจำนวนประมาณร้อยละ 30 ของผู้รับบริการทั้งหมด โดยเลือกตัวอย่างกระจายตามหน่วยบริการทุกสาขาด้วยสัดส่วนเดียวกัน

             ผลการประเมินพบว่า มูลนิธิธรรมิกชนฯ มีการจัดบริการกระจายอยู่ใน 10 จาก 12 สาขาย่อยของมูลนิธิธรรมิกชนฯ ซึ่งกระจายอยู่ในทั้งสี่ภาคทั่วประเทศ โดยสามารถให้บริการได้ 150 ราย ครบตามจำนวนภายในเวลา 6 เดือนตามที่กำหนด การบริการเป็นไปตามมาตรฐานการจัดบริการและมาตรฐานครูฝึกที่กำหนด และ การติดตามผลลัพธ์ จำนวน 74 ราย (ประมาณร้อยละ 50 ของผู้รับบริการทั้งหมด) พบว่า ร้อยละ 98 ผู้รับบริการไม่มีความยากลำบากในการทำกิจวัตรประจำวัน และการเคลื่อนที่ในบ้าน แต่ประมาณร้อยละ 54 ยังมีความยากลำบากในการทำสวน ร้อยละ 36 ยังยากลำบากในการทำอาหาร และร้อยละ 33 ยังมีความยากลำบากในการเคลื่อนที่นอกบ้าน ทั้งนี้ส่วนใหญ่พึงพอใจในบริการที่ได้รับในระดับมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะประเด็นความรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการทำกิจวัตรประจำวัน การเคลื่อนที่ในบ้าน การออกสังคม มีเพื่อนมากขึ้น การมีโอกาสฝึกอาชีพ และ ความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ยกเว้นเรื่องการมีโอกาสตรวจสุขภาพ กับการมีโอกาสทางการศึกษายังพึงพอใจค่อนข้างน้อย

           ข้อจำกัดในการบริการที่พบคือ การประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาล ในพื้นที่เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพตา และการจัดทำฐานข้อมูลคนตาบอดที่มารับ บริการเพื่อการพัฒนาต่อเนื่อง ในขณะที่มีข้อเด่นในการดำเนินการหลายประการ เช่น การมีสาขาที่กระจายตัวทั่วประเทศ และสามารถช่วยเหลือกันในแง่กำลังคน ครูฝึกที่เสริมกันให้ได้ตามมาตรฐาน การมีมาตรการจัดบริการทั้งในที่ตั้งซึ่งเป็นโรงเรียน และศูนย์เรียนรู้ฝึกอาชีพ และแบบเชิงรุกที่ลงไปในชุมชน การมีความเชี่ยวชาญและเป็นศูนย์บริการด้านอื่นๆ สำหรับคนตาบอดทำให้สามารถส่งต่อเพื่อฟื้นฟูด้านอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญคือเป็นหน่วยงานมืออาชีพด้านบริการ คนตาบอด ที่มีการมอบหมายผู้รับผิดชอบขับเคลื่อนงานนี้อย่างจริงจังเต็มเวลา

Download:   hs2152.zip  สมัครสมาชิกก่อนดาวน์โหลด(signup free)
(สมัครสมาชิกได้ที่ http://kb.hsri.or.th/dspace/register-hsri)

 

 

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.