การจัดการความรู้ภูมิปัญญาสุขภาพวิถีไทในระบบบริการปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชน

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
pawinee
เมื่อวันที่
2014-06-24 11:33
แท็ก 
รูปประกอบ หน้าปกรายงานวิจัยเรื่อง การจัดการความรู้ภูมิปัญญาสุขภาพวิถีไทในระบบบริการปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชน
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
การประชุมวิชาการเพื่อพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและสุขภาพชุมชน 2559 วันที่ 22 กรกฎาคม 2559...
จำนวนผู้อ่าน
2318
Title:  การจัดการความรู้ภูมิปัญญาสุขภาพวิถีไทในระบบบริการปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชน
Authors:  อารีวรรณ ทับทอง และคณะ
Issue Date:  2014
Publisher:  สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

Abstract: 

         การจัดการความรู้ภูมิปัญญาสุขภาพวิถีไทในระบบบริการปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชนมุ่งเน้นการถอดบทเรียนการดำเนินงานแพทย์แผนไทยเป็นรายกรณีศึกษาใน 5 จังหวัด คือ จังหวัดสุราษฏร์ธานี จังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดลำปาง
           มีวัตถุประสงค์เพื่อ            
      1) รวบรวมประสบการณ์การทำงานด้านภูมิปัญญาสุขภาพวิถีไทตามโจทย์ของแต่ละพื้นที่ และค้นหาปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเป็นรายกรณีศึกษาจากระบบงานต่างๆ อาทิ ระบบยาสมุนไพร การจัดบริการ การทำงานกับชุมชน การบริหารจัดการ การส่งต่อ เครื่องมือการทำงาน แนวคิดและนวัตกรรมที่เกิดขึ้น เป็นต้น
        2) เพื่อวิเคราะห์บทเรียนชุดต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการคิดและดำเนินงานของแต่ละพื้นที่ และสังเคราะห์บทเรียนที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานตามนโยบาย
             3) เพื่อสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และแนวทางพัฒนางานด้านภูมิปัญญาสุขภาพวิถีไทในด้านต่างๆ และนำไปสู่การขยายผลต่อปฏิบัติการในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปได้

        ผลการจัดกระบวนการถอดบทเรียนได้ 32 กรณีศึกษา และนำกรณีศึกษาทั้งหมดมาจำแนกตามกรอบของการถอดบทเรียนเป็นกรณีศึกษานั้น มุ่งไปที่การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการแพทย์แผนไทย อันได้แก่ รูปแบบบริการและการรักษา การใช้องค์ความรู้ต่างๆ โดยเน้นงานเชิงระบบ คือ
          1) งานด้านสุขภาพชุมชน 11 กรณีศึกษา ซึ่งมีทั้งการทำงานร่วมกับภาคีภาคส่วนต่างๆ ในชุมชนเพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยโรคเรื้อรังช่วยเหลือตนเองไม่ได้ และพัฒนาระบบบริการผสมผสานร่วมกับหมอพื้นบ้าน
             2) ด้านการรักษา และการส่งเสริมสุขภาพ 19 กรณีศึกษา ที่มีการใช้ยาสมุนไพร และการใช้องค์ความรู้การแพทย์แผนไทยในการรักษาและส่งเสริมสุขภาพ เช่น การนวดแผนไทย การดูแลผู้ป่วยเบาหวาน การดูแลหญิงก่อนคลอด-หลังคลอด
              3) การพัฒนาระบบการทำงาน 2 กรณีศึกษา โดยมีการวางแผนจัดทำยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันงานแพทย์แผนไทย ไปถึงการพัฒนาระบบงานที่เอื้อประโยชน์และมีความคล่องตัวต่อการดูแลสุขภาพผู้ป่วยในชุมชน

         จากผลการดำเนินงานดังกล่าวทำให้พบว่า นโยบายมีผลต่อการปฏิบัติงานในพื้นที่ เช่น กลไกทางการเงินจากระบบหลักประกันสุขภาพที่ทำให้การดำเนินงานแพทย์แผนไทยที่เคยมีมาก่อน เกิดการขยายตัวในระบบบริการปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชนอย่างรวดเร็ว หรือการผลักดันให้แพทย์แผนไทยปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งนโยบายเหล่านี้ยังมุ่งเน้นให้การดำเนินงานแพทย์แผนไทยมีการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆในชุมชน ถือว่าเป็นจุดเด่นของงานระบบบริการปฐมภูมิที่สามารถสร้างระบบสุขภาพชุมชน อย่างไรก็ตามการแพทย์แผนไทยที่ถูกพัฒนาระบบมาตรฐานในระบบบริการปฐมภูมิ ยังมีข้อจำกัดหลายด้าน อาทิเช่น การใช้ความรู้ทางการแพทย์แผนไทยที่ถูกลดทอนไปหลายส่วน ประสบการณ์การทำงานของแพทย์แผนไทยที่ยังมีน้อยและไม่คุ้นเคยกับระบบการทำงานในหน่วยบริการสาธารณสุข การทำงานร่วมกับสหวิชาชีพที่ต้องอาศัยการยอมรับและความเคารพซึ่งกันและกัน ซึ่งมีหลายกรณีศึกษาที่สามารถปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้เหมาะสมตามแต่ละบริบทพื้นที่

           ดังนั้น การพัฒนาการแพทย์แผนไทยในระบบบริการปฐมภูมิและระบบสุขภาพชุมชน จึงควรพัฒนาบทบาทการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานระหว่างสหวิชาชีพ และการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์แผนไทยกับหมอพื้นบ้านที่สามารถหนุนเสริมความรู้ต่อกันได้ โดยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถมีบทบาทสนับสนุนงบประมาณการดำเนินงานและกิจกรรมดังกล่าว ในด้านระบบบริการและการใช้องค์ความรู้ในการรักษาและการส่งเสริมสุขภาพยังถูกจำกัดแค่เพียง การนวด การใช้สมุนไพร แต่ยังเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกหน่วยบริการสามารถคีย์ข้อมูลผ่านระบบเพื่อสามารถเบิกเงินจากระบบหลักประกันสุขภาพได้ ดังนั้นควรหนุนเสริมให้แพทย์แผนไทย ได้ใช้ความรู้ที่หลากหลายตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพในการดูแลสุขภาพ โดยที่มีหน่วยงานกลางให้การสนับสนุนให้บุคลากรเหล่านี้ได้พบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้การรักษาโรคที่เกิดขึ้นกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง และส่งต่อข้อมูลระหว่างแพทย์แผนไทยกับแพทย์แผนปัจจุบัน หรือหมอพื้นบ้านเพื่อเกิดประโยชน์กับสุขภาพผู้ป่วย สำหรับด้านการพัฒนาระบบการทำงาน เนื่องจากนโยบายที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้งอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ทำให้เกิดความสับสนต่อผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ มีกรณีศึกษาบางพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ในระดับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักงานสาธารณสุขระดับอำเภอที่เกี่ยวข้องกับงานแพทย์แผนไทย คอยติดตามและประสานนโยบายสู่พื้นที่ เปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนการทำงาน ปัญหาและอุปสรรค กับแพทย์แผนไทยรุ่นใหม่ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การทำงานแพทย์แผนไทยมีประสิทธิภาพที่ดี เจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดและในระดับอำเภอ จึงควรมีบทบาทการประสานและจัดเวทีแลกเปลี่ยนการทำงาน จึงจะสามารถพัฒนาระบบงานต่างๆ ต่อไปได้ดียิ่งขึ้น

Download:   hs2115.zip  สมัครสมาชิกก่อนดาวน์โหลด(signup free)
(สมัครสมาชิกได้ที่ http://kb.hsri.or.th/dspace/register-hsri)

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.