การพัฒนาประสิทธิภาพทางการคลังที่ยั่งยืนสำหรับระบบหลักประกันสุขภาพ และแบบจำลองการจัดสรรทรัพยากรกำลังคนด้านสุขภาพ

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
pawinee
เมื่อวันที่
2021-07-02 09:07
แท็ก 
การพัฒนาประสิทธิภาพทางการคลังที่ยั่งยืนสำหรับระบบหลักประกันสุขภาพ และแบบจำลองการจัดสรรทรัพยากรกำลังคนด้านสุขภาพ
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Title: การศึกษารูปแบบการจ้างงาน แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาล ในภาครัฐของประเทศไทยในระยะ 15...
จำนวนผู้อ่าน
132

Title:             การพัฒนาประสิทธิภาพทางการคลังที่ยั่งยืนสำหรับระบบหลักประกันสุขภาพ และแบบจำลองการจัดสรรทรัพยากรกำลังคนด้านสุขภาพ
Authors:       ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
Issue Date:   2564
Publisher:     สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

Abstract

โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
1) พื้นที่การคลังสาธารณสุข: ประมาณการช่องว่างในการกำหนดงบประมาณ (Fiscal Space) ของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและระบบสาธารณสุข
2) การจัดสรรบุคลากร: ศึกษาช่องว่างอุปสงค์-อุปทานของบุคลากรทางการแพทย์เชิงพื้นที่และพัฒนาแบบจำลองในการจัดสรรทรัพยากรบุคคล เพื่อลดปัญหาความขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

ผลการวิจัยเรื่องพื้นที่การคลัง หรือ ช่องว่างในการกำหนดงบประมาณ (Fiscal Space) ของค่าใช้จ่ายสุขภาพประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณจากภาครัฐ โดยเน้นระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (Universal Coverage Scheme (UCS)) เพื่อประเมินตัวชี้วัดตามกรอบ Sustainability, Adequacy, Fairness and Efficiency (SAFE) พบว่า ความยั่งยืนและความเพียงพอเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับประเทศไทยในอีกอย่างน้อย 10 ข้างหน้า ซึ่งงานวิจัยนี้ได้วิเคราะห์เชิงปริมาณสำหรับความเป็นไปได้ของ 3 รูปแบบ แนวทางบูรณาการ 3 กองทุนหลัก โดยสามารถลดงบประมาณรัฐและค่าใช้จ่ายสุขภาพรวม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการคลัง ทั้งนี้ การวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์การเมือง (political economy analysis) พบว่า มีความเป็นไปได้ที่จะหาแหล่งรายได้ เช่น การเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อนำมาใช้ทางด้านสวัสดิการ (earmarked VAT) และ การปฏิรูปภาษีทั้งระบบ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการผลักดันทางการเมือง จึงจะเกิดขึ้นเป็นจริงได้

ผลการวิจัยเรื่องการจัดเครือข่ายสุขภาพเชิงพื้นที่ โดยศึกษาการจัดสรรทรัพยากรกำลังคนสุขภาพของโรงพยาบาล สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สป.สธ.) ภายในเขตพื้นที่เดียวกัน รวมทั้งวิเคราะห์การจัดสรรในรูปแบบ Public-Private Partnership พบว่า การจัดเครือข่ายระดับบริการใกล้เคียงกัน เช่น รวมระดับปฐมภูมิ ระดับทุติยภูมิระดับต้นและระดับกลาง จะสามารถช่วยลดการขาดแคลนกำลังคนสุขภาพได้ นอกจากนี้ การจัดสรรบุคลากรโรงพยาบาลระดับทุติยภูมิและระดับตติยภูมิสังกัด สป.สธ. ร่วมกับโรงพยาบาลเอกชน ภายในจังหวัดเดียวกัน จะลดภาระงานเฉลี่ยต่อหัวของโรงพยาบาลสังกัด สป.สธ. เพียงเล็กน้อยเมื่อพิจารณาในระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณารายจังหวัด จะลดภาระงานเฉลี่ยต่อหัวลงได้ประมาณร้อยละ 10 หรือมากกว่า สำหรับหลายจังหวัดใหญ่

 

Download :       Full Text  สมัครสมาชิกก่อนดาวน์โหลด (signup free)

(สมัครสมาชิกได้ที่ http://kb.hsri.or.th/dspace/register-hsri)

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.