ช่องว่างในการเข้าถึงบริการจิตเวชและภาระทางเศรษฐศาสตร์ ปีที่ 2

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
pawinee
เมื่อวันที่
2019-06-19 13:20
แท็ก 
ช่องว่างในการเข้าถึงบริการจิตเวชและภาระทางเศรษฐศาสตร์ ปีที่ 2
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
งานบรรยายดีๆ และไม่มีค่าใช้จ่าย ประจำเดือน มิถุนายน 2557 กับ หัวข้อ "สิ่งเสพติด ยาเสพติด เกม โซเชียลเน็ตเวิร์ค "
จำนวนผู้อ่าน
163

Title:             ช่องว่างในการเข้าถึงบริการจิตเวชและภาระทางเศรษฐศาสตร์ ปีที่ 2
Authors:       ตะวันชัย จิรประมุขพิทักษ์

Issue Date:   2019
Publisher:     สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

Abstract

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อเปรียบเทียบผลกระทบทางเศรษฐศาสตร์และสังคมจากการป่วยทางจิตเวชเรื้อรังระหว่างผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ และรักษาล่าช้า ระหว่างผู้ที่ป่วยตั้งแต่อายุน้อยและอายุมากและระหว่างผู้ที่ป่วยมานานและไม่นาน
  2. เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการติดตามเยี่ยมและดูแลผู้ป่วยโดยอาสาสมัครในชุมชนต่อผลลัพธ์ต่างๆ (โดยเปรียบเทียบผลลัพธ์ก่อนหลังการเยี่ยมบ้าน เฉพาะกลุ่มที่ได้รับการเยี่ยมบ้าน)

วิธีการศึกษา
รูปแบบการศึกษาเป็นแบบ mixed method ประกอบด้วยการศึกษาแบบตัดขวาง (cross-sectional community survey design) เลือกตัวอย่างจากผู้ป่วย 18 ปีขึ้นไป ประกอบด้วย 3 กลุ่มคือ 1) ผู้ป่วยที่มีอาการโรคจิต (psychosis) ที่อาศัยในครัวเรือนในเขตเทศบาลคูคตและเทศบาลลำสามแก้ว จังหวัดปทุมธานี ที่มีประวัติรักษาตัวในโรงพยาบาลธรรมศาสตร์และศูนย์การแพทย์ปฐมภูมิ 2) ผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตที่ได้จากการคัดกรองจากการสำรวจในชุมชนในการศึกษาปีที่ 1 และ 3) ผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตในชุมชนที่เข้าถึงได้ยาก (hard-to-reach) ได้มาจากการใช้เทคนิคการแนะนำต่อๆ กัน (chain referral method) จากคนในชุมชน สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างทั้งหมดด้วยแบบสอบถาม World Mental Health - Composite International Diagnostic Interview version 3.0 (WMH-CIDI 3.0) ฉบับภาษาไทย ที่ประกอบด้วยแบบวินิจฉัยโรคจิต โรคซึมเศร้า ปัญหาการดื่มสุรา คำถามเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐาน ประวัติการรักษาและการใช้บริการสุขภาพจิตในช่วงชีวิตและในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา สิทธิในการรักษารวมทั้งประกันสุขภาพต่างๆ รายได้ โรคทางกายกลุ่มเมตาบอลิค ผลกระทบต่อการเรียน การทำงาน รายได้ และผู้ดูแล และศึกษากึ่งทดลองก่อนและหลังการประเมินและเยี่ยมบ้านโดยไม่มีกลุ่มควบคุม (before-and-after treatment without control group design) ในผู้ป่วยที่มีประวัติไม่ร่วมมือหรือขาดการรักษาบ่อยครั้งที่เสี่ยงต่อการป่วยซ้ำ ประเมินในขณะเยี่ยมบ้านโดยใช้แบบติดตามผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในชุมชน 9 ด้าน

ผลการศึกษา
มีผู้เข้าร่วมศึกษา จำนวน 623 คน (สัดส่วนผู้ยินยอมคิดเป็นร้อยละ 89.1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ได้มาจากการแนะนำต่อๆ กันโดยคนในชุมชน กลุ่มตัวอย่างมีสัดส่วนของผู้ที่เคยมีอาการโรคจิตร้อยละ 88.9 อาการซึมเศร้า ร้อยละ 81.4 ปัญหาการดื่มสุรา ร้อยละ 19.6 การวิเคราะห์แบบพหุตัวแปร พบว่าประวัติเริ่มป่วยตั้งแต่อายุยังน้อยมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงต่อการหยุดเรียนก่อนกำหนด การว่างงาน รายได้รายปีที่ลดลงและกลุ่มอาการเมตาบอลิค ประวัติการได้รับการรักษาล่าช้ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงต่อการหยุดเรียนก่อนกำหนด ประวัติการป่วยมานานมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงต่อการว่างงานและรายได้รายปีที่ลดลง แต่ประวัติการป่วยมาไม่นานมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการเมตาบอลิค ส่วนภาระต่อผู้ดูแลนั้น ผู้ดูแลผู้ป่วยส่วนใหญ่รายงานว่าได้รับผลกระทบค่อนข้างมากถึงมาก (64.9%) โดยการต้องอยู่เฝ้าผู้ป่วย ดูแลด้านจิตใจและการกินยา มากกว่ากึ่งหนึ่งต้องใช้เวลาในการดูแลราว 8-9 ชม ต่อสัปดาห์ ส่วนใหญ่รายงานว่ามีความรู้สึกอับอายปานกลางถึงมากที่มีญาติป่วยทางจิต มากกว่า 1 ใน 3 รายงานว่าได้รับผลกระทบทางการเงินจากการดูแลผู้ป่วย ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งถูกครอบครัวละทิ้งให้อยู่คนเดียว (5.8%) ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการศึกษาส่วนใหญ่เคยได้รับการรักษามาก่อน (86.4%) โดยส่วนใหญ่กำลังติดตามการรักษาอยู่ (51.7%) รองลงมาคือขาดการรักษาไม่เกิน 1 ปี (20.5%) และขาดการรักษา 1 ปีขึ้นไป (14.2%) ในจำนวนผู้ไม่เคยรักษาหรือขาดการรักษา (N=301) หลังการสัมภาษณ์มีผู้ป่วยยินยอมกลับมารับการรักษาใหม่ ร้อยละ 38.2 มีผู้ป่วยทางจิตเรื้อรังที่ได้รับการเยี่ยมบ้านจำนวนทั้งหมด 61 คน หลังการเยี่ยมบ้านไประยะหนึ่ง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นตามองค์ประกอบต่างๆ ในเกือบทุกด้าน ยกเว้น การประกอบอาชีพ ลักษณะผู้ดูแลและสภาพแวดล้อม

สรุป
มีผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังจำนวนไม่น้อยที่ขาดการรักษาหรือไม่เคยได้รับการรักษามาก่อน ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาอย่างต่อเนื่องได้ หากระบบบริการจิตเวชยังตั้งรับที่สถานพยาบาลอย่างเดียว การเข้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มป่วยตั้งแต่อายุยังน้อยและติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิดโดยใช้มาตรการอย่างเช่น การเยี่ยมบ้าน จะช่วยลดผลกระทบต่างๆ ในระยะยาว เช่น การหยุดเรียนก่อนกำหนด การว่างงาน ภาระในการดูแล ความเสี่ยงต่อโรคทางกายเรื้อรังต่างๆ การพัฒนาและประเมินมาตรการรูปแบบใหม่ๆ ในการค้นหาและดูแลผู้ป่วยและครอบครัวในชุมชนอย่างต่อเนื่อง (เช่น การนำเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่มาใช้) จึงมีความจำเป็นในการลดช่องว่างในการเข้าถึงการบริการจิตเวช

Download :       hs2491.pdf  สมัครสมาชิกก่อนดาวน์โหลด (signup free)

(สมัครสมาชิกได้ที่ http://kb.hsri.or.th/dspace/register-hsri)

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.