รับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกขึ้นบัญชีเป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยทรัพยากรมนุษย์

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
2018-05-11 16:51
Default image
จำนวนผู้อ่าน
689

ประกาศสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

เรื่อง รับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกขึ้นบัญชีเป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยทรัพยากรมนุษย์

……………………………………………………

          ด้วย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขจะดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อขึ้นบัญชีเป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยทรัพยากรมนุษย์

         ฉะนั้นอาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๕ แหน่งพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และ ระเบียบสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นผู้ปฏิบัติงานของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๖๑ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขจึงประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อคัดเลือกขึ้นบัญชีเป็นผู้ปฏิบัติงาน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

. ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยทรัพยากรมนุษย์

.๑ วัตถุประสงค์ ขอบเขต และลักษณะงาน

         ปฏิบัติงานในฐานะหัวหน้าหน่วย ซึ่งต้องกำกับ แนะนำ ตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้ร่วมปฏิบัติงาน โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความชำนาญงานสูงมากในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ปฏิบัติงานที่ต้องตัดสินใจหรือแก้ปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อนมากในเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำกฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล การสรรหาบุคคลากร การบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนระดับ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การให้ค่าตอบแทน การยกเลิกการจ้าง การพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรมและสัมมนา การลา สวัสดิการ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลของพนักงาน ตลอดจนคิดวิเคราะห์เพื่อพัฒนางาน สอนงานผู้ใต้บังคับบัญชา และ ให้คำปรึกษาหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับงานบริหารทรัพยากรบุคคล และเรื่องอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

.๒ หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

๑.๒.๑ จัดทำ/ทบทวนแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรมนุษย์

๑.๒.๒ จัดทำแผนอัตรากำลังของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

๑.๒.๓ จัดทำแผนงบบุคลากรของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

๑.๒.๔ จัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรบุคคล สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

๑.๒.๕ ศึกษาวิเคราะห์ วางแผนและนำเสนอหลักเกณฑ์ กลไก ระบบ กระบวนการ และ/หรือระเบียบข้อบังคับต่างๆ ด้านการบริหารงานบุคคล

๑.๒.๖ ควบคุม ดูแล กำกับ ดำเนินการงานบริหารบุคคลตั้งแต่กระบวนการรับผู้ปฏิบัติงานตั้งแต่เข้าปฏิบัติงานจนถึงออกจากงาน ได้แก่ การสรรหา การบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนระดับ การบริหารและประเมินผลงาน การให้ค่าตอบแทน และการยกเลิกการจ้าง

๑.๒.๗ ควบคุม ดูแล กำกับ การจัดหาหลักสูตร กระบวนการ หรือการฝึกอบรมทั้งภายในและภายนอก รวมถึงการปฐมนิเทศบุคลากรใหม่

๑.๒.๘ ดำเนินการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อขึ้นเงินเดือนผู้ปฏิบัติงาน พร้อมทั้งบริหารเงินเดือนและค่าตอบแทน

๑.๒.๙ จัดประชุมและสรุปรายงานผลการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล

๑.๒.๑๐ จัดทำรายงานประเมินผลการดำเนินงานกองทุนเพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุข (ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล)

๑.๒.๑๑ วิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จและเสนอแนวทางในการพัฒนาคุณภาพงานหรือแก้ไขปัญหางานบริหารทรัพยากรบุคคล

๑.๒.๑๒ พัฒนาระบบหรือจัดกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน

๑.๒.๑๓ วางแผน กำกับ ดูแล และให้คำปรึกษาแนะนำ เรื่องการปฏิบัติงานบุคคลแก่บุคลากรใน สวรส.

๑.๒.๑๔ งานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

.๓ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดลือก

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

คุณสมบัติทั่วไป

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปีบริบูรณ์

(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ

(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ไม่เป็นบุคคลอยู่ในระหว่างถูกพักงาน พักราชการ หรือสั่งให้หยุดงานเป็นการชั่วคราวในลักษณะเดียวกับการพักงานหรือพักราชการ

(๖) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๘) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๙) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

คุณสมบัติเฉพาะ

(๑) ได้รับวุฒิปริญญาโทหรือคุณวุฒิอื่นที่เทียบเท่าได้ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าในสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ การบริหารงานบุคคล รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ การบริหารทั่วไป หรือคุณวุฒิอื่นที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่รับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ

(๒) มีประสบการณ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลหรืองานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๕ ปี

(๓) มีความรู้และทักษะในการใช้โปรแกรม Microsoft Office ในระดับดี

(๔) มีความเป็นผู้นำ ใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

(๕) สามารถปฏิบัติงานในภาวะกดดันได้เป็นอย่างดี

. ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทรัพยากรมนุษย์อาวุโส

.๑ วัตถุประสงค์ ขอบเขต และลักษณะงาน

         ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความชำนาญงานสูง ปฏิบัติงานที่มีความยุ่งยากซับซ้อนในด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ ได้แก่ การสรรหาบุคคลากร การบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนระดับ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การให้ค่าตอบแทน การยกเลิกการจ้าง การพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรมและสัมมนา การลา สวัสดิการ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลของพนักงาน ดำเนินการโครงการวิชาการเพื่อให้ได้องค์ความรู้ด้านการบริหารงานบุคคลเพื่อนำไปกำหนดนโยบาย มาตรการ ข้อบังคับ มาตรฐานหรือแนวทางต่างๆ ตลอดจนศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อพัฒนางานหรือแก้ไขปัญหาในงานที่มีความยุ่งยากและมีขอบเขตกว้างขวาง และเรื่องอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

.๒ หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

๒.๒.๑ ดำเนินการสรรหาบุคลากรตั้งแต่ประกาศรับสมัคร แต่งตั้งคณะกรรมการ ดำเนินการตามกระบวนการสรรหา จัดทำคำสั่งบรรจุแต่งตั้งและสัญญาจ้าง

๒.๒.๒ ดำเนินการเลื่อนระดับตำแหน่งให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน

๒.๒.๓ จัดทำ/ทบทวน Job Description, Job Assignment และ Career Path

๒.๒.๔ จัดทำหลักสูตรและดำเนินการปฐมนิเทศบุคลากรใหม่

๒.๒.๕ ดำเนินการตรวจสอบสิทธิและบันทึกข้อมูลการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการต่างๆ ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร และ ค่าสงเคราะห์อื่นๆ

๒.๒.๖ ดำเนินการเรื่องประกันสังคม ประกันภัยกลุ่ม บัตรผู้ปฏิบัติงาน ตรวจสุขภาพประจำปี เครื่องแบบผู้ปฏิบัติงาน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สหกรณ์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ฌาปนกิจสงเคราะห์ เงินบำเหน็จ และ สวัสดิการอื่นๆ

๒.๒.๗ ดำเนินการเกี่ยวกับการลา ตั้งแต่เสนอขออนุมัติลา สรุปการลาของผู้ปฏิบัติงาน

๒.๒.๘ จัดประชุมผู้ปฏิบัติงานประจำเดือน

๒.๒.๙ ดำเนินการด้านธุรการงานประชุมคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสถาบัน

๒.๒.๑๐ ดำเนินการเรื่องการออกจากงานหรือเลิกจ้างผู้ปฏิบัติงาน

๒.๒.๑๑ บันทึกข้อมูลบุคลากรในโปรแกรมบริหารงานบุคคล

๒.๒.๑๒ วิเคราะห์ส่วนขาด ความต้องการของสถาบัน จัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ดำเนินการตามแผน สรุปประเมินผลและให้ข้อเสนอแนะ

๒.๒.๑๓ จัดทำ/จัดหาหลักสูตร ดำเนินการและสรุปผลการจัดอบรมภายใน (In house Training)

๒.๒.๑๔ จัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ให้ผู้ปฏิบัติงาน

๒.๒.๑๕ ดำเนินการโครงการทางวิชาการ นโยบาย มาตรการ ระเบียบ ข้อบังคับ และแนวทางในการดำเนินงานด้านการบริหารงานบุคคล

๒.๒.๑๖ สอนงาน ถ่ายทอดความรู้ ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะตอบปัญหาและแก้ไขปัญหา ต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานให้แก่ผู้ปฏิบัติงานระดับรองลงมา บุคลากรของ สวรส. หน่วยงานในสังกัด องค์กรภาคีเครือข่าย และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

๒.๒.๑๗ ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และวางแผนในการพัฒนาระบบงานและแก้ไขปัญหาในงาน

๒.๒.๑๘ ประยุกต์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนางานให้มีประสิทธิภาพ

๒.๒.๑๙ งานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

 

.๓ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดลือก

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

คุณสมบัติทั่วไป

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์

(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ

(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ไม่เป็นบุคคลอยู่ในระหว่างถูกพักงาน พักราชการ หรือสั่งให้หยุดงานเป็นการชั่วคราวในลักษณะเดียวกับการพักงานหรือพักราชการ

(๖) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๘) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๙) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

คุณสมบัติเฉพาะ

(๑) ได้รับวุฒิปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอื่นที่เทียบเท่าได้ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าในสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ การบริหารงานบุคคล รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ การบริหารทั่วไป การจัดการ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องหรือคุณวุฒิอื่นที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่รับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ

(๒) มีประสบการณ์ด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์หรืองานที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า ๓ ปี

(๓) มีความรู้และทักษะในการใช้โปรแกรม Microsoft Office ในระดับดี

(๔) มีความเป็นผู้นำ ใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

(๕) สามารถปฏิบัติงานในภาวะกดดันได้เป็นอย่างดี

. ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทรัพยากรมนุษย์

.๑ วัตถุประสงค์ ขอบเขต และลักษณะงาน

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงานด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ ได้แก่ การสรรหาบุคคลากร การบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนระดับ การประเมินผลการปฏิบัติงาน การให้ค่าตอบแทน การยกเลิกการจ้าง การพัฒนาบุคลากร การฝึกอบรมและสัมมนา การลา สวัสดิการ สิทธิประโยชน์เกื้อกูลของพนักงาน ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และเรื่องอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

.๒ หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก

๓.๒.๑ ดำเนินการสรรหาบุคลากรตั้งแต่ประกาศรับสมัคร แต่งตั้งคณะกรรมการ ดำเนินการตามกระบวนการสรรหา จัดทำคำสั่งบรรจุแต่งตั้งและสัญญาจ้าง

๓.๒.๒ ดำเนินการเลื่อนระดับตำแหน่งให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน

๓.๒.๓ จัดทำ/ทบทวน Job Description, Job Assignment และ Career Path

๓.๒.๔ จัดทำหลักสูตรและดำเนินการปฐมนิเทศบุคลากรใหม่

๓.๒.๕ ดำเนินการตรวจสอบสิทธิและบันทึกข้อมูลการเบิกจ่ายเงินสวัสดิการต่างๆ ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล ค่าเล่าเรียนบุตร และ ค่าสงเคราะห์อื่นๆ

๓.๒.๖ ดำเนินการเรื่องประกันสังคม ประกันภัยกลุ่ม บัตรผู้ปฏิบัติงาน ตรวจสุขภาพประจำปี เครื่องแบบผู้ปฏิบัติงาน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สหกรณ์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ฌาปนกิจสงเคราะห์ เงินบำเหน็จ และ สวัสดิการอื่นๆ

๓.๒.๗ ดำเนินการเกี่ยวกับการลา ตั้งแต่เสนอขออนุมัติลา สรุปการลาของผู้ปฏิบัติงาน

๓.๒.๘ จัดประชุมผู้ปฏิบัติงานประจำเดือน

๓.๒.๙ ดำเนินการด้านธุรการงานประชุมคณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคลของสถาบัน

๓.๒.๑๐ ดำเนินการเรื่องการออกจากงานหรือเลิกจ้างผู้ปฏิบัติงาน

๓.๒.๑๑ บันทึกข้อมูลบุคลากรในโปรแกรมบริหารงานบุคคล

๓.๒.๑๒ วิเคราะห์ส่วนขาด ความต้องการของสถาบัน จัดทำแผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ดำเนินการตามแผน สรุปประเมินผลและให้ข้อเสนอแนะ

๓.๒.๑๓ จัดทำ/จัดหาหลักสูตร ดำเนินการและสรุปผลการจัดอบรมภายใน (In house Training)

๓.๒.๑๔ จัดกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ให้ผู้ปฏิบัติงาน

๓.๒.๑๕ ตอบปัญหาและชี้แจงเกี่ยวกับงานที่รับผิดชอบแก่หน่วยงาน หรือผู้เกี่ยวข้องได้ทราบข้อมูลและความรู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์

๓.๒.๑๖ ร่วมศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และวางแผนในการพัฒนาระบบงานและแก้ไขปัญหาในงานที่รับผิดชอบ

๓.๒.๑๗ งานอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

 

.๓ คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดลือก

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

คุณสมบัติทั่วไป

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๒ ปีบริบูรณ์

(๓) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ

(๔) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ไม่เป็นบุคคลอยู่ในระหว่างถูกพักงาน พักราชการ หรือสั่งให้หยุดงานเป็นการชั่วคราวในลักษณะเดียวกับการพักงานหรือพักราชการ

(๖) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออกจากการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๗) ไม่เป็นผู้เคยได้รับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก เว้นแต่เป็นโทษสําหรับความผิดที่ได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๘) ไม่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมือง ที่ปรึกษาพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น

(๙) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

คุณสมบัติเฉพาะ

(๑) ได้รับวุฒิปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอื่นที่เทียบเท่าได้ในระดับเดียวกันหรือสูงกว่าในสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ การบริหารงานบุคคล รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ การบริหารทั่วไป การจัดการ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องหรือคุณวุฒิอื่นที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขเห็นว่าเหมาะสมกับหน้าที่รับผิดชอบและลักษณะงานที่ปฏิบัติ

(๒) มีความรู้และทักษะในการใช้โปรแกรม Microsoft Office ในระดับดี

(๓) มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี ใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

(๔) สามารถปฏิบัติงานในภาวะกดดันได้เป็นอย่างดี

. เอกสารประกอบการสมัคร

(๑) รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด ๑ นิ้ว หรือ ๒ นิ้ว จำนวน ๑ รูป ถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน

(๒) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน ๑ ฉบับ

(๓) สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน ๑ ฉบับ

(๔) สำเนาปริญญาบัตรและ/หรือสำเนาใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง จำนวน ๑ ชุด

(๕) ใบสมัครพร้อมประวัติย่อ (Curriculum Vitae : CV) จำนวน ๑ ชุด

(๖) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ – สกุล, ใบทะเบียนสมรส (ถ้ามี), ใบผ่านการเกณฑ์ทหาร ฯ (สำหรับเพศชาย)

(๗) ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน ๖ เดือน (สถานพยาบาลของรัฐตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง จัดตั้งสถานพยาบาล ประเภทสถานพยาบาลที่เป็นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ)

(๘) หนังสือรับรองประสบการณ์ (ถ้ามี)

 

. การคัดเลือก

 

.๑ เงื่อนไขการคัดเลือก

          ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตรงตามประกาศฉบับนี้ และผู้สมัครต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัคร และรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนและตามความจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่า เอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่ผู้สมัครนำมายื่นไม่ตรง หรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัคร สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขจะถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครคัดเลือกครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น

.๒ วิธีการคัดเลือก

          สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขจะดำเนินการคัดเลือกโดยวิธีการสอบข้อเขียนและ/หรือการสอบสัมภาษณ์ และขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาคัดเลือกใบสมัครเฉพาะที่มีคุณสมบัติและอัตราเงินเดือนที่เหมาะสมตามที่คณะกรรมการสอบคัดเลือกพิจารณาเห็นสมควรเท่านั้น และผลการตัดสินของคณะกรรมการฯ ให้เป็นที่สุด

 

. การขึ้นบัญชีผู้ที่ได้รับการคัดเลือก

๖.๑ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขจะประกาศรายชื่อผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อขึ้นบัญชีเป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยทรัพยากรมนุษย์ภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันที่ผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือก

๖.๒ การขึ้นบัญชีผู้ได้รับการคัดเลือกมีระยะเวลาไม่เกิน ๑ ปี

๖.๓ สถาบันฯ ขอสงวนสิทธิในการประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ขึ้นบัญชีเป็นผู้ปฏิบัติงานของสถาบันก็ต่อเมื่อสถาบันฯ ได้พิจารณาคุณสมบัติและอัตราเงินเดือนที่เหมาะสม

๖.๔ สถาบันฯ ขอสงวนสิทธิในการบรรจุแต่งตั้งผู้ที่ได้รับการคัดเลือกที่ขึ้นบัญชีไว้ก็ต่อเมื่อมีอัตรากำลังที่ว่างหรือตามความต้องการของสถาบัน

 

. การรับสมัคร

ผู้สนใจ สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.hsri.or.th  และ ส่งใบสมัครพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการสมัครมาที่สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ชั้น ๔ อาคารสุขภาพแห่งชาติ ๘๘/๓๙ ถนนติวานนท์ ๑๔ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทร. ๐๒-๘๓๒-๙๒๓๕ หรือ E-mail : hsri@hsri.or.th ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑

 

ประกาศ ณ วันที่ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

 

 

(นายพีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์)

รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข