วิจัยสำรวจตัวอย่างคนพิการ ให้คะแนนส่งเสริมการ “จัดหางาน – พัฒนาฝีมือ” น้อย

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
supadit
เมื่อวันที่
2017-05-05 15:40
วิจัยสำรวจตัวอย่างคนพิการ ให้คะแนนส่งเสริมการ “จัดหางาน – พัฒนาฝีมือ” น้อย
จำนวนผู้อ่าน
28

          การจัดสวัสดิการสังคมในประเทศไทยนั้น มีรากฐานจากแนวคิดทฤษฎีแบบสังคมสงเคราะห์ ที่มุ่งให้การช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก คนจน แม้ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีนโยบายสวัสดิการด้านต่างๆ เช่น ด้านการชราภาพ การรักษาพยาบาล การศึกษา การประกันการว่างงาน เป็นต้น ที่มุ่งเน้นจัดระบบความคุ้มครองทางสังคมในเรื่องบริการสุขภาพและความมั่นคงทางสังคมอื่นๆ ในทุกกลุ่มอายุ (เด็ก วัยแรงงานและผู้สูงอายุ) อย่างไรก็ตามยังมีช่องว่างทางสังคมจากปัญหาด้านการทำงานและรายได้ในประชากรกลุ่มเฉพาะอย่างคนพิการ ที่ยังเป็นประเด็นที่รัฐควรให้ความสำคัญ ซึ่งแม้จะมีสวัสดิการรัฐอยู่บ้าง แต่ยังมีจุดอ่อนที่ควรได้รับการแก้ไขและพัฒนา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชากรกลุ่มดังกล่าว

          จากรายงานการศึกษาเรื่อง “การศึกษาแนวทางการจัดสวัสดิการสังคมที่เหมาะสมของประเทศไทย” โดยส่วนงานสำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และ ม.นเรศวร มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่น่าสนใจ ซึ่งได้เสนอต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลังไว้แล้ว โดยระบุว่า การที่สวัสดิการสังคมถูกมองว่าเป็นภาระทางการคลังหรือเป็นเรื่อง“ประชานิยม” เชิงลบนั้น เป็นการมองเพียงปัจจัยลบต่อระบบการคลังเพียงด้านเดียวซึ่งเป็นแนวคิดแบบ“โบราณ” แต่ในทางแนวคิดเศรษฐศาสตร์สวัสดิการและการคุ้มครองทางสังคมในปัจจุบันนั้น การจัดสวัสดิการสังคมในสัดส่วนที่เหมาะสมร่วมกับนโยบายเศรษฐกิจอื่นนั้น มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ มีส่วนช่วยทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้เช่นกัน โดย “เงินที่ลงทุน” ในการให้สวัสดิการสังคมนั้นจะทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของศักยภาพและขีดความสามารถของคนที่ส่งผลให้มีการเพิ่มผลผลิต โดยในรายงานได้วิเคราะห์ให้เห็นถึง “ผลตอบแทนในการลงทุน” และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในรูปแบบอื่นที่เกิดจากการลงทุนสวัสดิการสังคมที่เพิ่มผลผลิตมวลรวม (GDP) ของประเทศ เช่น การเพิ่มความคล่องตัวในการใช้จ่าย การกู้ยืม การถือครองทรัพย์สิน การทำให้ประชาชนมีอำนาจการซื้อเพิ่มขึ้นทำให้เกิดการบริโภคโดยรวม ตลอดจนการทำให้เกิดภาษีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นต้น

          ทั้งนี้ รายงานการวิจัยดังกล่าว ได้มีการสำรวจความคิดเห็นของคนพิการในเรื่อง“สวัสดิการสังคมด้านการทำงานและการมีรายได้พื้นฐานของคนพิการ” ที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่รัฐควรจัดให้มีขึ้น ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างคนพิการจำนวน 1,002 คน ใน 22 เขตพื้นที่ เก็บข้อมูลเป็นตัวแทนของประเทศ

          ผลการสำรวจข้อมูลทั่วไปของคนพิการที่ตอบแบบสอบถาม เป็นคนพิการทางการเคลื่อนไหว จำนวน 853 คน พิการด้านสายตา 67 คน พิการด้านการได้ยิน 32 คน พิการทางสติปัญญา 29 คน พิการทางการเรียนรู้/ออทิสติก 21 คน โดยพบว่า คนพิการกลุ่มตัวอย่างมีระดับการศึกษามัธยม/ปวช.มากที่สุด จำนวน 367 คน รองลงมาคือ ระดับปวส./อนุปริญญา 205 คน ประถมศึกษา 163 คน ปริญญาตรี 131 คน การศึกษาสูงกว่าปริญญา 41 คน และอื่นๆ เช่น การศึกษาต่ำกว่ามัธยมต้น ไม่ได้ศึกษา ศึกษาไม่จบ 95 คน สำหรับรายได้เฉลี่ยของ พบว่า คนพิการมีรายได้เฉลี่ย 4,501-9,000 บาท มีสัดส่วนมากที่สุด  498 คน  รองลงมามีรายได้เฉลี่ย 1-4,500 บาท  317 คน รายได้เฉลี่ย 9,001-13,500 บาท  81 คน รายได้เฉลี่ยมากกว่า 22,500 บาท  48 คน รายได้เฉลี่ย 18,001-22,500 บาท 26 คน และรายได้เฉลี่ย 13,501-18,000 บาท  16 คน และไม่ตอบคำถามเรื่องรายได้ 16 คน

          รายงานการศึกษาได้วิเคราะห์ความพึงพอใจของคนพิการต่อสวัสดิการสังคมด้านการทำงานและการมีรายได้พื้นฐาน พบว่า ผู้พิการมีความพึงพอใจอยู่ในระดับคะแนนเฉลี่ย 4.06 จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน โดยมีความพึงพอใจในเรื่องเงินทดแทนกรณีการว่างงาน มีคะแนนเฉลี่ยสูงสุดคือ 5.00 รองลงมาเป็นเรื่องเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ มีคะแนนเฉลี่ย 4.57 เบี้ยยังชีพคนพิการ 500 บาทต่อเดือน คะแนนเฉลี่ย 4.54 เงินทดแทนกรณีเสียชีวิต คะแนนเฉลี่ย 4.50 จัดหาที่ทำกิน ให้สิทธิ์ทำกิน มีคะแนนเฉลี่ย 3.77 ส่วนค่าคะแนนในระดับที่น้อยลงมา คือ การพัฒนาฝีมือแรงงานไทย โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีคะแนนเฉลี่ย 3.13 และบริการจัดหางาน โดยกรมจัดหางาน มีคะแนนเฉลี่ย 2.93

          นพ.ถาวร สกุลพาณิชย์ ผู้จัดการงานวิจัยอาวุโส ส่วนงานสำนักวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย  สวรส. กล่าวว่า ข้อมูลจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้พิการและผลการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้แทนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องมีความสอดคล้องกันว่า การดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านการทำงานและรายได้ของคนพิการของประเทศยังมีช่องว่าง ส่วนหนึ่งเกิดจากแผนงาน  ที่จะมาช่วยยกระดับขีดความสามารถการประกอบอาชีพสำหรับคนพิการได้อย่างเป็นรูปธรรมนั้นยังขาดการบูรณาการ ไม่มีการประสานเชื่อมโยงส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ให้การส่งเสริมการฝึกอาชีพ แต่พบว่าอาชีพที่ฝึกทักษะไปแล้วไม่ได้วิเคราะห์ร่วมกับกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน หรือกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าตลาดมีการรองรับแรงงานหรือผลผลิต รวมถึงการจัดหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม หรือการมีกฎหมายการจ้างงานคนพิการ ก็ยังพบว่ามีการปฏิบัติน้อยและไม่ทั่วถึง เป็นต้น

          “ความพิการบางกรณีไม่ได้มีมาแต่กำเนิด แต่เพิ่งจะเกิด เช่น ความพิการจากอุบัติเหตุ การถูกตัดอวัยวะจากโรคเรื้อรังทำให้ต้องทุพพลภาพ ก็ควรมีการบูรณาการการปรับทักษะและการจัดหางาน โดยการฝึกอาชีพใหม่หรือพัฒนาฝีมือ ที่เหมาะสมกับขีดความสามารถหรือสมรรถนะของความพิการที่ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน การอุดหนุนรายได้ในช่วงการฝึกอบรม หาช่องทางในการทำงานของคนพิการกลุ่มใหม่ที่ยังพอมีสมรรถนะให้มีรายได้ไม่น้อยกว่าเดิมหรือใกล้เคียงกับรายได้ช่วงก่อนพิการได้ รวมทั้งมีฐานข้อมูลกลางความต้องการแรงงาน ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีกระบวนการเหล่านี้ที่สอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ ทั้งที่เรื่องเหล่านี้จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตคนพิการและมีผลดีต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ หรือหากคนพิการจะลงทุนประกอบอาชีพก็ควรมีกลไกช่วยเหลือ เช่น การจัดให้มีสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากคนพิการ การสนับสนุนงบประมาณเพื่อประกอบอาชีพสำหรับคนพิการหรือผู้ดูแล เป็นต้น” นพ.ถาวร กล่าว

          นพ.ถาวร กล่าวเพิ่มเติมว่า เราต้องไม่มองว่าสวัสดิการทางสังคมด้านการส่งเสริมการทำงานและรายได้คนพิการเป็นภาระค่าใช้จ่าย แต่ต้องมองว่าเป็นการลงทุน ซึ่งไม่แตกต่างกับที่รัฐบาลใช้จ่ายในการลงทุนรถไฟความเร็วสูง หรือการลงทุนสร้างถนน ที่ใช้งบประมาณมากมายเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท เพราะสวัสดิการดังกล่าวเป็นการลงทุนกับมนุษย์ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของคนพิการให้สามารถทำงานได้ อย่างไรก็ตามต้องมีกระบวนการรองรับที่เป็นระบบ ตัวอย่างเช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องมีการทำงานประสานบูรณาการร่วมกัน ทั้งการวางแผน การติดตาม และอภิบาลระบบในภาพรวมให้ครบวงจร เช่น ในการเพิ่มทักษะทางอาชีพ เมื่อทางกระทรวงศึกษาธิการฝึกทักษะอาชีพ ทางกรมการจัดหางานก็หาช่องทางของอาชีพที่ตรงกับศักยภาพหรือสมรรถนะทางร่างกายของคนพิการ ตลอดจนตอบโจทย์ความต้องการของตลาดและการผลิตได้

          รายงานนี้ยังได้ศึกษาสวัสดิการสังคมในกลุ่มเด็ก วัยทำงาน ผู้สูงอายุ เพื่อเสนอนโยบายในการจัดสวัสดิการสังคมที่ทำให้คนไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีควบคู่ไปกับการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสมดุลต่อไป

 

ดาวน์โหลดงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ได้ทาง http://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/4647?src=%2Fdspace%2Fhandle%2F1...

อัลบั้มภาพ

คุณสามารถกดปุ่ม Enter เพื่อดูรูปขนาดใหญ่ได้ และกดปุ่ม Esc เพื่อออกจากการดูรูปขนาดใหญ่

  • วิจัยสำรวจตัวอย่างคนพิการ ให้คะแนนส่งเสริมการ “จัดหางาน – พัฒนาฝีมือ” น้อย
  • วิจัยสำรวจตัวอย่างคนพิการ ให้คะแนนส่งเสริมการ “จัดหางาน – พัฒนาฝีมือ” น้อย

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
Refresh Type the characters you see in this picture. กรอกตัวอักษรหรือตัวเลขที่คุณเห็น ถ้าไม่สามารถอ่านได้ให้ทำการโหลดหน้านี้อีกครั้ง (ข้อมูลที่คุณกรอกไว้อาจหาย)  Switch to audio verification.