งานวิจัยผลการใช้โปรแกรมเปลี่ยนพฤติกรรมลดน้ำหนักเด็กใต้ ม.ต้น ชี้ชัด “ปรับพฤติกรรม” ส่งผลลดอ้วน โดย “สิ่งแวดล้อม” ตัวแปรสำคัญทำให้พฤติกรรมการกิน - การออกกำลังกาย ดีขึ้น

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2016-04-07 20:28
ลดพุง นักเรียน
จำนวนผู้อ่าน
1884

          “เด็กอ้วนในวันนี้ มีความเสี่ยงเป็นผู้ใหญ่อ้วนในวันหน้า” คำพูดนี้คงไม่ใช่คำขวัญเรื่องเด็กอ้วน หากแต่มีแนวโน้มของความจริงที่มิอาจปฏิเสธได้  ด้วยเพราะพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตของเด็กยุคนี้ที่แปรตามความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจและเทคโนโลยี  ไม่ว่าจะเป็น เด็กติดกินขนมขบเคี้ยวและอาหารประเภทแป้ง ไขมัน น้ำตาล  มีพฤติกรรมนั่งอยู่กับที่  เล่นมือถือหรือดูทีวีเป็นเวลานาน ไม่ออกกำลังกาย ฯลฯ ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้ความอ้วนมาเยือนเด็กๆ ได้ไม่ยาก  

          “ความอ้วน” ถือเป็นโรคชนิดหนึ่ง และคนอ้วนมักมีอายุสั้นกว่าคนผอม  รวมทั้งพบอัตราการเป็นโรคและอัตราการตายสูงกว่าคนที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ  ความอ้วนสามารถก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง  โรคเบาหวาน  โรคหัวใจขาดเลือด  ระดับไขมันในเลือดผิดปกติ  โรคปวดข้อ  โรคข้อเข่าเสื่อม  ฯลฯ  จากพฤติกรรมและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรคอ้วน  และทำให้คนที่เป็นโรคอ้วนมีจำนวนเพิ่มขึ้นทั่วโลก  ส่วนในประเทศไทยแม้มีการจัดการเพื่อควบคุม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาภาวะโภชนาการเกินในเด็กนักเรียนมากกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม  แต่สถานการณ์เด็กอ้วนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน  ดังจะเห็นได้จากการสำรวจเมื่อปี 2546  เด็กวัยเรียนมีภาวะน้ำหนักเกินและอ้วน ร้อยละ 5.4  ในปี 2552 ร้อยละ 9.7  และในปี 2556 ร้อยละ 16.7  ซึ่งการพัฒนาสุขภาพตามกลุ่มวัยของกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้กลุ่มเด็กวัยเรียนเริ่มอ้วนและอ้วนไม่เกิน ร้อยละ 10

          การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อป้องกันและจัดการปัญหาภาวะโภชนาการ เกิน ที่เน้นเฉพาะบุคคลอาจสำเร็จได้ยาก  แม้บุคคลจะมีความรู้และตระหนักถึงผลดีของการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพและ การออกกำลังกายก็ตาม  เนื่องจากปัจจัยแวดล้อม เช่น ครอบครัว  โรงเรียน  นโยบาย  กฎระเบียบ  และกลไกต่างๆ ในสังคม ไม่เอื้อให้บุคคลมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้  ดังนั้นการควบคุมและป้องกันโรคอ้วนต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ  ทั้งในระดับบุคคล  ระหว่างบุคคล  ระดับองค์กร  ชุมชน  และระดับนโยบายสาธารณะ  โดยควรป้องกันตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อไม่ให้เป็นโรคเรื้อรังที่รุนแรงและรักษายากในอนาคต

ปัจจัยแวดล้อมในโรงเรียนที่เอื้อให้เกิดการปรับพฤติกรรมการลดน้ำหนักของนัก เรียน  เช่น  จัดพื้นที่สนามกีฬา/พื้นที่ใช้ออกกำลังกาย  จัดหาอุปกรณ์กีฬาเพื่อสนับสนุนการออกกำลังกาย  จัดกิจกรรมกีฬาประจำปีอย่างต่อเนื่อง  ส่งเสริมให้ใช้การเดินเมื่อเปลี่ยนวิชาเรียนแทนการขึ้นลิฟต์  ส่งเสริมให้มีการจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ  ส่งเสริมการตรวจสุขภาพประจำปี  จัดให้มีศูนย์ข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพในโรงเรียน ฯลฯ

          ดังนั้น  สวรส.จึงได้สนับสนุนให้เกิดงานศึกษาวิจัยผลการใช้โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อการลดน้ำหนักของเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  ภายใต้โครงการสร้างนักวิจัยหน้าใหม่เขตสุขภาพ  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานพัฒนาบุคลากรด้านวิจัยนโยบายและระบบสุขภาพ   ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวเป็นการดำเนินงานในพื้นที่บนหน้างานจริงของนักวิจัย  ซึ่งข้อมูลองค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยสามารถนำมาบูรณาการกับการดำเนินงานพัฒนาสุขภาพกลุ่มเด็กวัยเรียนของเขตสุขภาพที่ 12 ได้อย่างดี

         งานวิจัยชิ้นนี้ มีเป้าหมายเพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมสุขภาพและน้ำหนักที่ลดลงของเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานก่อนและหลังเข้าโปรแกรม  และศึกษาผลของโปรแกรมด้านต่างๆ ทั้งด้านนโยบายของผู้บริหารโรงเรียน  สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน  อิทธิพลจากเพื่อน/ผู้ปกครอง  ผู้จำหน่ายอาหารในโรงเรียน  หรือระบบบริการสุขภาพ  ซึ่งทีมวิจัยได้สร้างโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน ที่อยู่ในพื้นที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา  โดยใช้แนวคิดทฤษฎีทางสุขศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์เป็นหลักคิดในการออกแบบโปรแกรมฯ ตามแบบจำลองเชิงนิเวศของพฤติกรรม (Social ecological Model)  เช่น การกำหนดนโยบาย  การมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ  การส่งเสริมและสนับสนุนทางสังคม  ฯลฯ  แล้วจึงเก็บข้อมูลตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม 2557 ถึงกุมภาพันธ์ 2558ซึ่งขณะที่ทำการศึกษาวิจัย กลุ่มเป้าหมายบุคคลก็ได้รับการเรียนรู้และร่วมกำกับตนเองที่จะปฏิบัติพฤติกรรมสุขภาพไปพร้อมกับการศึกษาครั้งนี้ด้วย 

          และผลการศึกษาก็ชี้ชัดว่า โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการลดน้ำหนักของเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน ให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ดีขึ้นและน้ำหนักลดลง  โดยเป็นผลจากการช่วยกันปรับเปลี่ยนและเก็บข้อมูลร่วมกันทั้งครอบครัวและโรงเรียน  ตลอดจนการช่วยกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสนับสนุนให้เด็กนักเรียนมีพฤติกรรมการบริโภคและการออกกำลังกายที่ดีขึ้น

          ทั้งนี้นอกจากงานศึกษาวิจัยชิ้นนี้จะสามารถสร้างนักวิจัยหน้าใหม่ที่มีทักษะความรู้ในการพัฒนางานวิจัยด้านนโยบายและระบบสุขภาพที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสำคัญและเชื่อมโยงกับการพัฒนาระบบสุขภาพในภาพรวมได้แล้ว  งานวิจัยนี้ยังถูกนำไปใช้ประโยชน์ใช้โดยนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานของหน่วยบริการสุขภาพเขตเมือง ของเขตสุขภาพที่ 12  และนำไปบูรณาการกับยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุขด้านการพัฒนาสุขภาพกลุ่มเด็กวัยเรียนร่วมด้วย 

ข้อมูลหลักจากงานวิจัย : โครงการผลการใช้โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อการลดน้ำหนักของเด็กมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
(The Effects of Health Behavioral Adaptation Program on Weight Loss among Overweigh Secondary School Students in Hat Yai District, Songkhla Province)  สนับสนุนโดยสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

ความคิดเห็น

อ่านแล้ว เห็นว่ามีประโยชน์ จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในภาพรวม

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.