สวรส. เปิดเวทีประชาพิจารณ์แผนยุทธ์ 5 ปี รับฟังความเห็นเคลื่อนงานวิจัยพัฒนาระบบสุขภาพอย่างมีส่วนร่วม

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2015-03-22 21:30
แท็ก 
บรรยากาศการประชุม
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สวรส. จัดอบรมการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย เปิดโอกาสและพื้นที่การเรียนรู้ สร้างนักวิจัยหน้าใหม่ในพื้นที่ จ.น่าน สร้างงานวิจัยคุณภาพ มุ่งเป้าการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ สามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาระบบสาธารณสุขในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
จำนวนผู้อ่าน
149

          สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนยุทธศาสตร์ สวรส. พ.ศ. (2558-2562)  จากภาคีเครือข่ายสุขภาพ  โดยมีผู้บริหารระดับนโยบาย อาทิ  นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล (ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข)  พร้อมด้วย  ศ.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์  นพ.วิชัย โชควิวัฒน  คุณนวพร  เรืองสกุล ฯลฯ ผู้ทรงคุณวุฒิในระบบสุขภาพและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สวรส. ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานภาคีสุขภาพและองค์กรวิจัยที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข  สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ  สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ  สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทาลัย  ศูนย์พัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย  โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ  สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย  ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน)  โดยมี นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานอนุกรรมการยุทธศาสตร์ สวรส. เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงแรมรามา การ์เด้นส์  

          นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานอนุกรรมการยุทธศาสตร์ สวรส. กล่าวว่า  “การรับฟังความเห็นจากภาคีเครือข่ายของ สวรส. ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศนั้น  นับเป็นการพัฒนาการวิจัยระบบสุขภาพอย่างมีส่วนร่วมบนเป้าหมายของการตอบสนองความต้องการและปัญหาสุขภาพในอนาคตอย่างรอบด้านมากขึ้น  ประกอบกับสถานการณ์โลกที่เปรียบได้กับคลื่นยักษ์สึนามึ  3 ลูกใหญ่ ที่เป็นแรงกดดันสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพโลก คือ  1) คลื่นโลกาภิวัตน์ ที่มาพร้อมกับการเคลื่อนย้ายของผู้คน เงินทุน การค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อทุกเรื่องในสังคม  2) คลื่นของการพัฒนาเทคโนโลยีทั้งด้านสุขภาพและด้านอื่นๆ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลการรักษาได้ด้วยตนเองมากขึ้น ขณะที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และผู้ป่วย ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มที่สูงขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง 3) คลื่นของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างประชากร ผู้สูงอายุ ผู้พิการ  ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น เกิดภาระการดูแลในระยะยาว  ทั้งนี้คลื่นยักษ์ดังกล่าวจะส่งผลต่อทั้งระบบสุขภาพ  สิ่งแวดล้อม  พฤติกรรม  และแม้แต่การกำหนดนโยบายด้านสุขภาพ  ดังนั้น สวรส.จึงจำเป็นต้องสร้างและจัดการความรู้เพื่อรับมือและใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น  เพื่อการพัฒนาระบบสุขภาพที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดแก่คนไทยทุกคน

          นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ประธานคณะทำงานทบทวนแผนยุทธศาสตร์ สวรส. กล่าวว่า “ร่างแผนยุทธศาสตร์ สวรส.นี้  เป็นร่างที่ได้มีปรับแก้มาเป็นระยะจากการรับฟังความคิดเห็นในหลายเวที ซึ่งทุกคนที่เกี่ยวข้องมีความตั้งใจที่จะช่วยกันพัฒนาร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้เป็นยุทธศาสตร์ที่ใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์มากที่สุด  ซึ่งการร่างยุทธศาสตร์นี้ได้มีการทบทวนข้อมูลและองค์ความรู้ในหลายมิติ อาทิ  สถานการณ์และปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดยุทธศาสตร์  ผลงานที่ผ่านมาของ สวรส.  ช่องว่างความรู้และการพัฒนาของ สวรส.  ประเด็นความท้าทาย  การวิเคราะห์จุดแข็ง - จุดอ่อนของ สวรส. ฯลฯ  

          “สถานการณ์และบริบทที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น  โครงสร้างประชาการ  รูปแบบการเจ็บป่วยและเสียชีวิต  ประสิทธิภาพการให้บริการของภาครัฐ  การกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น  นโยบายด้านสุขภาพ  นโยบายด้านการวิจัยของชาติ  ทั้งหมดล้วนเป็นความท้าทายและปัจจัยพิจารณาให้ สวรส. ต้องมีการปรับตัวและพัฒนาการดำเนินงานเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ดังกล่าว เช่น การสร้างและจัดการงานวิจัยที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนองต่อการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์  การสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยนโยบายและระบบสุขภาพ  การเชื่อมโยงและขับเคลื่อนการวิจัยระบบสุขภาพในระดับประเทศ ระดับภูมิภาค และระดับโลก ฯลฯ  ซึ่งทั้งหมดนำมาสู่การร่างแผนยุทธศาสตร์ของ สวรส.ภายใต้วิสัยทัศน์ สวรส. ที่มุ่งสู่การเป็นองค์กรชั้นนำ (leading organization) ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศไทย  โดยเน้นพันธกิจด้านการ “บริหารงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนการสร้างและจัดการความรู้สนับสนุนการพัฒนาและปฏิรูประบบสุขภาพ”  ด้วยยุทธศาสตร์ 4 ด้านคือ 1) การพัฒนางานวิจัยระบบสุขภาพ  2) การพัฒนาศักยภาพเชิงสถาบันในการวิจัยระบบสุขภาพ  3) การพัฒนาระบบและกลไกการบริหารจัดการงานวิจัยระบบสุขภาพ  4) การบริหารและพัฒนาองค์กรโดยยึดหลัก     ธรรมาภิบาล  ซึ่งทุกความเห็นจากเวทีในวันนี้คณะทำงานฯ ก็จะนำไปประกอบการพัฒนายุทธศาสตร์ดังกล่าวให้สามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดประโยชน์กับระบบสุขภาพในอนาคตมากยิ่งขึ้น” นพ.ศุภกิจ กล่าว

          ทั้งนี้ เครือข่ายภาคีผู้เข้าร่วมประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนกันอย่างกว้างขวาง  ซึ่งคณะทำงานฯจะได้มีการนำข้อมูลไปใช้ประกอบการพัฒนาร่างยุทธศาสตร์ สวรส. โดยในวันที่ 22 มี.ค.นี้ จะมีการนำเสนอร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวให้คณะกรรมการ สวรส. ได้พิจารณาต่อไป  

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.