สวรส. เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2015-02-23 11:47
แท็ก 
รูปบรรยากาศการประชุมจัดทำแผนยุทธศาสตร์ สวรส.
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
เหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียง บางคนเคยมีภาวะสมาธิสั้นตอนยังเด็ก เช่น สตีฟจ็อบส์ นักคิดและนักประดิษฐ์ด้านนวัตกรรมคอมพิวเตอร์ สตีฟจ็อบส์ กล่าวว่า มุมมองความคิดที่แตกต่างของคนที่เป็นสมาธิสั้น ไม่ใช่สิ่งผิด เพียงแต่มีความยุ่งยากที่จะทำให้เหมือนคนทั่วๆ ไปได้
จำนวนผู้อ่าน
152

          สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ สวรส.”  พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ  อาทิ นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล (ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข)  นพ.วินัย สวัสดิวร  (เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)  พร้อมด้วยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สวรส. และผู้ทรงคุณวุฒิในระบบสุขภาพ  เช่น  นพ.สุภกร บัวสาย  รศ.ดร.ชื่นฤทัย กาญจนะจิตรา  คุณนวพร เรืองสกุล  ศ.พญ.ดวงมณี เลาหประสิทธิพร  ร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานภาคีสุขภาพและองค์กรวิจัยที่เกี่ยวข้อง อาทิ  สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  สำนักงานวิจัยเพื่อการพัฒนาหลักประกันสุขภาพไทย  กระทรวงศึกษาธิการ  สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฯลฯ  โดยมี นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานอนุกรรมการยุทธศาสตร์ สวรส. เป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ อาคารสุขภาพแห่งชาติ

          นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานอนุกรรมการยุทธศาสตร์ สวรส. กล่าวว่า  “การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ สวรส. ครั้งนี้ เป็นการทบทวนเพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์เดิมที่มีอยู่  โดยเป็นแผน 5 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2558 - 2562)   ที่มาร่วมกันมองบนฐานการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์  ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคีการทำงาน  ผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย  ตลอดจนกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้เพื่อตอบสนองการใช้ประโยชน์ของกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนตอบสนองต่อสถานการณ์ปัญหาสุขภาพในอนาคตอย่างรอบด้านมากขึ้น  
ทั้งนี้ จากข้อมูลสถานการณ์ทางสุขภาพ พบว่า  แม้ว่าขนาดประชากรไทยค่อนข้างจะคงตัวอยู่ที่ประมาณ 65 ล้านคน แต่โครงสร้างอายุประชากรเปลี่ยนไปอย่างมาก ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา  ประชากรไทยเปลี่ยนโครงสร้างจากประชากรวัยเด็กมาเป็นประชากรสูงวัยแล้ว  โดยเมื่อปี  2503 ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มีอยู่ไม่ถึงร้อยละ 3 แต่ปัจจุบันมีมากถึงร้อยละ 7.9 หรือมีจำนวนประมาณ 5 ล้านคน ประชากรวัยเด็กต่ำกว่า 15 ปี ซึ่งเคยมีอยู่มากถึงร้อยละ 40 ในปี 2503 ได้ลดลงครึ่งหนึ่งเหลือเพียงร้อยละ 20 ในปัจจุบัน

          นอกจากนั้น งานวิจัยจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า  ปัจจุบัน  ประชากรไทยมีชีวิตยืนยาวขึ้น โดยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต 20 ปีข้างหน้า คาดการณ์ว่า 1 ใน 4 ของประชากรไทย (หรือ ร้อยละ 25.1) จะเป็นผู้สูงอายุที่มีวัย 65 ปีขึ้นไป โดยจะมีเด็กเพียงประมาณร้อยละ 14.4 วัยแรงงานประมาณร้อยละ 60.5 ประกอบกับพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ยังส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเมือง การย้ายถิ่น ปัญหาการกระจายรายได้ เกิดกลุ่มประชากรผู้ด้อยโอกาส กลุ่มแรงงานข้ามชาติมากขึ้น จึงต้องมีการวางแผนแนวทางการส่งเสริมสุขภาพ การจัดบริการสุขภาพที่เหมาะสม
ในด้านความเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของประชาชน  พบว่า  เปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยเกิดจากโรคติดเชื้อที่ป้องกันได้ แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่เกิดจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย และพบความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิกฤติมากขึ้น ทั้งจากสาธารณภัยต่างๆ และการระบาดของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่อุบัติซ้ำ

          นอกจากนั้น  การเร่งเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริการภาครัฐกลายเป็นประเด็นสำคัญ  ซึ่งภายหลังจากที่ประเทศมีนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า  ซึ่งทำให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงระบบบริการสุขภาพได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 99.4 ช่วยลดภาวะล้มละลายจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของคนยากจนได้อย่างมาก  แต่ในภาพรวมของประเทศยังประสบปัญหาค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้น  โดยปี พ.ศ.2550-2554 พบว่าค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มจาก 300,850 ล้านบาท  เป็น 434,207 ล้านบาท  และคิดเป็นร้อยละ 4.1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี พ.ศ.2555 ในขณะที่ ทรัพยากรสาธารณะเพื่อกิจการด้านสาธารณสุขมีสัดส่วนลดลง โดยเฉพาะทรัพยากรและงบประมาณจากส่วนกลางมีจำกัด ผนวกกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากร จึงเป็นความท้าทายให้ระบบสุขภาพของประเทศต้องมีแนวทางที่เหมาะสมในการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และความเสมอภาคในการรับบริการ รวมถึงการจัดการด้านกำลังคน

          ทั้งนี้ด้านทิศทางและแนวโน้มสำคัญของประเทศ  เช่น  การกระจายอำนาจสะท้อนถึงความจำเป็นในการปรับบทบาทกลไกภาครัฐในการบริหารจัดการระบบสุขภาพ   นโยบายที่สำคัญของกระทรวงสาธารณสุขที่สนับสนุนการวิจัยสุขภาพอย่างครบวงจร  นโยบายที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสุขภาพ   ตลอจนนโยบายและยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติฉบับที่ ๘ (พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๙) ของสภาวิจัยแห่งชาติ  โดยส่วนหนึ่งมุ่งเน้น  “การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาและการฟื้นฟูสุขภาพ” เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและระบบการจัดการสาธารณสุขดีขึ้น และมีความมั่นคงด้านสุขภาพของประเทศ
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ประธานคณะทำงานทบทวนแผนยุทธศาสตร์ สวรส. กล่าวว่า “การนำเสนอร่างแผนยุทธศาสตร์ สวรส. ในวันนี้  เป็นร่างที่คณะทำงานฯ ได้ช่วยกันพัฒนาจากการทบทวนและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประจักษ์  ตลอดจนศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อใช้เป็นร่างตั้งต้นในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  โดย(ร่าง)แผนยุทธศาสตร์ สวรส. ปี 2558 - 2562  นี้  มองถึงการพัฒนาความเข้มแข็งโดยเริ่มที่ตัวองค์กร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการเปลี่ยนแปลงก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อการเคลื่อนภารกิจการวิจัยระบบสุขภาพของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป  โดยการจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์ฯ ได้มีการทบทวน 1) สถานการณ์และปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดยุทธศาสตร์   2) การดำเนินงานที่ผ่านมาของ สวรส.  3) ช่องว่างความรู้ และขอบเขตงานวิจัยระบบสุขภาพ  4) ประเด็นความท้าทาย  5) การวิเคราะห์ SWOT  6)  บทบาทของสวรส. ในอนาคต   โดยมีฐานข้อมูลจากงานวิจัยและข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้อง เช่น  นโยบายกระทรวงสาธารณสุข  ยุทธศาสตร์การวิจัยของชาติฉบับที่8   บัญชีรายจ่ายสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2555  งานวิจัยภาพอนาคตระบบสุขภาพ  มองไกลวิจัยระบบสุขภาพ  ข้อเสนอการปฏิรูป สวรส. เป็นต้น”

          ทั้งนี้ จากข้อมูลสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงและปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการกำหนดยุทธศาสตร์สวรส.  ตลอดจนการนำเสนอร่างยุทธศาสตร์ สวรส. ปี 2558 - 2562  ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมให้ความเห็นเพื่อการพัฒนาแผนฯ อย่างกว้างขวาง

          นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า “ที่ผ่านมา สวรส. เป็นองค์กรที่สร้างผลงานจากงานวิจัยเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม  ซึ่งยังมีความท้าทายใหม่ๆ อีกมาก ที่ สวรส. ยังต้องดำเนินการวิจัยเพื่อรองรับปัญหาและพัฒนาระบบสุขภาพ  ประเด็นที่น่าสนใจ เช่น  การกระจายอำนาจโดยใช้ประเด็นทางสุขภาพเป็นตัวนำ  การศึกษาโครงสร้างบทบาทที่เหมาะสมของกลไกที่เกี่ยวข้องทางสุขภาพ   โรคต่างๆ ที่เป็นสาเหตุสำคัญของความสูญเสียในอันดับต้นๆของประเทศ  เทคโนโลยีทางการแพทย์ใหม่ๆ  ระบบยาตั้งแต่เรื่องราคา การเข้าถึง กฎระเบียบไปจนถึงรูปแบบที่สมดุลของผู้ซื้อ/ผู้ใช้/หรือธุรกิจเกี่ยวข้องที่จะช่วยลดผลกระทบของ 3 กองทุนสุขภาพ

          ด้าน นพ.วินัย  สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้ความเห็นว่า “การที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนสำคัญของระบบสุขภาพ  ส่วนหนึ่งมาจากการวาง Position ขององค์กรให้เป็นองค์กรที่มีอิทธิพลต่อระบบ  โดยต้องพิจารณาถึงการมีกลไกการทำงานที่สนับสนุนการเคลื่อนของระบบได้อย่างไร  เช่น  บทบาทของการวิจัยตั้งแต่การ Implement จนถึงขั้นการประเมินผลนโยบายสำคัญๆ ทางสุขภาพ เพื่อการพัฒนาแนวทางการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง”
ศ.พญ.ดวงมณี เลาหประสิทธิพร คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า “สวรส. ต้องชัดเจนในบทบาท  โดยสิ่งที่ สวรส. อยากเห็นซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจในเชิงเป้าหมาย คือ การสร้างการเปลี่ยนแปลงระบบสุขภาพของประเทศ  โดยใช้จุดแข็งของสวรส. คือการบริหารเครือข่ายการวิจัย”

          คุณนวพร เรืองสกุล ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ สวรส.  เพิ่มเติมว่า “สวรส. ควรเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบสุขภาพของประเทศ  ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วต้องการเห็นผลลัพธ์การทำงานวิจัยที่ส่งผลทั้งต่อนโยบาย  ต่อกลไกในระบบสุขภาพอย่างเช่น สปสช.  รวมทั้งผลลัพธ์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนของประเทศด้วย  ทั้งนี้ ผู้บริหารจะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการจัดองค์กรให้เดินไปอย่างไร  การใช้เครือข่าย  การบริหารจัดการหรือทำงานวิจัยเอง  การกำกับทิศทางเป้าหมายและผลผลัพธ์งานวิจัย  การสร้างนักวิจัยและสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดความต้องการทำงานวิจัยกับ สวรส. เป็นต้น”
ทั้งนี้  สวรส. ได้รวบรวมความคิดเห็นต่างๆ เพื่อการพัฒนา(ร่าง) แผนยุทธศาสตร์สวรส.ปี 2558-2562  ต่อไป  โดยจะจัดให้มีกระบวนการประชาพิจารณ์ที่กว้างขวางขึ้น  และพิจารณาสรุปแผนยุทธศาสตร์สวรส.ปี 2558-2562  สู่ฉบับสมบูรณ์อีกครั้ง โดยคณะกรรมการ สวรส.  ภายในเดือน มีนาคม 2558 นี้     

อัลบั้มภาพ

คุณสามารถกดปุ่ม Enter เพื่อดูรูปขนาดใหญ่ได้ และกดปุ่ม Esc เพื่อออกจากการดูรูปขนาดใหญ่

  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต
  • สวรส.  เปิดรับฟังความคิดเห็นภาคี ร่วมเสนอแนวทางปรับยุทธ์ 5 ปี  พร้อมเคลื่อนรับสถานการณ์สุขภาพในอนาคต

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.