สวรส. จับมือ วช. สนับสนุนทุนวิจัย มุ่งตอบโจทย์ปัญหาด้านสุขภาพของประเทศ

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
2013-10-01 22:41
สวรส. จับมือ วช. สนับสนุนทุนวิจัย มุ่งตอบโจทย์ปัญหาด้านสุขภาพของประเทศ
จำนวนผู้อ่าน
129

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2556 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดให้มีการประชุม “การพัฒนากระบวนทัศน์ใหม่ในการสนับสนุนทุนวิจัย ด้านสุขภาพและชีวเวชศาสตร์” เพื่อนำเสนอแนวทางและหลักเกณฑ์การพิจารณาโครงการวิจัยทางด้านการแพทย์ และเปิดโอกาสให้มีการสื่อสารและแลกเปลี่ยนมุมมองกับกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้ประเมินข้อเสนอโครงการวิจัย นักวิจัย ผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ฯลฯ ในประเด็นที่นำไปสู่การพัฒนากระบวนการสนับสนุนทุนวิจัยที่มีประสิทธิภาพ และเกิดการใช้ประโยชน์สูงสุดในอนาคต โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากสถาบันการศึกษาที่มีสาขาวิชาทางด้านการแพทย์จากทั่วประเทศ ผู้แทนกรมต่างๆ จากกระทรวงสาธารณสุข ฯลฯ

ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า การวิจัยของประเทศต้องมีการปฏิรูป หลังพบปัญหาเรื่องการทำงานซ้ำซ้อนกันของหน่วยงานด้านวิจัยต่างๆ  รวมไปถึงผลงานวิจัยที่มักถูกขึ้นหิ้งมากกว่านำไปใช้ประโยชน์  ปัจจุบันจึงมีการรวมตัวกันของ 6 ส 1 ว (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)  สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.)  สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)  สถาบันการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)  และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)  เพื่อร่วมกันบูรณาการงานวิจัย ภายใต้ชื่อ เครือข่ายองค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ (คอบช.)  โดยแบ่งบทบาทการทำงานด้านวิจัยของชาติเป็น 4 ระดับ 1) ระดับนโยบาย 2) ระดับให้ทุนวิจัย  3) ระดับทำงานวิจัย 4) ระดับนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ ทั้งนี้ในบทบาทของ วช. ก็จะเปลี่ยนจากที่เคยให้ทุนวิจัยมาเป็นการประเมินการให้ทุนวิจัย การเป็นศูนย์ข้อมูลด้านการวิจัย การจัดทำมาตรฐานด้านการวิจัย ฯลฯ

“ส่วนการทำงานวิจัยมุ่งเป้าด้านสุขภาพ และชีวเวชศาสตร์ ได้กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ที่เจาะลึกในแต่ละเรื่อง โดยจัดลำดับความสำคัญแล้วเลือกประเด็นการทำวิจัยที่ตอบโจทย์ในอนาคต 10-20 ข้างหน้า เช่น สุขภาพคนไทยดีขึ้นและมีอายุยืนขึ้น โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ของคนไทยเอง  การรักษาทางด้านการแพทย์มีการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น  มีการผลิตยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ใช้เองในระเทศ ลดการนำเข้า เป็นต้น” ศ.นพ.สุทธิพร กล่าว

ด้าน ศ.นพ.สมเกียรติ วัฒนศิริชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข  กล่าวว่า โครงการวิจัยมุ่งเป้าด้านสุขภาพ และชีวเวชศาสตร์  เป็นงานวิจัยที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจน เน้นสนับสนุนทุนวิจัยในประเด็นที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ในระยะสั้น  เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบการคลังด้านการวิจัยสุขภาพ ให้มีงบประมาณเพียงพอและมีการลงทุนตามประเด็นสำคัญ  เพื่อให้มีกลไกนโยบายและการบริหารจัดการงานวิจัยที่มีประสิทธิภาพและเกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถกำกับ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด  รวมทั้งเพื่อพัฒนาให้เกิดความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของการวิจัย เช่น การพัฒนาจำนวน/ศักยภาพนักวิจัย การพัฒนาฐานข้อมูล ฯลฯ  โดยในปี 2557 งบวิจัยมุ่งเป้าฯ ประมาณ 60-80 ล้านบาท จะถูกแบ่งสัดส่วนการสนับสนุนทุนวิจัยเป็น 60% เป็นงานวิจัยที่ตอบโจทย์ปัญหาด้านสุขภาพของประเทศ เช่น งานวิจัยที่ส่งผลให้เกิดการช่วยลดอัตราการตาย 3 อันดับแรก โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ฯลฯ  20% เป็นงานวิจัยพื้นฐานที่ตอบรับและสามารถต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพของประเทศ  20% เป็นงานวิจัยพื้นฐานทั่วไป  และมีแนวทางในการพัฒนากรอบยุทธศาสตร์การวิจัย 3 ด้านหลักคือ 1) มาตรการด้านสุขภาพ (Health Intervention) เกิดแนวทางในการส่งเสริม ป้องกัน ควบคุม รักษา และฟื้นฟูสุขภาพจากการเจ็บป่วย ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาดูแลผู้ป่วย  2) การพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ (Technology Development) เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสุขภาพในประเทศ ลดการพึ่งพาหรือการนำเข้าผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ  3) การวิจัยระบบและนโยบายด้านสุขภาพ (Health Systems and Policy Research) พัฒนางานวิจัยที่มีผลกระทบสูง และสามารถนำไปใช้ในการผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนนโยบาย หรือประกอบการตัดสินใจของระดับนโยบาย ทั้งนี้หลังจากระดมความเห็นจากนักวิชาการ/ผู้เชี่ยวชาญ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในวันนี้แล้ว คณะกรรมการสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์จะนำทุกความเห็นไปพิจารณา และประกาศรับข้อเสนอโครงการวิจัยมุ่งเป้าฯ ภายในเดือนตุลาคมนี้ต่อไป” ศ.นพ.สมเกียรติ กล่าว




 

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.