"มาร์ค"ทิ้งทวนแสนล้านรับถ้วนหน้าประชานิยม-คมชัดลึก

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
2011-05-04 10:36
"มาร์ค"ทิ้งทวนแสนล้านรับถ้วนหน้าประชานิยม-คมชัดลึก
จำนวนผู้อ่าน
80

ครม.เซ็น ทิ้งทวนกว่า 200 วาระ อนุมัตินับแสนล้าน ประชานิยมสุดๆ  อัดงบฯ 2.5 หมื่นล้านโครงการบ้านหลังแรก ปลอดดอกเบี้ย 2 ปี พร้อมเอาใจรากหญ้าเท 197 ล้านเพิ่มรายได้พ่อค้า แม่ค้า-จยย.รับจ้าง อัดฉีดงบ-เพิ่มกำลังพลพัฒนา 3 จว.ชายแดนใต้ เพิ่มค่าตอบแทน จนท.ประปาใต้ 5 พันบาทต่อเดือน ฝ่ายค้านถล่มยับ เป็นครม.เทกระจาดใช้เงินหาเสียง หวังผลทางการเมือง

          เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นนัดสุดท้ายก่อนประกาศยุบสภาของรัฐบาล โดยการประชุม ครม. เริ่มต้นตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. มีวาระการพิจารณาทั้งสิ้น 256 วาระ ประกอบด้วยวาระพิจารณาปกติ 102 เรื่อง วาระเพื่อทราบ 56 เรื่อง และวาระพิจารณาจร 48 เรื่อง ทั้งนี้บรรยากาศการประชุมเต็มไปด้วยความวุ่นวาย บรรดาข้าราชการที่มารอชี้แจงต่างต้องนั่งรอกันอย่างแออัดยัดเยียดอยู่หน้า ห้องประชุมเป็นจำนวนมาก ก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรีแจ้งต่อที่ประชุม ครม.ว่า จะขอประชุม ครม.อยู่ที่รัฐสภาจนถึงเวลา 16.00 น. จากนั้นก็จะพักการประชุม เนื่องจากติดภารกิจ เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จากนั้นจะเดินทางกลับมาประชุม ครม.ต่อ โดยขอนัดให้ ครม.ไปประชุมกันต่อในช่วงค่ำเวลา 19.00 น. ที่อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ตึกแดง) ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้ง เรื่องที่เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.วันนี้แม้จะมีจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ได้ผ่านการพิจารณาของตนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วคงไม่ ต้องลงไปในรายละเอียดมากนัก

          ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าการประชุม ครม.ในช่วงแรกสามารถพิจารณาเรื่องเพื่อพิจารณาไปได้รวดเร็วมากผิดปกติ กระทั่งเวลา 12.00 น. ครม.พิจารณาวาระเพื่อพิจารณาจบไปแล้วถึง 42 เรื่อง อนุมัติงบกลางไปแล้ว 700 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเร็วมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ของ ครม.ชุดนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 16.00 น. ครม.ได้พิจารณาวาระเพื่อพิจารณาปกติจำนวน 96 เรื่อง อนุมัติโครงการที่มีการใช้จ่ายงบประมาณ 20 โครงการ ไม่รวมโครงการสินเชื่อของธนาคารอาคารสงเคราะห์เพื่อซื้อบ้านหลังแรก คิดเป็นวงเงินรวม 66,494 ล้านบาท จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ประกาศหยุดพักก่อนที่จะประชุมต่อในเวลา 19.00 น. โดยใช้เวลา 3 ชั่วโมง ในการพิจารณาอีก 135 วาระ

  • ผ่านพัฒนาระบบสายส่ง 3 หมื่นล.

          เกี่ยวกับโครงการสำคัญที่ ครม.อนุมัติในครั้งนี้ นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงว่า ที่ประชุม ครม. อนุมัติให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ 9 วงเงินลงทุนรวม 31,170 ล้านบาท และโครงการระบบส่งเพื่อรับซื้อไฟฟ้าพลังงานความร้อนมายกก ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ในประเทศพม่า ระยะเวลาดำเนินโครงการประมาณ 5 ปี 5 เดือน ตั้งแต่ต้นปี 2553 ถึงเดือนมิถุนายน 2558 ในวงเงินลงทุน 2,740 ล้านบาท
          ทั้งนี้ โครงการพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้า ระยะที่ 9 ประกอบด้วย โครงการลงทุนส่วนที่ 1 วงเงินลงทุน 7,060 ล้านบาท ส่วนที่ 2 วงเงินลงทุน 4,485 ล้านบาท ส่วนที่ 3 วงเงินลงทุน 15,085 ล้านบาท และส่วนที่ 4 วงเงินลงทุน 4,485 ล้านบาท โดยให้นำเงินรายได้ของ กฟภ.จำนวน 7,796 ล้านบาท ส่วนที่เหลือให้ใช้เงินกู้ในประเทศ ขณะเดียวกันยังอนุมัติให้กระทรวงมหาดไทยเช่ารถยนต์ตรวจการณ์ 18 คัน เดือนละ 3.4 หมื่นบาท งบประมาณ 22 ล้านบาท

  •  ฉลุยค่าตอบแทนกำลังพลกอ.รมน.

          รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม ดำเนินโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมสำหรับการพัฒนาโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขน ส่งมวลชน วงเงินลงทุนรวม 752.15 ล้านบาท และเห็นชอบให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินโครงการจัดหาเทคโนโลยีระบบกำหนดตำแหน่ง บนโลก (จีพีเอส) วงเงินลงทุน 10 ล้านบาท มาใช้กับรถสาธารณะ โดยในการดำเนินการระยะแรกภายในปี 2554 ให้ใช้เงินจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปน.)
          นายศุภชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ครม.ยังอนุมัติหลักการให้สถาบันอุดมศึกษาที่เป็นส่วนราชการและมหาวิทยาลัยใน กำกับของรัฐได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการจ้าง พนักงานมหาวิทยาลัย โดยให้ใช้หลักการตามแนวทางเดียวกับการปรับปรุงค่าตอบแทนภาคราชการสำหรับปีงบ ประมาณ พ.ศ.2554 งบกลางรายการค่าใช้จ่ายการปรับบัญชีเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนรายเดือนของบุคลากรภาครัฐเพิ่มในอัตรา 5% สำหรับใช้จ่ายปีงบประมาณ พ.ศ.2554 เป็นจำนวนเงิน 572.12 ล้านบาท
          นอกจากนี้ ยังอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน จำนวน 123 ล้านบาทให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อนำไปดำเนินโครงการกรุงเทพเมืองปลอดภัยห่างไกลอาชญากรรม ตามโครงการประชาวิวัฒน์ แผนปฏิบัติการปฏิรูปประเทศไทย และงบประมาณจำนวน 200 ล้านบาท สำหรับค่าประชาสัมพันธ์ แผนปฏิบัติการคุ้มครองประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบ ตามโครงการประชาวิวัฒน์

  • ผ่านรถจักรล้อเลื่อน 1.4 หมื่นล.

          นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ครม.ยังเห็นชอบโครงการทศวรรษการผลิตและพัฒนากำลังคนในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ปี 2555-2564 ของกระทรวงสาธารณสุข มูลค่า 10,749 ล้านบาท การแก้ไขปัญหาเกษตรกรผู้ยากจนและไม่มีที่ดินทำกินของตนเอง ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำนวน 1,641 ล้านบาท โครงการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ เช่ารถยนต์ใช้ในราชการ ของกรมการพัฒนาชุมชน ในปี 2554-2557 จำนวน 235 คัน วงเงินก่อหนี้ผูกพันรวม 152 ล้านบาท
          รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ครม. ยังอนุมัติโครงการการจัดหารถจักรล้อเลื่อน ของกระทรวงคมนาคม จำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท โครงการใช้เงินกู้เพื่อปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจตามแผนปฏิรูปประเทศไทยจำนวน 710 ล้านบาทมาใช้ในการพัฒนาเด็กและเยาวชน และอนุมัติงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2554 จำนวน 212.655 ล้านบาท เพื่อเป็นการให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่เทศบาลนครอุดรธานี ในการจัดหาครุภัณฑ์และควบคุมงานก่อสร้างของเทศบาลนครอุดรธานี ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553

  • สั่งลาเท197ล.เอาใจแม่ค้า-จยย.วิน

          นอกจากนี้ ครม.เห็นชอบการจัดสรรงบประมาณ 197,254,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินการแผนงานด้านผู้ค้าหาบเร่แผงลอย และโครงการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ ตามโครงการประชาวิวัฒน์ ที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรุงเทพมหานครเสนอมา ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การสร้างระบบเศรษฐกิจที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ด้านการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพในเศรษฐกิจนอกระบบ เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการประกอบอาชีพ แบ่งเป็นอาชีพผู้ค้าหาบเร่แผงลอย วงเงิน 70.554 ล้านบาท อาชีพขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะ วงเงิน 126.7 ล้านบาท เช่น โครงการจุดค้าขายนำร่อง โครงการปรับภูมิทัศน์ “วินในฝัน”
          นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ครม. ยังอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนเงิน 530.542 ล้านบาท ให้แก่ จ.บึงกาฬ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าครุภัณฑ์ 14 รายการ และสิ่งก่อสร้าง 5 รายการ และอนุมัติโครงการพิพิธภัณฑ์พระราม 9 มูลค่า 1,800 ล้านบาท

  • อัดฉีดงบ-เพิ่มกำลังพล 3 จว.ใต้

          นายศุภชัย กล่าวอีกว่า ครม.ยังได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2554 งบกลาง รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น วงเงิน 180 ล้านบาท ตามที่ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เสนอ เพื่อใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนระดับหมู่บ้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในพื้นที่ 12 อำเภอของ จ.สงขลา และยังเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอมา ในการเพิ่มค่าตอบแทนพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ของการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จากเดิม ได้ค่าตอบแทนคนละ 2,500 บาทต่อเดือน เป็น 5,000 บาทต่อเดือน มีผลตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติอนุมัติ
          "ครมยังอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ มาในการอนุมัติอัตราพยาบาล 1,977 อัตรา และบุคลากรที่ปฏิบัติงานเป็นแพทย์ ทันตแพทย์ 2,200 อัตรา เพื่อแก้ปัญหาข้าราชการทางสาธารณสุขขาดแคลนในภาคใต้" นายศุภชัย กล่าว

  • บ้านหลังแรก 2.5 หมื่นล้านฉลุย

          ขณะที่ นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอเกี่ยวกับโครงการบ้านหลังแรกที่ ปล่อยกู้โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ภายใต้วงเงินสินเชื่อ 2.5 หมื่นล้านบาท โดยรัฐจะต้องชดเชยภาระในการดำเนินโครงการดังกล่าวให้แก่ ธอส. ประมาณ 450-500 ล้านบาท โครงการนี้เพื่อช่วยให้ประชาชนทุกระดับชั้นที่ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตน เองสามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น โดยสามารถเริ่มต้นผ่อนได้ใน 2 ปีแรก ด้วยค่างวดที่ต่ำกว่าปกติและสอดคล้องกับความสามารถของผู้กู้ ทั้งนี้ที่ประชุมได้ปรับปรุงในรายละเอียดของโครงการ โดยในส่วนของวงเงินสินเชื่อที่จะปล่อยนั้น เดิมกระทรวงการคลังเสนอวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท แต่ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่น่าจะเพียงพอ มีการหารือกันว่า น่าจะให้วงเงินถึง 5 หมื่นล้านบาท แต่ที่สุดที่ประชุมก็สรุปในวงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท

  • ปลอดดอกเบี้ย 2 ปี

          นายวัชระ กล่าวอีกว่า ส่วนวัตถุประสงค์การกู้คือ เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารชุด เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร โดยวงเงินกู้ไม่เกินรายละ 3 ล้านบาท หรือไม่เกิน 100% ของราคาประเมินที่ดินพร้อมอาคารหรืออาคาร หรือห้องชุด และไม่เกิน 100% ของราคาซื้อขายหรือราคาค่าก่อสร้าง ทั้งนี้ไม่เกินเกณฑ์หลักประกันตามระเบียบปกติของธอส.
          "ระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 30 ปี และอายุผู้กู้ที่ใช้สิทธิ์รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 65 ปี โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ปีที่ 1-2 เท่ากับ 0% ต่อปี ปีที่ 3-5 กรณีสวัสดิการเท่ากับ เอ็มอาร์อาร์- 0.50% ต่อปี กรณีรายย่อยเท่ากับเอ็มอาร์อาร์ ปีที่ 6 เป็นต้นไป กรณีสวัสดิการเท่ากับ เอ็มอาร์อาร์ -1.0% ต่อปี และกรณีรายย่อยเท่ากับเอ็มอาร์อาร์ -0.50% ต่อปี ส่วนระยะเวลาดำเนินโครงการ ผู้กู้สามารถติดต่อยื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม-30 ธันวาคม 2554 และ ต้องทำนิติกรรมกับธอส.ให้เสร็จสิ้นภายใน 30 เมษายน 2555" นายวัชระ กล่าว

  • พัฒนารถไฟ 1.4 หมื่นล้าน

          นายวัชระ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ครม. เห็นชอบในหลักการของกรอบการลงทุนพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐานของการรถไฟแห่ง ประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้พิจารณา เบื้องต้นเห็นชอบให้ร.ฟ.ท.ใช้เงินจากการกู้ ที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนซื้อรถจักรและล้อเลื่อน โดยแบ่งเป็น การจัดหาโบกี้รถไฟใหม่ จำนวน 115 คัน เพื่อทดแทนการจัดซื้อรถใหม่ทั้งคัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 4.9 พันล้านบาท จัดซื้อเครื่องจักรและอะไหล่ จำนวน 50 คัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 6 พันล้านบาท และซื้อหัวรถจักรดีเซล 56 หัว มูลค่า 3 พันล้านบาท
          "สำหรับเรื่องที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เสนอโครงการสร้างพิพิธภัณฑ์พระราม 9 มูลค่า 1,800 ล้านบาทนั้น ครม. ได้อนุมัติให้ดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา นอกจากนี้ ครม.ยังเสนอเรื่องขยายเวลาส่งคืนแพนด้ายักษ์หลินปิง ออกไปอีก 2 ปี พร้อมเห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อการเจรจาเรื่องการเจรจา เรื่องการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก" นายวัชระ กล่าว
          ด้าน นพ.มารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.อนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอขอปรับอัตราค่าจ้างหรือค่าครองชีพ ของพนักงานราชการในมหาวิทยาลัย 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้มีการขอของมหาวิทยาลัยของรัฐ 14 แห่ง ของพนักงานส่วนราชการ 25 แห่ง และมหาวิทยาลัยราชภัฏ 50 แห่ง โดยใช้งบประมาณ 397.21 ล้านบาท

  • เพื่อไทย จวกครม.เทกระจาดทิ้งทวน

          เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลเร่งประชุม ครม. และเดินเรื่องให้กระทรวงต่างๆ ของบประมาณทิ้งทวนสูงจนน่าตกใจกว่า 1.2 แสนล้านบาท ถือเป็นมารยาททางการเมืองที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้หลายโครงการที่ตั้งขึ้นอย่างเร่งด่วนนั้น ส่อเจตนาในการนำเงินภาษีประชาชนไปใช้เพื่อหาเสียง หรือเป็นการกันงบไว้เพื่อจัดสรรผลประโยชน์ทางการเมืองใช่หรือไม่ โครงการที่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ออกมานั้น ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรฟ้าใส หรือสินเชื่อปุ๋ย ล้วนแต่เป็นการแจกปลาทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นการแจกเบ็ดตกปลาเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสหารายได้อย่างยั่งยืนตาม ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยทำ แต่เป็นเพียงแค่การเกทับนโยบาย
          ด้านนายวิม รุ่งวัฒนจินดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การประชุม ครม.นัดสุดท้ายนี้เป็น ครม.นัดเทกระจาดสั่งลาเพื่ออนุมัติงบประมาณไปใช้ในการหาเสียงอย่างผิด จริยธรรม ไม่สนใจข้อบังคับของกฎหมาย นอกจากนี้ยังมีความพยายามผลักดันโครงการต่างๆ ซึ่งมีงบผูกพันข้ามปี รวมทั้งแต่งตั้งพรรคพวกตนเองเข้าไปรับตำแหน่งในคณะกรรมการสำคัญๆ อีกด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก วันที่ 4 พฤษภาคม 2554 หน้า 1

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.