สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2019-09-23 11:41
แท็ก 
สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นโรคหลอดเลือดส่วนปลาย มักพบปัญหา 2 อย่างคือ หลอดเลือดตีบและเส้นประสาทเสื่อม ทำให้เกิดแผลและติดเชื้อได้ง่าย และเมื่อเลือดมาเลี้ยงไม่พอ แผลก็จะไม่หาย จนนำไปสู่การรักษาที่ต้องตัดส่วนที่เน่าเสียออกไป
จำนวนผู้อ่าน
113

          สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัยพร้อมใช้ 2 ผลงาน ในเวที Thailand Tech Show 2019 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรม 360 องศาเพื่อความยั่งยืน” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 - 6 กันยายน 2562 ในรูปแบบของตลาดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานกับนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และผู้ที่สนใจ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยในภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น การส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนาต่อยอดในภาคเอกชน การผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ ตลอดจนการพัฒนาผลงานวิจัยให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรมมากขึ้น จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

          โดยในงานดังกล่าว สวรส.ได้นำเสนอนวัตกรรมงานวิจัยในโซน Tech Show 2 ผลงาน ได้แก่ “เครื่องคัดแยกโรคการเคลื่อนไหวผิดปกติจากสัญญาณการสั่น” ผลงานวิจัยจากทีมคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นเครื่องวัดการสั่นสำหรับการวินิจฉัยโรคพาร์กินสัน มีลักษณะคล้ายนาฬิกาข้อมือ สามารถบันทึก วิเคราะห์ และแสดงผลจากการสั่นที่สามารถช่วยในการวินิจฉัยโรคพาร์กินสันแยกจากโรคอื่นที่มีลักษณะการสั่นใกล้เคียงกัน ซึ่งเครื่องวัดการสั่นดังกล่าว แพทย์ทั่วไปที่ไม่ใช่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทสามารถใช้ตรวจวัดอาการสั่นเพื่อการวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง และสามารถติดกับตัวผู้ป่วยตลอดเวลา ทำให้สามารถวัดการเคลื่อนไหวได้ทุกช่วง และติดตามประเมินผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

          นอกจากนั้น สวรส.ได้นำเสนอ “วัสดุปิดแผลเบาหวานไฟโบรอินที่ผสมสารสกัดจากวุ้นว่านหางจระเข้” ผลงานวิจัยจากทีมคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นวัสดุทางการแพทย์ในรูปวัสดุปิดแผลที่ประกอบด้วยไฟโบรอินจากรังไหมและสารสกัดจากวุ้นว่านหางจระเข้ สามารถรักษาแผลเรื้อรังในผู้ป่วยเบาหวานให้หายเร็วขึ้นและลดการอักเสบ สะดวกต่อการใช้งาน นอกจากนั้นกระบวนการผลิตสารสกัดและวัสดุปิดแผล ไม่มีการใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ที่ใช้พลังงานสูง จึงไม่สร้างมลภาวะ ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติที่มีแหล่งการผลิตภายในประเทศและมีราคาถูก ต้นทุนผลิตภัณฑ์ลดลง ส่งผลให้เกิดความเป็นไปได้ในการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตภายในประเทศเพิ่มมากขึ้น

          นอกจากนี้ผลงานวิจัย “วัสดุปิดแผลเบาหวานไฟโบรอินที่ผสมสารสกัดจากวุ้นว่านหางจระเข้” ยังได้นำเสนอในรูปแบบ Investment Pitching โดยทีมเครือข่ายวิจัยของ สวรส. ผศ.นพ.ศรัณย์ วรศักดิ์วุฒิพงษ์ และนายปรียวัสส์ พิมพ์นวล มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งเป็นการเปิดเวทีให้กับงานวิจัยที่มีความโดดเด่น พร้อมใช้งานได้จริง ได้นำเสนอให้กับผู้ประกอบการหรือนักลงทุนที่สนใจ ผลงานละ 20 นาที ซึ่ง ผศ.นพ.ศรัณย์ ได้ย้ำถึงจุดเด่นของผลงานวิจัยว่า วัสดุปิดแผลเบาหวานไฟโบรอินฯ ได้ทำการทดลองในกลุ่มผู้ป่วยที่มีแผลเบาหวานเรื้อรัง และมีขนาดแผลที่แตกต่างกันไป ซึ่งผลการทดลองเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า ระหว่างใช้วัสดุปิดแผล ขนาดของแผลจะค่อยๆ ลดลงและมีเนื้อใหม่เพิ่มขึ้น จนกระทั่งแผลหายสนิทในเวลาที่รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องทำแผลบ่อยๆ การทำแผล 1 ครั้ง สามารถอยู่ได้ 3-7 วัน ซึ่ง Gel film ที่พัฒนาขึ้น มีความแข็งแรง ยืดหยุ่น สามารถโค้งงอทาบไปกับแผลได้ และดูดซับน้ำได้ถึงประมาณ 44% ซึ่งภายหลังจากการดูดซับน้ำ Gel film จะยืดหยุ่นและคงรูปแนบติดไปกับแผลที่มีความลึกได้ดี สามารถลดอัตราการติดเชื้อได้เนื่องจากวุ้นว่านหางจระเข้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

          ซึ่งในงานดังกล่าวนับเป็นรูปแบบของการขับเคลื่อนงานวิจัยที่เชื่อมโยงให้ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่อนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่ภาคเอกชน เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ในการผลิต จำหน่าย หรือการประกอบธุรกิจแบบไม่สงวนสิทธิ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศทั้งในเชิงการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมโดยมีฐานองค์ความรู้จากงานวิจัยของไทย

อัลบั้มภาพ

คุณสามารถกดปุ่ม Enter เพื่อดูรูปขนาดใหญ่ได้ และกดปุ่ม Esc เพื่อออกจากการดูรูปขนาดใหญ่

  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์
  • สวรส.โชว์นวัตกรรมวิจัยพร้อมใช้ “แผ่นปิดแผลเรื้อรัง ไฟโบรอินจากรังไหม” และ “เครื่องมือตรวจ-ติดตามผู้ป่วยพาร์กินสัน” เชื่อมสู่ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ  หวังเพิ่มมูลค่าเชิงพาณิชย์

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.