การจัดระบบและคาดการณ์งบประมาณเพื่อชดเชยค่าบริการทางการแพทย์กรณีส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับเด็กต่างด้าว

หมวดหมู่งานวิจัย 
เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
31 July 2017
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
ผลงานขับเคลื่อนระบบสุขภาพ
- bytes
ดาวน์โหลด
0 ครั้ง
จำนวนผู้อ่าน
24
การขยายหลักประกันสุขภาพให้ครอบคลุมบุคคลทุกคนบนแผ่นดินไทยนั้น มีความพยายามในการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องดังปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษร ในวิสัยทัศน์ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รวมถึงแผนแม่บทการแก้ปัญหาและพัฒนางานสาธารณสุขชายแดนของกระทรวงสาธารณสุข ประเด็นหนึ่งที่เป็นที่สนใจเชิงนโยบายในปัจจุบัน อัตราการเกิดของเด็กต่างด้าวมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี แต่เด็กต่างด้าวที่เข้าถึงสิทธิประกันสุขภาพก็มีจำนวนค่อนข้างน้อย จึงมีข้อกังวลว่า เด็กที่คลอดมาอาจไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคอย่างเพียงพอ ปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลต่อพัฒนาการของเด็กและเกิดโรคต่างๆ ที่เป็นภัยทางสาธารณสุขในวงกว้าง การศึกษานี้ได้จัดทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ คือ (1) เพื่อถอดบทเรียนต่างประเทศในการจัดนโยบายให้บริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค สำหรับเด็กต่างด้าวในประเทศนั้นๆ (2) เพื่อศึกษาลักษณะการจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับเด็กต่างด้าวที่อาศัยในแผ่นดินไทยในปัจจุบัน ทั้งในแง่ข้อดี ข้อเสีย และประเด็นท้าทายจากมุมมองของผู้ให้บริการ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้รับบริการ และ (3) เพื่อคาดประมาณงบประมาณของรัฐไทย ในการให้วัคซีนพื้นฐานสำหรับเด็กต่างด้าว ผู้วิจัยได้ใช้กระบวนการวิจัยแบบผสมคู่ขนาน การเก็บข้อมูลในวัตถุประสงค์ที่ 1 ใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมแบบพรรณนาจากฐานข้อมูล grey literature ของประเทศในสหภาพยุโรปเป็นหลัก วัตถุประสงค์ที่ 2 ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ให้บริการ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้รับบริการ ที่เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเด็กต่างด้าว และวัตถุประสงค์ที่ 3 ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิเชิงปริมาณ จากฐานข้อมูล 43 แฟ้ม ของกระทรวงสาธารณสุขการศึกษาดำเนินการในพื้นที่ 4 จังหวัด การศึกษานี้มีข้อจำกัดบางประการ อาทิ (1) การทบทวนวรรณกรรมแบบพรรณนาเสี่ยงต่ออคติมากกว่าการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ เพราะไม่ได้มีกระบวนการคัดกรองคุณภาพของวรรณกรรมอย่างเข้มข้น (2) การสัมภาษณ์ในวัตถุประสงค์ที่ 2 มีผู้ถูกสัมภาษณ์ไม่มากนัก และไม่ได้ใช้วิธีการเก็บข้อมูลอื่นๆ เช่น การสังเกตร่วมด้วย นอกจากนั้น ผู้ให้ข้อมูลก็รู้สถานะของผู้สัมภาษณ์ว่าทำงานในส่วนกลาง จึงมีแนวโน้มที่จะแสดงทัศนคติให้ตรงกับความคาดหวังของผู้สัมภาษณ์ ข้อมูลที่ได้จึงเสี่ยงต่ออคติ (3) การศึกษาดำเนินการในพื้นที่เพียง 4 จังหวัด จึงมีข้อจำกัดในการให้ข้อสรุปผลการศึกษานี้เป็นตัวแทนของสถานการณ์การดูแลเด็กต่างด้าวทั้งหมดในประเทศไทย (4) การคำนวณในวัตถุประสงค์ที่ 3 ต้องใช้สมมติฐานหลายประการ บางสมมติฐานอ้างอิงตัวเลขจากงานวิจัยเก่าที่ทำนานมาแล้ว และจำกัดเฉพาะค่าเวชภัณฑ์ ดังนั้นหากจะมีการผลักดันเชิงนโยบาย พึงมีกระบวนการให้ทุกฝ่ายตกลงและยอมรับในสมมติฐานก่อน รวมถึงควรมีตัวเลขอ้างอิงที่ทันสมัยกว่านี้ และควรคำนวณต้นทุนส่วนอื่นๆ ด้วย