การพัฒนารูปแบบการดูแลเด็กโรคสมาธิสั้นแบบบูรณาการระหว่างบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ปกครอง และครู ในเขตภาคเหนือ

หมวดหมู่งานวิจัย 
เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
01 January 2017
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
ผลงานขับเคลื่อนระบบสุขภาพ
- bytes
ดาวน์โหลด
0 ครั้ง
จำนวนผู้อ่าน
8
ที่มาและความสำคัญ โรคสมาธิสั้นเป็นมีความชุกมากที่สุดเมื่อเทียบกับโรคทางสุขภาพจิตอื่นๆ ในเด็กวัยประถมศึกษา การดูแลร่วมกันระหว่างผู้ปกครอง ครูและบุคลากรทางการแพทย์มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการลดความรุนแรงของอาการและปัญหาเชิงพฤติกรรมและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จด้านการเรียนของเด็กโรคสมาธิสั้น วัตถุประสงค์การวิจัย 1) เพื่อพัฒนาและทดสอบหลักสูตรและเครื่องมือการเสริมศักยภาพผู้ปกครองและครูในการคัดกรองและดูแลปรับพฤติกรรมเด็กที่มีอาการของโรคสมาธิสั้นวัยประถมต้น 2) พัฒนาหลักสูตรการดูแลเด็กที่มีอาการของโรคสมาธิสั้นสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ผู้รับผิดชอบงานสุขภาพจิตระดับโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 3) พัฒนาร่างแนวทางการดูแลเด็กที่มีอาการของโรคสมาธิสั้นวัยประถมศึกษาแบบองค์รวม วิธีการวิจัย การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบทดลองกลุ่มเดียวเปรียบเทียบก่อนหลัง ด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมของผู้ปกครอง และครูในการดูแลปรับพฤติกรรมเด็กโรคสมาธิสั้น กลุ่มตัวอย่าง คือ 1) ผู้ปกครองเด็กอายุ 6-7 ปี ที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาในโรงเรียนที่กำหนด 3 โรงเรียน ในจังหวัดเชียงใหม่ 2 โรงเรียนและลำพูน 1 โรงเรียน และผู้ปกครองให้ความยินยอม ผู้ปกครองได้รับการฝึกอบรมการปรับพฤติกรรมเด็กที่มีอาการของโรคสมาธิสั้นตามหลักสูตรสำหรับผู้ปกครองในการดูแลเด็กที่มีอาการของโรคสมาธิสั้น และครูโรงเรียนแกนนำเรียนร่วมได้รับการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่ได้พัฒนาขึ้นในการวิจัยนี้ในการปรับพฤติกรรมและการจัดชั้นเรียนที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่มีอาการของโรคสมาธิสั้น เป็นเวลา 2 วัน เพื่อเป็นครูต้นแบบ และครูต้นแบบเป็นผู้ฝึกอบรมครูโรงเรียนประถมศึกษา 2 วัน วัดผลด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการดูแลปรับพฤติกรรมเด็กของผู้ปกครอง และครูก่อนและหลังการฝึกอบรม สอบถามความเห็นด้านความเป็นไปได้และปัญหาอุปสรรคในการปรับพฤติกรรมเด็กขอผู้ปกครอง 1 เดือน หลังการฝึกอบรมด้วยการสนทนากลุ่มของครู 1 เดือนหลังการฝึกอบรมโดยการให้ครูกรอกสมุดบันทึกด้วยตนเอง ผลการวิจัย ผู้ปกครองเด็กที่มีอาการสมาธิสั้น 78 คนเข้ารับการอบรมการใช้คู่มือการคัดกรองและปรับพฤติกรรมเด็กที่มีอาการสมาธิสั้น ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ช่วงอายุ 30-39 ปี สถานะภาพสมรส ผู้ปกครองประมาณสองในสามระดับการศึกษาสูงสุดมัธยมถึงปริญญาตรี ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่มีประสบการณ์การดูแลเด็กโรคสมาธิสั้น ผู้ปกครอง ร้อยละ 37.2 ไม่เคยได้รับการฝึกอบรมด้านการดูแลเด็กโรคสมาธิสั้นมาก่อน หาข้อมูลเกี่ยวกับเด็กโรคสมาธิสั้นจากหนังสือหรือตำราหรือเว็บไซต์ หลังการฝึกอบรมผู้ปกครองมีความรู้และทัศนคติเกี่ยวกับเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นและการปรับพฤติกรรมที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p