การศึกษาองค์ความรู้การสังคายนาตำราการแพทย์แผนไทยด้านตำราหัตถศาสตร์ศิลาจารึกวัดโพธิ์

หมวดหมู่งานวิจัย 
เขียนโดย
hsri-admin
เมื่อวันที่
05 June 2017
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
จำนวนผู้อ่าน
76
          งานวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกษาองค์ความรู้ การสังคายนาด้านตำราการแพทย์แผนไทยด้านตำราหัตถศาสตร์ศิลาจารึกวัดโพธิ์  โดยมีวัถตุประสงค์เพื่อ 
1)เพื่อรวบรวมองค์ความรู้เรื่องตำราหัตถศาสตร์ การนวดแก้โรคต่างๆ ตามศิลาจารึกวัดโพธิ์  
2)เพื่อวิเคราะห์ สังเคราะห์ สังคายนา องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย การนวดแก้โรคต่างๆ ตามศิลาจารึกวัดโพธิ์ เพื่อให้เกิดความถูกต้อง ชัดเจน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง  
3)เพื่อจัดทำเป็นตำราการแพทย์แผนไทย การนวดแก้โรคต่างๆ ตามศิลาจารึกวัดโพธิ์ของชาติและมรดกโลก  
4) เพื่ออนุรักษ์ไว้ซึ่งภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทยเรื่องตำราหัตถศาสตร์ การแก้โรคต่างๆ ตามศิลาจารึกวัดโพธิ์ของชาติ 

ใช้วิธีการเชิญผู้เชี่ยวชาญและทบทวนวรรณกรรมโดยมีเกณฑ์ระเบียบวิธีวิจัยคือ  
1) รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ การจดบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องการสังคายนา ตำราหรือคัมภีร์ด้านการแพทย์แผนไทยที่มีมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจากแหล่งต่างๆ  การนวดแก้โรคต่างๆ ตามศิลาจารึกวัด และวิจัยภาพนวดโดยใช้การวิเคราะห์ในองค์ความรู้ด้านเวชกรรมและหัตถศาสตร์ตามหลักศิลาจารึกวัดโพธิ์    
2) เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทยร่วมเป็นคณะผู้วิจัย  ทบทวนวรรณกรรมและเรียบเรียงเนื้อหาโดยแบ่งมีหัวข้อที่ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของแต่ละท่าน โดยอาศัยเนื้อหาจากตำราดั้งเดิมมาเป็นพื้นฐานสืบค้นตามที่ตำราอ้างถึง เป็นตำราเดิมที่มีการรับรองจากผู้ทรงคุณวุฒิในด้านนั้น
ผลการวิจัยจากการศึกษาหัตถศาสตร์ จากศิลาจารึกวัดโพธิ์

        โดยคณะผู้เชียวชาญสามารถสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ เนื้อหาพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาหัตถศาสตร์วัดโพธิ์ อันได้แก่ ประวัติศาสตร์ จรรยาแพทย์ ความรู้พื้นฐานทางการแพทย์แผนไทย และการอธิบายแผนนวด    30 รูป หรือ หัตถศาสตร์วัดโพธิ์ ซึ่งมีรายละเอียดโดยสรุปคือ 
1) รูปที่ 1 – 9 ตามความหมายเดิมเป็นการอธิบายการเกิดโรคซึ่งเกิดการจากการที่ฤดูกระทบกายภายนอก จึงเกิดอาการตามเส้นประธานต่างๆ อธิบายรายละเอียดตามพระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ในส่วนของฤดู 6 
2) รูปที่ 10 – 11 ตามความหายเดิมเป็นการอธิบายการเกิดโรคซึ่งเกิดจากการที่ฤดูกระทบกายภายใน จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของธาตุภายในเกิด กำเริบ หย่อน หรือพิการ อธิบายรายละเอียดตามพระคัมภีร์ธาตุวิวรณ์ในส่วนของฤดู 3 และ 4  
3) รูปที่ 12 – 15 ตามความหมายเดิมเป็นการบอกความผิดปกติของธาตุทั้งสี่ ในลักษณะของ ธาตุวิบัติ(ปถวีธาตุ อาโปธาตุ วาโยธาตุ และเตโชธาตุวิบัติ) จากกองธาตุ อธิบายรายละเอียดตามพระคัมภีร์สิทธิสารสงเคราะห์ 
4) รูปที่ 16 – 19 ตามความหมายเดิมเป็นการบอกโรคที่เกิดทางเตโชธาตุ บอกอาการหย่อนและพิการ 
5) รูปที่ 20 – 23 ตามความหมายเดิมเป็นการบอกโรคที่เกิดทางอาโปธาตุ บอกอาการหย่อนและพิการ  
6) รูปที่ 24 – 27 ตามความหมายเดิมเป็นการบอกโรคที่เกิดทางวาโยธาตุ บอกอาการหย่อนและพิการ  
7) รูปที่ 28 – 30 ตามความหมายเดิมเป็นการบอกโรคที่เกิดทางปถวีธาตุ บอกอาการหย่อนและพิการ  
8) รายละเอียดของการรักษาอาการของแต่ละโรคหรืออาการ ในแต่ละจุดจำเป็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมด้วย เนื่องด้วยผู้ป่วยไม่ได้มีอาการครบทุกอาการตามที่ทฤษฎีกล่าว จึงต้องอาศัยการวิเคราะห์ให้ลึกลงไปและเชื่อมโยงกับพระคัมภีร์ต่างๆ ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้วิชาเวชกรรมมาอธิบายโดยที่วิธีการรักษาจะเป็นไปตามแนวทางความถนัดและชำนาญของแพทย์ผู้รักษาแต่ละรายไป นอกจากนี้รูปและตำแหน่งของจุดบนภาพเขียนตามจารึก นั้นไม่สอดคล้องหรือไม่สามารถเปรียบเทียบได้อย่างตรงไปตรงมากับโครงสร้างทางกายวิภาค จึงเป็นการยากที่จะวางจุดบนภาพเขียนกายวิภาคแบบสมัยใหม่ และภาพเขียนนี้ปรับปรุงขึ้นมาจากภาพดั้งเดิมเพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาโดยอ้างอิงจากภาพดั้งเดิม
          จากข้อค้นพบดังกล่าว เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ให้ดำรงต่อไป และสามารถเผยแพร่ความรู้วิชาการให้หน่วยงานผู้ใช้ประโยชน์ นิสิต นักศึกษา ผู้ที่ปฏิบัติงานด้านการแพทย์แผนไทยและผู้สนใจศึกษาการแพทย์แผนไทย เป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยในรูปแบบองค์ความรู้ดั้งเดิมตามตำรับวัดโพธิ์เป็นมรดกไทยและมรดกโลกสืบไป