ผลการจัดกิจกรรมสุขศึกษาร่วมกันกับการใช้แรงสนับสนุนทางสังคมจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านต่อความรู้ พฤติกรรมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคอุจจาระร่วงจังหวัดตรัง

หมวดหมู่งานวิจัย 
เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
01 January 2000
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
จำนวนผู้อ่าน
118
ผลของการจัดกิจกรรมสุขศึกษาร่วมกับการให้แรงสนับสนุนทางสังคม จากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต่อความรู้ และพฤติกรรมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคอุจจาระร่วง จังหวัดตรังการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อประเมินผลการจัดกิจกรรมสุขศึกษา ร่วมกับการให้ แรงสนับสนุนทางสังคมจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ต่อความรู้และพฤติกรรมของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในการป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคอุจจาระร่วงโดยนำกรอบ แนวคิด PRECEDE Model มาใช้ในการวินิจฉัยปัญหาโรคไข้เลือดออกและโรคอุจจาระร่วง ในเชิงพฤติกรรมสุขภาพเพื่อนำไปใช้ในการวางแผนจัดกิจกรรม และประยุกต์แนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการ กลุ่มมาใช้ในการจัดกิจกรรมสุขศึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กับแกนนำสุขภาพประจำ ครอบครัว และมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเป็นผู้ให้แรงสนับสนุนในด้านต่างๆ เพื่อให้แกนนำสุขภาพประจำครอบครัวมีพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคอุจจาระร่วงที่ ถูกต้อง รูปแบบการวิจัยแบบกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างเป็นแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวที่มีภูมิลำเนาในตำบลนาข้าวเสีย อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง จำนวน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่บ้านทดลองเรื่องโรค ไข้เลือดออก คือ หมู่ที่ 4 บ้านออกวัดนาปด หมู่บ้านเปรียบเทียบ คือ หมู่ที่ 2 บ้านเกาะปุด ส่วนหมู่บ้านทดลองเรื่องโรคอุจจาระร่วง คือ หมู่ที่ 5 บ้านใสชมภู่ และหมู่บ้านเปรียบเทียบ คือ หมู่ที่ 7 บ้าน ทุ่งแก่เจ้ย โดยเลือกกลุ่มตัวอย่าง หมู่บ้านละ 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ประกอบด้วยแผนการจัดกิจกรรมสุขศึกษาแบบกระบวนการกลุ่ม และสื่อประเภทวิดีทัศน์ ของจริง แผ่นพับ และโปสเตอร์ โดยดำเนินการเฉพาะในกลุ่มทดลองส่วนกลุ่มเปรียบเทียบให้อยู่ปกติตามธรรมชาติ การเก็บรวบรวมข้อมูลตามแบบสัมภาษณ์ แบบสังเกตพฤติกรรม และแบบประเมินการได้รับแรงสนับสนุนจาก อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เก็บรวบรวมข้อมูล 2 ครั้ง คือ ก่อนการทดลองและหลังการทดลอง ระยะเวลาวิจัย 6 เดือน ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2543 ถึงเดือน พฤศจิกายน 2543 ผลการวิจัยพบว่า แกนนำสุขภาพประจำครอบครัวในกลุ่มทดลองมีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมในการป้องกันโรคไข้เลือดออก และโรคอุจจาระร่วง ถูกต้องขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในด้านความรู้ การรับรู้โอกาสเสี่ยง ความรุนแรง และผลดีของการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันโรค และพฤติกรรมในการป้องกันโรค อีกทั้งยังพบว่า ความรู้ การรับรู้ด้านต่าง ๆ และการได้รับแรงสนับสนุนจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติในการป้องกันโรคไข้เลือดออกและโรคอุจจาระร่วงของแกนนำสุขภาพประจำครอบครัวอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ