วัณโรคชนิดดื้อยาหลายขนาน(MDR-TB) คุกคามประเทศไทยจริงหรือ : รายงานการทบทวนเอกสารวิชาการชุดโครงการเรื่อง วัณโรค

หมวดหมู่งานวิจัย 
เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
01 January 1998
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
จำนวนผู้อ่าน
370
วัณโรคชนิดดื้อยาหลายขนาน (MDR-TB) คุกคามประเทศไทยจริงหรือ? ผลการทบทวนรายงานการวิจัย 55 เรื่อง ระหว่าง พ.ศ. 2511 – 2541วัณโรคชนิดดื้อยาหลายขนานถือได้ว่าเป็นการระบาดลูกที่สาม (third epidemic) และอยู่ในระดับภาวะฉุกเฉินโลก (global emergency) มาตั้งแต่ปี 2536 วัณโรคชนิดนี้จะดื้อยาอย่างน้อยสองขนาน คือ isoniazid และ rifampicin และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่โอกาสเกิดมีน้อย ในปี 2540 องค์กรอนามัยโลกประมาณการณ์ว่าประเทศไทยมีผู้ที่เป็นวัณโรคชนิดนี้กว่า 3000 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปลายปี 2541 ประเทศไทยพบเปอร์เซ็นต์ผู้ติดเชื้อประเภทนี้ประมาณ 26% ของผู้ติดเชื้อวัณโรคทั้งหมด ประกอบด้วยเชื้อที่ดื้อต่อยา isoniazid 13% streptomycin 12% rifampicin 7% ethambutol 7% และ ดื้อต่อยาหลายขนานคิดเป็น 3% เปรียบเทียบกับปี 2511 จนถึงปี 2541 เปอร์เซ็นต์พบผู้ติดเชื้อวัณโรคดื้อยาเพิ่มมากขึ้นสำหรับยาทุกตัว ปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับการดื้อยาของเชื้อวัณโรค ได้แก่ จำนวนรอยโรคในปอด ประวัติครอบครัวที่มีผู้ติดเชื้อ และประวัติการตรวจพบ HIV ขณะที่ปัจจัยสัมพันธ์กับเชื้อวัณโรคที่ดื้อยาหลายขนาน ได้แก่ ประวัติการรักษาวัณโรค ประวัติคนในครอบครัวที่เป็นวัณโรค และประวัติกาตรวจพบ HIVรายงานนี้แนะนำให้มีการพัฒนาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิผลและต้องมีการประเมินผลอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ การพัฒนาการใช้ยุทธิวิธี DOT ในเชิงคุณภาพ คุณภาพในห้องชัณสูตร การสร้างเครือข่าย และพัฒนาระบบข้อมูล ในแง่การพัฒนาและวิจัย ปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่อการรักษาที่ได้ผลต่อเชื้อวัณโรคที่ดื้อยาหลายขนานต้องทำการศึกษา และประเมินผลตามกรอบของการควบคุมวัณโรคที่กำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุข