การทบทวนวรรณกรรมและสถานการณ์การคุ้มครองผู้บริโภคในระบบสุขภาพ

หมวดหมู่งานวิจัย 
เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
01 April 2012
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
http://kb.hsri.or.th/dspace/bitstream/handle/...
- bytes
ดาวน์โหลด
0 ครั้ง
จำนวนผู้อ่าน
260
การคุ้มครองผู้บริโภค หมายถึง การปกป้องดูแลผู้บริโภค ให้ได้รับความปลอดภัย เป็นธรรม และประหยัด จากการบริโภคสินค้าและบริการ แม้ว่าจะมีการดำเนินการของเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังมีรายงานว่าผู้บริโภคมีความเสี่ยงสูงในการบริโภคผลิตภัณฑ์และบริการโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ ประกอบกับการดำเนินงานทางด้านการคุ้มครองผู้บริโภคของภาคราชการยังไม่สามารถให้การคุ้มครองได้เพียงพอ ภาค การเมืองยังไม่ให้ความสำคัญด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเท่าที่ควร ยังคงพบผู้ประกอบการฝ่าฝืนกฎหมายอยู่ บ่อยครั้ง ผู้ใช้กฎหมายยังมีอุปสรรคในการนำกฎหมายไปปฏิบัติ หรือตัวบทกฎหมายมีความใหม่ต่อการนำมาใช้ ของผู้ทีเกี่ยวข้อง การให้ข้อมูลข่าวสารของสื่อยังบิดเบือนความจริง และไม่ครบถ้วน ส่งผลให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ ไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน อีกทั้งยังอาจถูกสร้างค่านิยมที่ผิด นอกจากนี้ผู้บริโภคยังขาดความเข้มแข็ง เนื่องจากได้รับ การสร้างเสริมศักยภาพไม่มากเท่าที่ควร การสนับสนุนงานคุ้มครองผู้บริโภคจากสถาบันทางวิชาการด้านข้อมูลและ การจัดการความรู้ยังมีอยู่จำกัด นอกจากนั้นการเปิดการค้าเสรีระหว่างประเทศ ยังอาจมีผลต่อพฤติกรรมการเลือก ซื้อผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ โดยผู้บริโภคอาจตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงในการบริโภคสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น การทบทวนวรรณกรรมและสถานการณ์การคุ้มครองผู้บริโภคในระบบสุขภาพ รวมถึงองค์ความรู้ด้านสิทธิ และสุขภาพ จะทำให้เข้าใจความหมายและสามารถพัฒนาระบบส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพของประชาชน ตาม พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2550 หมวด 1 สิทธิและหน้าที่ด้านสุขภาพ ซึ่งการทบทวนและวิเคราะห์ความรู้ที่มี อยู่ในปัจจุบันเกี่ยวกับนิยาม ความหมาย ความเข้าใจ และกลไกส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพ หมวด 8 การ คุ้มครองผู้บริโภค ข้อ 74 และ หมวด 9 การสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านสุขภาพ โดยทบทวนผลการ ดำเนินงานทีผ่านมา อาจสามารถพัฒนาข้อเสนอการพัฒนาความเข้มแข็งกลไกคุ้มครองผู้บริโภคในระบบสุขภาพที่ เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยการศึกษาผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบ สุขภาพ ดังแผนภาพที่ 1 ไม่ว่าจะเป็น สปสช. ที่คุ้มครองผู้บริโภคในด้านบริการสุขภาพ ตามมาตรา 41 หรือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่คุ้มครองผู้บริโภคด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและยา หรือองค์กรอื่นๆ เช่น มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค แผนงานคุ้มครองผู้บริโภค สสส. ที่ทำหน้าที่ผลักดันและขับเคลื่อนงานด้านการคุ้มครอง ผู้บริโภค ตลอดจน สช. มีพรบ.สุขภาพแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิและหน้าที่ทางด้านสุขภาพของประชาชนชาว ไทย จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์การคุ้มครองผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่าง ตัวผู้บริโภค หน่วยงานของรัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน NGO ผู้ผลิตสินค้าและบริการ และสื่อสาธารณะ ซึ่งปัญหาของการคุ้มครองผู้บริโภคด้าน สุขภาพจะเกิดจาก 1)หน่วยงานที่ทำหน้าทีมีกำลังไม่เพียงพอและไม่ได้ประสานงานกัน กฎหมายมีช่องว่าง 2) ผู้ผลิตสินค้า หรือผู้ให้บริการ ไม่มีความรู้ ขาดจรรยาบรรณ มีระบบการตลาดทีไม่ดี มีการผูกขาด และไม่มีกลุ่ม ผู้ประกอบการมาควบคุมกันเอง 3)ผู้บริโภคขาดแหล่งข้อมูลทีน่าเชื่อถือ ไม่มีความรู้พื้นฐาน ไม่ตระหนักในสิทธิ หรือไม่รู้ว่ามีสิทธิ ไม่ตั้งคำถาม รู้ไม่เท่าทันโฆษณา 4)สื่อมวลชน ขาดองค์กรที่ควบคุมจรรยาบรรณ และไม่มีส่วน ร่วมเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้นการพัฒนาความเข้มแข็งกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพจึงต้องครอบคลุมผู้เกี่ย วข้องทั้ง4 กลุ่มเพื่อที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอก ทีมีผลกระทบต่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ได้แก่ กระแสทุนนิยม ลัทธิบริโภคนิยม ความซับซ้อนของระบบบริโภค และโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบาย ASEAN Harmonization และ Medical Hub ซึ่งต้องการการสนับสนุน 3 E ได้แก่ Enforcement, Empowerment,Education การพัฒนาความเข้มแข็งกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพนั้น จะต้องได้รับการสนับสนุนจาก 4 ด้าน ได้แก่ การจัดการความรู้ นับตั้งแต่องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการบริโภค ตลอดไปจนถึงการส่งต่อหรือกระจายความรู้ และการบังคับใช้กฎหมาย การศึกษาว่า มีอะไรบ้างที่เป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันเพื่อสร้างความเข้มแข็งกลไก คุ้มครองผู้บริโภคในระบบสุขภาพ ซึ่งการศึกษานี้ต้องการประมวลสถานการณ์การคุ้มครองผู้บริโภคที่เป็นอยู่ใน ระบบสุขภาพ ทั้งด้านสิทธิสุขภาพ ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพและด้านบริการสุขภาพ โดยไม่มุ่งเน้นความสมบูรณ์รอบ ด้านของข้อมูลแต่จะนำเสนอเพื่อสะท้อนสภาพปัญหาอันอาจนำไปสู่ข้อเสนอเพื่อพัฒนาความเข้มแข็งกลไกคุ้มครอง ผู้บริโภคในระบบสุขภาพของประเทศไทยต่อไป วัตถุประสงค์: 1.เพื่อทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับหลักการ แนวคิด ยุทธศาสตร์และกลไกทีใช้ในการคุ้มครองผู้บริโภคทั้ง ในประเทศและต่างประเทศสามด้าน ได้แก่ ด้านสิทธิสุขภาพ ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ และด้านบริการสุขภาพ 2.เพื่อทบทวนสถานการณ์การคุ้มครองผู้บริโภคในระบบสุขภาพของประเทศไทย ทั้งด้านกลไก เครื่องมือ และผลการดำเนินการขององค์กรทีเกี่ยวข้อง 3.เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาความเข้มแข็งของกลไกคุ้มครองผู้บริโภคในระบบสุขภาพ เครื่องมือที่ใช้: แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการประชุม แบบบันทึกประเด็นการทบทวน ซึง5 การทบทวนครั้งนี้จะศึกษาวรรณกรรม ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เกี่ยวกับหลักการ แนวคิด ยุทธศาสตร์และกลไกที่ใช้ในการคุ้มครองผู้บริโภค สาม ด้าน ได้แก่ ด้านสิทธิสุขภาพ ด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ และด้านบริการสุขภาพ และทบทวนสถานการณ์การคุ้มครอง ผู้บริโภคในระบบสุขภาพของประเทศไทย และผลการดำเนินการขององค์กรที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างคำถามสำหรับสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เกี่ยวข้องในการคุ้มครองผู้บริโภค ประกอบด้วย 1) แนวคิดและปรัชญาการดำเนินงานในบริบทปัจจุบัน 2) บทบาทและอำนาจหน้าที่ 3) จุดแข็ง จุดอ่อน อุปสรรคและโอกาสในการดำเนินงานของแต่ละองค์กรทีเกี่ยวข้อง 4) ข้อเสนอการพัฒนาความเข้มแข็งกลไกคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ โดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึก (in-depth interview) ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น ผู้บริหารหรือผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข สสจ. สปสช. มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค แผนงานคุ้มครองผู้บริโภค สสส. ฯลฯ สรุปผลการศึกษาได้เป็น 4 หัวข้อ ดังนี้ 1. กระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพและหน่วยงานทีเกี่ยวข้อง 2. งานคุ้มครองผู้บริโภคในมุมมองของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ 3. การคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพ / สิทธิด้านกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ / สิทธิด้านกลุ่มบริการสุขภาพ 4. ถอดบทเรียน : ประเด็นร้อน (โฆษณาเคเบิล: ทีวี)