การปล่อยเชื้อไวรัสที่มีชีวิตอย่างยืดเยื้อในผู้ป่วย COVID-19

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
01 October 2021
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
จำนวนผู้อ่าน
25

การพบว่ามีสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่คงอยู่เป็นเวลานานแม้จะหายจากการป่วยแล้วนั้นเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่สำคัญในการควบคุมโรค โดยมีคำถามสำคัญว่าการพบสารพันธุกรรมดังกล่าวบ่งชี้ถึงความสามารถในการแพร่เชื้อหรือไม่ และหากมีการปล่อยเชื้อไวรัสอย่างยืดเยื้อก็มีคำถามเชิงทฤษฎีที่น่าสนใจว่ามีการคงอยู่ของไวรัสได้อย่างไรเมื่อในร่างกายมีการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจเกิดจากความบกพร่องของการสร้างภูมิคุ้มกัน หรือไวรัสในคนเหล่านั้นได้กลายพันธุ์และสามารถหลบหนีจากภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้น เพื่อตอบคำถามเหล่านี้โครงการได้ดำเนินการเพาะแยกเชื้อจากตัวอย่างทางเดินหายใจและตรวจหาภูมิคุ้มกันในตัวอย่างเลือดจากผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ จำนวน 30 ราย ที่ตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสด้วยวิธี RT-PCR ภายหลัง 1 สัปดาห์จากการวินิจฉัยและดำเนินการเก็บและเพาะแยกเชื้อในตัวอย่างเป็นระยะไปจนถึง 4 สัปดาห์ พบว่า ตัวอย่างที่เก็บในสัปดาห์แรกมีปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสในระดับที่หลากหลาย และตั้งแต่สัปดาห์ที่สองเป็นต้นไปตัวอย่างส่วนใหญ่มีการลดลงอย่างชัดเจนของปริมาณสารพันธุกรรม และตรวจพบ antibody ที่จำเพาะต่อเชื้อไวรัส และสามารถเพาะแยกเชื้อได้จากตัวอย่างในสัปดาห์แรก จำนวน 4 ราย และอีก 2 ราย ในสัปดาห์ที่สอง โดยทั้ง 6 ราย มีปริมาณสารพันธุกรรมที่สูง และจะไม่สามารถเพาะแยกเชื้อได้เมื่อปริมาณสารพันธุกรรมลดลงในสัปดาห์ถัดไป สำหรับ 2 ราย ที่เพาะแยกเชื้อได้ในสัปดาห์ที่สอง รายแรกตรวจพบ neutralizing antibody ในระดับต่ำจากตัวอย่างในเวลาเดียวกัน และระดับ neutralizing antibody นี้จะเพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์ที่สามพร้อมกับการลดลงของปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสและไม่สามารถเพาะแยกเชื้อได้ ในขณะที่อีกรายมีการคงอยู่ของทั้งปริมาณสารพันธุกรรมในระดับสูงและการเพาะเชื้อไวรัสได้ พร้อมกับการตรวจไม่พบ neutralizing antibody ในตัวอย่างของสัปดาห์ที่สองและสาม ข้อมูลเหล่านี้บ่งชี้ว่าการตรวจพบสารพันธุกรรมของไวรัสอย่างยืดเยื้อส่วนใหญ่ไม่มีการปล่อยเชื้อที่มีความสามารถแพร่เชื้อได้ แต่มีบางรายที่อาจมีการแพร่เชื้อได้อย่างยืดเยื้อ เนื่องจากมีความบกพร่องของร่างกายในการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อกำจัดเชื้อ โดยจะยังตรวจพบปริมาณสารพันธุกรรมของไวรัสในระดับสูงและตรวจไม่พบ neutralizing antibody ซึ่งอาจใช้เป็นตัวบ่งชี้ว่าอาจยังมีการแพร่เชื้อ