ผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ต่อผลการดำเนินงานวัณโรคในประเทศไทย

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
01 October 2021
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
จำนวนผู้อ่าน
51

โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เริ่มมีการระบาดครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2562 ณ ประเทศจีน หลังจากนั้นมีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย รัฐบาลไทยได้ประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป และราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศห้ามบุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหสถาน ระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 04.00 น. เริ่มวันที่ 3 เมษายน 2563 ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่องานด้านวัณโรค โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลัก คือ เพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานควบคุมวัณโรคในประเทศไทย ก่อน-หลังการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วัตถุประสงค์รอง คือ 1. เพื่อศึกษาผลการวินิจฉัยวัณโรคทางห้องปฏิบัติการ 2. เพื่อศึกษาผลการขึ้นทะเบียนผู้ป่วยวัณโรคประเภทต่างๆ และ 3. เพื่อศึกษาผลการรักษาผู้ป่วยวัณโรคประเภทกลุ่มต่างๆ การศึกษาวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยสำรวจภาคตัดขวาง (cross-sectional study) โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ที่มีการขึ้นทะเบียนผู้ป่วยวัณโรคในโปรแกรม National Tuberculosis Information Program (NTIP) นำมาวิเคราะห์ในช่วงเวลา ไตรมาสที่ 1/2562 และ 1/2563 (สำหรับการศึกษาประเภทของผลการรักษาวัณโรค เป็นก่อน-หลังเริ่มมีการระบาดระลอกแรกเมื่อไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2562 และ 2563 เปรียบเทียบคนละปี) และในช่วงเวลาไตรมาสที่ 2-3/2562 และ 2-3/2563 ก่อน-หลังเริ่มมีการระบาดระลอกแรกเมื่อปีงบประมาณ 2562 และ 2563 เปรียบเทียบคนละปี (สำหรับการศึกษาประเภทของผลการวินิจฉัยเป็นวัณโรค) ผลการศึกษา พบว่า การขึ้นทะเบียนของผู้ป่วยวัณโรคทุกประเภท ก่อน-หลังเริ่มมีการระบาดระลอกแรกเมื่อไตรมาสที่ 2-3 ของปีงบประมาณ 2562 และ 2563 เปรียบเทียบคนละปี มีจำนวน 40,544 และ 40,848 ราย ตามลำดับ เพิ่มขึ้นโดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.275) การขึ้นทะเบียนของผู้ป่วยประเภทรายใหม่และกลับเป็นซ้ำ ก่อน-หลังเริ่มมีการระบาดระลอกแรกเมื่อไตรมาสที่ 2-3 ของปีงบประมาณ 2562 และ 2563 เปรียบเทียบคนละปี คิดเป็นจำนวน 38,875 และ 39,231 ราย ตามลำดับ เพิ่มขึ้นโดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p=1.00) หากเปรียบเทียบก่อน-หลังการประกาศ lockdown (ระหว่างไตรมาสที่ 2/63 และ 3/63) เปรียบเทียบปีเดียวกัน มีจำนวน 21,358 และ 17,873 ราย ตามลำดับ ลดลง -16.3% จำนวนการส่งตรวจ AFB อย่างเดียว จำนวน 23,792 (61.2%) และ 25,731 (65.6%) ราย ตามลำดับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) แต่การส่งตรวจเสมหะด้วยเครื่อง Xpert MTB/RIF อย่างเดียว จำนวน 717 (1.8%) และ 577 (1.5%) ราย ตามลำดับ พบว่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) สำหรับจำนวนผู้ป่วยที่ส่งตรวจทั้ง AFB และวิธี Xpert MTB/RIF โดย AFB ส่งก่อนถ้าผลเป็นลบแล้วจึงส่ง Xpert MTB/RIF จำนวน 8,838 (22.7%) และ 6,808 (17.4%) ราย ตามลำดับ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) จำนวนผู้ป่วยที่ไม่มีผลการตรวจ มีจำนวน 5,528 (14.2%) และ 6,115 (15.6%) ราย ตามลำดับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ผลการรักษาวัณโรคในกลุ่มผู้ป่วยรายใหม่และกลับเป็นซ้ำ พบว่า อัตราผลสำเร็จของการรักษาผู้ป่วยวัณโรค (Treatment success rate) ก่อน-หลังเริ่มมีการระบาดระลอกแรกเมื่อไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2562 และ 2563 เปรียบเทียบคนละปี คิดเป็น 80.8% และ 86.3% ตามลำดับ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) อัตราการโอนออก คิดเป็น 0.7% และ 1.3% ตามลำดับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) และผู้ป่วยที่กำลังรักษา ก่อน-หลังเริ่มมีการระบาดระลอกแรกเมื่อไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2562 และ 2563 เปรียบเทียบคนละปี คิดเป็น 0.8% และ 6.2% ตามลำดับ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) สำหรับอัตราการขาดยา คิดเป็น 4.3% และ 3.7% ตามลำดับ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.016) การรักษาล้มเหลว คิดเป็น 0.3% และ 0.3% ตามลำดับ โดยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p=1.00) และการเสียชีวิต คิดเป็น 7.5% และ 7.7% ตามลำดับ เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p=1.00) สรุป การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกในระดับประเทศ ที่ศึกษาผลกระทบของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้มีหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า การขึ้นทะเบียนผู้ป่วยวัณโรคลดลง อัตราผลสำเร็จของการรักษาลดลง การรายงานจำนวนผู้ป่วยวัณโรคทุกประเภทและกลุ่มรายใหม่และกลับเป็นซ้ำ มีจำนวนการขึ้นทะเบียนไม่แตกต่างกัน แต่ในไตรมาสหลังมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะช่วงที่มีการประกาศ lockdown จำนวนการวินิจฉัยด้วย Xpert MTB/RIF ลดลง รวมถึงร้อยละของผลสำเร็จในการรักษาที่ลดลง เมื่อเปรียบเทียบก่อน-หลังเริ่มมีการระบาดระลอกแรกเมื่อไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2562 และ 2563 เปรียบเทียบคนละปี เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในช่วงการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ควรเร่งรัดการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคให้ครอบคลุมโดยการคัดกรองในกลุ่มเสี่ยงต่างๆ เช่น กลุ่มผู้ที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล เพิ่มการค้นหากลุ่มเสี่ยงในชุมชนหรือสถานกักกัน เพื่อเข้าสู่การรักษาได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจจะคัดกรองควบคู่ไปกับการคัดกรองโรค COVID-19 ผลการศึกษานี้ยังเป็นข้อมูลในการเตรียมความพร้อมทางด้านการขึ้นทะเบียนการรักษา การตรวจเพื่อการวินิจฉัยและผลการรักษาวัณโรค หากเกิดการระบาดของระลอกต่อๆ ไปของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019