การศึกษาสถานการณ์และความต้องการกำลังคนด้านสุขภาพระดับปฐมภูมิในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
02 September 2021
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
จำนวนผู้อ่าน
238

บทคัดย่อ

          ในการควบคุมการระบาดของโรค เช่น โรคโควิด-19 จำเป็นต้องสกัดโรคให้อยู่ในวงจำกัด ซึ่งเป็นบทบาทของสถานบริการระดับปฐมภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในการติดตามผู้สัมผัสและการค้นหาเชิงรุกในชุมชน โดยการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการประเมินภาระงานของบุคลากรระดับปฐมภูมิ ในสถานการณ์ปกติและในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับการวิเคราะห์ศักยภาพและส่วนขาดด้านบุคลากรระดับปฐมภูมิ ในการรับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 ตามระดับความรุนแรงของการระบาด การศึกษานี้ประเมินภาระงานบริการ 6 ประเภท โดยประมวลผลจากข้อมูลบริการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับข้อมูลระยะเวลาในการให้บริการเฉลี่ยต่อครั้ง จากการทบทวนการศึกษาที่ผ่านมาและการประชุมร่วมกับ รพ.สต. 9 แห่ง ใน 3 จังหวัด นำมาคำนวณชั่วโมงการทำงานหลังหักภาระงานขั้นต่ำ โดยนำชั่วโมงการทำงานทั้งหมดของบุคลากร 4 ตำแหน่ง หักด้วยภาระงานบริการ 6 ประเภท และภาระงานชุมชนและงานอื่นๆ (เฉลี่ย 2 ชั่วโมงต่อบุคลากร 1 คนต่อวัน) มาใช้ในการคาดประมาณศักยภาพในการทำกิจกรรมควบคุมโรคโควิด-19 ในพื้นที่ ซึ่งในที่นี้คือ จำนวนการติดตามผู้สัมผัสหรือการค้นหาเชิงรุกที่สามารถทำได้สูงสุดใน 1 วัน ในระดับ รพ.สต. อำเภอ จังหวัดและเขต ทั้งประเทศ (ไม่รวมกรุงเทพฯ) โดยผลการศึกษาพบว่า หากใช้ร้อยละ 50 ของชั่วโมงการทำงานหลังหักด้วยภาระงานขั้นต่ำ ในระดับจังหวัด ร้อยละ 85 ของจังหวัดสามารถติดตามผู้สัมผัสหรือค้นหาเชิงรุกได้ 2,000 – 8,000 รายต่อวัน ในขณะที่ร้อยละ 75 ของอำเภอ สามารถติดตามผู้สัมผัสหรือค้นหาเชิงรุกได้ 200 – 800 รายต่อวัน และสำหรับระดับ รพ.สต. มีร้อยละ 75 ที่สามารถติดตามผู้สัมผัสหรือค้นหาเชิงรุกได้ 20 – 80 รายต่อวัน เมื่อใช้ข้อมูลการให้บริการในช่วงการระบาดของโควิด-19 รอบแรก (มกราคม-มิถุนายน 2563) แสดงให้เห็นว่า ในระดับ รพ.สต. มีศักยภาพ (ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น) ในการควบคุมการระบาดของโรคได้ในระดับที่ต่างกัน โดยในระดับอำเภอ จะช่วยในการระดมบุคลากรภายในอำเภอ หากระดับของการระบาดไม่รุนแรงและในระดับจังหวัด ยังสามารถรองรับปริมาณการค้นหาเชิงรุกได้มากขึ้น โดยการระดมบุคลากรในจังหวัด ทั้งนี้ควรมีการจัดทำแผนกำลังคนสำรอง (surge capacity plan) เพื่อวางแผนรองรับหากต้องมีการระดมบุคลากรในระดับอำเภอและระดับจังหวัด เพื่อสนับสนุนบุคลากรในระดับปฐมภูมิ ตามสถานการณ์ความรุนแรงของการระบาด