การประเมินผลกระทบและความคุ้มค่าของวัคซีนโควิดที่พึงประสงค์เพื่อใช้ในการพัฒนาและคัดเลือกวัคซีนสำหรับใช้ในประเทศไทย

หมวดหมู่งานวิจัย 
เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
06 July 2021
Default image
ให้คะแนน
Average: 1 (1 vote)
จำนวนผู้อ่าน
249

บทคัดย่อ

         นับแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เมื่อต้นปี พ.ศ. 2563 ทำให้มีผู้ติดเชื้อไปแล้วกว่า 100 ล้านคนและเสียชีวิตมากกว่า 2 ล้านคนทั่วโลก ถึงแม้ประเทศไทยจะประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง ดังนั้นทางออกที่ยั่งยืนของวิกฤตครั้งนี้ คือ การให้วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ COVID-19 กับคนส่วนใหญ่ของประเทศ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมตอบคำถามสำคัญเชิงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและใช้วัคซีนในประเทศไทย ได้แก่ (1) คุณลักษณะสำคัญของวัคซีนทั้งด้านประสิทธิผล ระยะเวลาในการป้องกัน ราคา ที่ทำให้วัคซีนมีความคุ้มค่า (2) กลุ่มเป้าหมายที่ควรได้รับวัคซีนก่อนหลังในกรณีที่วัคซีนมีจำกัด เพื่อทำให้เกิดผลดีที่สุดต่อการควบคุมการระบาดของโรคและต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ (3) หากเริ่มให้วัคซีนในประชากรกลุ่มเป้าหมายแล้ว มาตรการปิดประเทศสามารถผ่อนปรนได้หรือไม่ วิธีการศึกษา นักวิจัยปรับปรุงแบบจำลองจาก CoMo Consortium ซึ่งพัฒนาโดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย อ๊อกฟอร์ด สหราชอาณาจักรร่วมกับนักวิจัยทั่วโลก รวมทั้งนักวิจัยในโครงการวิจัยนี้ด้วย โดยใช้ตัวแปรสำคัญด้านพฤติกรรมของคนไทยและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของเชื้อโคโรนา 2019 ในช่วงต้นปี 2563 ในประเทศไทย สำหรับวัคซีนโควิดที่ใช้ในการศึกษานี้เป็นวัคซีนสมมุติที่มีคุณสมบัติตรงกับที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ กล่าวคือ มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่งในการป้องกันการติดเชื้อ หรือลดโอกาสถ่ายทอดเชื้อไปสู่ผู้อื่น หรือลดความรุนแรงของโรคในกลุ่มผู้ติดเชื้อ สรุปผลการศึกษา วัคซีนโควิด-19 ที่มีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อสามารถลดความรุนแรงในการแพร่ระบาดของโรคและลดจำนวนผู้เสียชีวิตได้มากกว่าวัคซีนที่มีประสิทธิผลด้านอื่นๆ นอกจากนี้ ระยะเวลาในการป้องกันโรคที่นานเป็นคุณสมบัติที่สำคัญเช่นเดียวกันกับประสิทธิผลของวัคซีน สำหรับการจัดลำดับความสำคัญของประชากรกลุ่มเป้าหมายเพื่อจัดสรรวัคซีนนั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติด้านประสิทธิผลของวัคซีนและรูปแบบการแพร่ระบาด โดยพบว่า วัคซีนที่มีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อ เหมาะในการให้ในกลุ่มประชากรกลุ่มอายุ 20-39 ปี และวัคซีนที่มีประสิทธิผลในการลดความรุนแรงของโรคเหมาะในการให้ในกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้น เพื่อหวังผลในการลดความรุนแรงในการแพร่ระบาดของโรคและลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้มากที่สุด สำหรับมาตรการปิดประเทศ พบว่า อาจจะสามารถผ่อนปรนได้มากขึ้น หากมีวัคซีนควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม การสวมใส่หน้ากากอนามัย และการหมั่นล้างมือ (social vaccine) อย่างเคร่งครัด ซึ่งมาตรการ social vaccine ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ผลการศึกษานี้นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ผู้กำหนดนโยบายในการเลือกวัคซีนโควิดและกำหนดกลุ่มเป้าหมาย เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและการประเมินผลสำเร็จของนโยบายวัคซีนในการควบคุมโรค