การสังเคราะห์มาตรการและนโยบายของรัฐบาลเพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จากผลการประเมินการปฏิบัติตนของประชาชนไทยต่อมาตรการต่างๆ

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
06 January 2021
Default image
ให้คะแนน
Average: 5 (1 vote)
จำนวนผู้อ่าน
85

การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ส่งผลให้รัฐบาลไทยประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม - 30 เมษายน พ.ศ. 2563 และรณรงค์มาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพื่อหยุดการแพร่ระบาดของโรคไปในวงกว้าง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการปฏิบัติตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” เพื่อนำไปเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายในการปรับมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงเผยแพร่สถานการณ์ตามผลการสำรวจและคำแนะนำถึงพฤติกรรมที่พึงประสงค์ในการดำเนินชีวิตให้ประชาชน ระเบียบวิธีศึกษา ใช้แบบสอบถามออนไลน์ (online questionnaire) ของ Google Forms โดยปรับปรุงคำถามใหม่ทุกสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2 - 30 เมษายน พ.ศ. 2563 รวมทั้งหมด 4 ชุดคำถาม และคัดเลือกกลุ่มประชากรด้วยวิธีการสุ่มตามความสะดวก (convenient sampling) โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อสารของหน่วยงานรัฐและทางโซเชียลมีเดียของบุคคลผู้มีชื่อเสียงเพื่อให้ประชาชนร่วมตอบแบบสอบถาม ผลการศึกษา การสำรวจนี้มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 99,865 คน (ชาย ร้อยละ 28.4, หญิง ร้อยละ 71.6) อายุเฉลี่ย 42 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ร้อยละ 84.8 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 99.8 เข้าใจว่าควรทำตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” อย่างไร และร้อยละ 93.7 คิดว่ามาตรการดังกล่าวช่วยลดการระบาดของโรคได้ ผู้ตอบแบบสอบถาม ร้อยละ 53.0 ไม่ได้ออกนอกบ้าน สำหรับผู้ที่ออกจากบ้านเหตุผลหลัก คือ ไปทำงาน (ร้อยละ 62.3) และธุระจำเป็น เช่น ซื้ออาหาร/ของใช้ หาหมอ (ร้อยละ 62.1) สิ่งที่ผู้ตอบแบบสอบถามต้องการให้สนับสนุนมากที่สุดเพื่อให้การอยู่บ้านเป็นไปได้ คือ ลดค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค (ร้อยละ 35.4) สำหรับด้านพฤติกรรมการป้องกันโรค พบว่า ดัชนีค่าเฉลี่ยเรขาคณิตของพฤติกรรมการป้องกันตนเองโดยรวมซึ่งประกอบด้วย 5 พฤติกรรม ได้แก่ รักษาระยะห่างระหว่างบุคคลอย่างน้อย 2 เมตร, ใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า, ล้างมือด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์, งดการสัมผัสใบหน้า จมูก ตาและปาก รวมถึงทานอาหารร้อนและใช้ช้อนส่วนตัว คิดเป็น 0.70, 0.76, 0.75, และ 0.78 ตามลำดับในสัปดาห์ที่ 1-4 ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 80.2 ยินยอมให้จัดสถานที่ควบคุมเพื่อสังเกตอาการเริ่มป่วยในชุมชนของตน ส่วนผลกระทบต่อรายได้ พบว่า ในสัปดาห์ที่ 1 และ 2 ของการสำรวจ มีร้อยละ 43.3 ตอบว่ารายได้ลดลงหรือไม่มีรายได้เลย และในสัปดาห์ที่ 3 และ 4 มีร้อยละ 52.1 ตอบว่ารายได้ลดลง ในด้านความคิดเห็นต่อการผ่อนคลายมาตรการ พบว่าร้อยละ 49.1 ยังไม่พร้อมผ่อนคลายในเดือนพฤษภาคม และร้อยละ 60.1 ระบุว่าสามารถทนปฏิบัติตามมาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ต่อไปได้อีก 4 สัปดาห์ขึ้นไป โดยมีร้อยละ 22.3 วางแผนที่จะเดินทางออกนอกจังหวัดภายใน 1 สัปดาห์ หากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการ สรุปผลการศึกษา มาตรการ “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีทั้งในด้านการพยายามอยู่บ้านและการมีพฤติกรรมป้องกันตนเองจากการติดเชื้อและแพร่กระจายโรค ถึงแม้ว่าประชาชนจำนวนมากจะได้รับผลกระทบต่อรายได้ โดยภาพรวมประชาชนยังไม่คิดว่าควรผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวและสามารถอยู่กับมาตรการนี้ต่อไปได้อีกอย่างน้อยหนึ่งเดือนหลังจากเมษายน ข้อเสนอเชิงนโยบายจากการสำรวจนี้ คือ ต้องรณรงค์เรื่องการอยู่บ้านและพฤติกรรมป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลควรพิจารณาผ่อนคลายมาตรการโดยคำนึงถึงความเสี่ยงและความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน รวมถึงจัดเตรียมสถานที่ควบคุมเพื่อสังเกตอาการเริ่มป่วยให้เพียงพอและติดตามการปฏิบัติตัวของประชาชนต่อไปอีกระยะหนึ่ง