โรคเอดส์และการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย

หมวดหมู่งานวิจัย 
เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
01 January 2000
Default image
ให้คะแนน
ยังไม่มีการให้คะแนน
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
ผลงานขับเคลื่อนระบบสุขภาพ
- bytes
ดาวน์โหลด
0 ครั้ง
จำนวนผู้อ่าน
20
โรคเอดส์และการติดเชื้อเอชไอวีในประเทศไทย โรคเอดส์ เริ่มเป็นที่รู้จักกันตั้งแต่ พ.ศ. 2524 เมื่อมีการรายงานผู้ป่วยปอดบวมจากเชื้อนิวโมซิสติสอย่างผิดสังเกตในสหรัฐอเมริกา จากนั้น ก็มีการวางระบบเฝ้าระวังโรคในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย อันทำให้สามารถรายงานผู้ป่วยเอดส์รายแรกได้ ในปี พ.ศ. 2527 และเนื่องจากในระยะแรก การระบาดวนเวียนอยู่ในกลุ่มชายรักร่วมเพศ หรือรักสองเพศ ซึ่งพบบ่อยในกลุ่มผู้ที่มีความสนิทสนมกับชาวต่างประเทศ ทำให้เข้าใจผิดกันว่า เอดส์ เป็นโรคของชาวต่างชาติ การควบคุมป้องกันในหมู่คนไทย ไม่น่าจะมีความจำเป็นนัก จนกระทั่งกองกามโรค ได้เป็นแกนกลาง ในการรณรงค์ ดึงความร่วมมือจากภาคีต่าง ๆ ด้วยการใช้ข้อมูลระบาดวิทยา เป็นเครื่องมือสำคัญในการชักจูง กิจกรรมการศึกษา ควบคุม ป้องกันโรคเอดส์ และการติดเชื้อเอชไอวี จึงก้าวหน้าขึ้น และมีการจัดตั้งกองโรคเอดส์ ในปี พ.ศ. 2533 การระบาดของการติดเชื้อเอชไอวี และโรคเอดส์ ในประเทศไทย ขยายสู่กลุ่มรักต่างเพศ และสู่ประชากรทั่วไปอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะได้วางมาตรการป้องกันควบคุมตั้งแต่แรกแล้ว ในปี พ.ศ. 2543 ค่ามัธยฐานความชุกการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ที่ฝากครรภ์ อยู่ที่ประมาณ 1.5% ความชุกในกลุ่มชายไทยอายุ 21 ปี ที่รับราชการทหาร 1.8% นับว่าสูงอย่างน่าวิตก ทำให้รัฐบาลและภาคีต่าง ๆ ในประเทศไทย ร่วมมือกันรณรงค์ ควบคุมป้องกันปัญหานี้อย่างพร้อมเพรียง จากการคาดประมาณที่ใช้ข้อมูลถึงปี พ.ศ. 2543 เชื่อว่า ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา สามารถป้องกันประชาชนจากการติดเชื้อนี้ได้นับล้านคน ภาระหน้าที่ในช่วงต่อไป นอกจากการป้องกันการติดเชื้อรายใหม่ คือการสร้างระบบดูแลรักษา และบริการทางการแพทย์ สำหรับผู้ติดเชื้อแล้ว ที่มีกว่าเก้าแสนคน มาตรการป้องกันที่ละเลยไม่ได้ คือ การลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อของประชาชน ทั้งการสนับสนุนถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ และการสนับสนุนเข็ม กระบอกฉีดยา และน้ำยาฆ่าเชื้อ สำหรับป้องกันการติดเชื้อจากยาเสพติด สำหรับมาตรการระยะยาว ได้แก่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้คน ครอบครัว ชุมชน และสังคม มีศักยภาพในการป้องกันตนเอง และลด หรือ หยุดการระบาดของเอดส์ในสังคมให้ได้ การวิจัย ทั้งด้านชีววิทยาการแพทย์ ระบาดวิทยา และสังคมศาสตร์ มีความก้าวหน้าจนทำให้เข้าใจกระบวนการระบาดว่า มีสองกลุ่มพร้อมกัน คือ กลุ่มเพศสัมพันธ์ และยาเสพติด เข้าใจว่า คนไทยมีระดับเม็ดเลือดขาว CD4 ต่างจากชาวตะวันตก และทราบถึงปัจจัยทางสังคม สิ่งแวดล้อม ที่มีผลต่อการระบาดของเอดส์ แต่ก็ยังมีหัวข้อการวิจัยอีกมาก ที่ต้องร่วมกันศึกษาเพิ่มเติมอีก เพื่อความสำเร็จอย่างยั่งยืนของการหยุดหรือชะลอการระบาดให้ได้