'เพิ่ม'ภาษี'ลด'โรคอ้วน

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
2014-02-26 11:15
'เพิ่ม'ภาษี'ลด'โรคอ้วน
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
http://www.hsri.or.th/sites/default/files/26ก.พ...
- bytes
ดาวน์โหลด
139 ครั้ง
จำนวนผู้อ่าน
224

          พระเจ้าทำไมฉัน..อ้วนจัง
         หากคุณหยุดความอยาก (กิน) ไม่ได้ และบ่นทุกวันเมื่อเห็นรูปร่างของตัวเอง


          คุณต้องสนใจเรื่องนี้เป็นแน่...หลัง แผนงานวิจัยอาหารและโภชนาการ เพื่อการสร้าง เสริมสุขภาพ ภายใต้การกำกับของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. ได้จัดสัมมนาพิเศษ ในหัวข้อ "ภาษีและราคา กลไกสำคัญ ช่วยลดโรคอ้วน" ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ สุขภาวะ สสส. กรุงเทพมหานคร


          เป้าหมายเพื่อผลักดันราคาและภาษีเครื่องดื่มที่มีรสหวานให้สูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นตัวช่วยอันยอดเยี่ยมในการทำให้คนไทยกินหวานน้อยลง และนั่นหมายความว่า "โรคอ้วน" รวมถึงโรคอื่นๆ ที่เป็นผลพวง ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ ฯลฯ จะถูกโยนให้ไกลไปจากเรา ซึ่งก่อนหน้านี้ ในประเทศเดนมาร์กมีการเก็บ ภาษีไขมัน ในอังกฤษและมหานครนิวยอร์กเมืองลุงแซม ก็ผลักดัน การเก็บภาษีจังค์ฟู้ดด้วยเช่นกัน  หรือพูดง่ายๆ ว่า ราคาที่แพงขึ้น อาจเป็นตัวช่วยที่ดีในการป้องกันความอ้วนและโรคภัยให้กับคนไทย

          ศ.ดร.แบร์รี ป๊อปกิน อาจารย์ภาควิชาโภชนาการศาสตร์ สาขาโภชนาการระบาดวิทยา ม.นอร์ธแคโรไลนา และผู้อำนวยการ ณ ศูนย์สหวิทยาการโรคอ้วนแชปเพิลฮิลล์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ยังเป็นผู้สนับสนุนรัฐบาลจีน อินเดีย และเม็กซิโก จัดทำแผนการจัดการกับความอ้วน  ชายร่างใหญ่จมูกโด่งตามแบบฉบับหนุ่มฝรั่ง กล่าวว่า สถานการณ์ของโรคอ้วนปัจจุบัน พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงจากปัญหาการ ขาดสารอาหารเป็นการมีโภชนาเกินในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลางและต่ำ ประชากรมีน้ำหนัก เพิ่มขึ้น 8-10 กิโลกรัม ในช่วง 10-18 ปีที่ผ่านมา เนื่องจาก มีกิจกรรมทางกายน้อยลงแต่บริโภคอาหารที่มีพลังงานสูงเพิ่ม มากขึ้น  เมื่อรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง แต่ไม่ออกกำลังกาย... จะไม่อ้วนได้อย่างไร


          ศาสตราจารย์จาก ม.นอร์ธแคโรไลนา บอกถึงประเด็นสำคัญว่า มาตรการที่เกี่ยวข้องกับภาษีและราคาเป็นมาตรการที่ได้รับ การยอมรับจากทั่วโลก ว่ามีประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาโลกอ้วน และสร้างรายได้ในการส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชน อาทิ ในประเทศที่มีรายได้สูง เช่น สหรัฐอเมริกา การเพิ่มราคาน้ำอัดลมขึ้น 10% ทำให้มีการดื่มน้ำอัดลมลดลง 8.1% ในขณะที่ประเทศ ที่มีรายได้ปานกลางและต่ำอย่างเม็กซิโกก็มีการเก็บภาษีใน เครื่องดื่มที่มีรสหวาน 10% และอาหารขยะจัดเก็บ 8% เนื่องจากหลักฐานทางวิชาการพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า การซื้ออาหารขยะและ เครื่องดื่มที่มีรสหวานมีผลกระทบต่อดัชนีมวลกายและเกี่ยวข้อง กับการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

          อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้มักถูกโต้แย้งว่าส่งผลกระทบต่อ การจ้างงาน คนจน ผู้ป่วยโรคอ้วน การหลบเลี่ยงภาษี ทำให้ผู้บริโภคหันไปรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพน้อยลง และการเก็บภาษีแบบนี้ไม่ยุติธรรมต่อกลุ่มธุรกิจที่จำหน่ายเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีหลักฐานทางวิชาการใดๆ ที่ระบุว่า มาตรการนี้ส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อสุขภาพหรือแม้แต่การตกงาน

          ศ.ดร.แบร์รี กล่าวอีกว่า มาตรการที่เกี่ยวข้องกับภาษีและราคามาตรการที่น่าสนใจที่สุดและสามารถทำได้จริงในการจัดการปัญหาด้านสุขภาพ เห็นได้จากหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส กลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เม็กซิโก เอกวาดอร์ ประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกตะวันตก และเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ รวมทั้งประเทศไทย ที่ได้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างจริงจังเกี่ยวกับมาตรการนี้แล้วด้วย

          ด้านนักวิชาการจากเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน สำนัก โภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดร.ทพ.วีระศักดิ์ พุทธาศรี ได้ยกตัวอย่าง วายร้ายตัวหลักของปัญหาน้ำหนักเกิน
          "น้ำตาลในน้ำอัดลมเป็นแหล่งพลังงานส่วนเกินที่ทำให้เกิด ปัญหาน้ำหนักเกินและโรคอ้วนของคนไทย โดยน้ำอัดลม 1 กระป๋อง มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบประมาณ 10-14 ช้อนชา ในขณะที่ ข้อมูลจากคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่าในปี 2553 คนไทยมีปริมาณเฉลี่ยการบริโภคน้ำตาล 23.1 ช้อนชาต่อวัน และสัดส่วนของการบริโภคน้ำตาลทางอ้อมจาก เครื่องดื่มและอาหารมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ เปลี่ยนแปลงจาก ร้อยละ 28.9 ในปี 2540 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 45.6 ในปี 2553 ขณะที่ความต้องการน้ำตาลของคนอยู่ที่ประมาณ 6-8 ช้อนชา ต่อวัน เท่านั้น" ดร.ทพ.วีระศักดิ์อธิบาย
          และขอสนับสนุนการใช้มาตรการทางด้านภาษีเพื่อควบคุมการบริโภคน้ำตาลเกินความพอดี ทั้งยังเป็นการปกป้องสุขภาพ กลุ่มคนรายได้น้อย กลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่มีอัตราการดื่มน้ำอัดลมสูง

          "ภาษีเป็นมาตรการหนึ่งที่ทำให้สามารถดูแลพฤติกรรมการ บริโภคให้เหมาะสม โดยคิดภาษีตามปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่ม เหมือนในประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงราคาก็จะสูง ทำให้มีผู้คนบริโภคน้อยลง ส่งผลต่อสุขภาพที่ดีของ คนไทย ประเทศไทยคิดภาษีเครื่องดื่มประเภทน้ำอัดลม น้ำผลไม้ โดยเก็บจากราคาประเมินหรือปริมาณ หากคำนวณแล้วแนวทางใดสูงกว่าจะใช้แนวทางนั้น และยังมีบางประเภทได้รับการยกเว้น โดยเฉพาะชาเขียวที่มีปริมาณน้ำตาลสูง จึงสมควรมีการแก้ไขระเบียบ กรมสรรพสามิต โดยเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานจะเตรียมข้อเสนอพร้อมหลักฐานทางวิชาการเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการคลัง การทรวงพาณิชย์ พิจารณาต่อไป" นักวิชาการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานทิ้งท้าย

          นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจรวมทั้งน่าตกใจของ สสส. อีกว่า ใน 24 ชั่วโมง เด็กไทยอยู่นิ่งๆ ถึง 13 ชั่วโมง ซึ่งโดย ปกติแล้วไม่ควรเกิน 4 ชั่วโมง สสส.จึงเห็นควรยิ่งว่าต้องส่งเสริม ให้เด็กไทยมีกิจกรรมที่เหมาะสม อย่างการออกกำลัง เพื่อสามารถป้องกันโลกอ้วนอีกทางหนึ่ง  ภาษีและราคา เป็นกลไกสำคัญที่สามารถช่วยลดโรคอ้วนได้ แต่จะได้รับการตอบรับจากภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมากน้อย แค่ไหน ต้องติดตาม
         
          แต่ที่แน่ๆ ทุกคนคงสบายใจ หากประเทศไทยไร้ "คนอ้วน" แม้จะอุ่นเวลากอดก็ตาม

วรรณโชค ไชยสะอาด

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 หน้า 18

AttachmentSize
26ก.พ.57_มติชน_เพิ่มภาษีลดโรคอ้วน.pdf1.24 MB

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
Refresh Type the characters you see in this picture. กรอกตัวอักษรหรือตัวเลขที่คุณเห็น ถ้าไม่สามารถอ่านได้ให้ทำการโหลดหน้านี้อีกครั้ง (ข้อมูลที่คุณกรอกไว้อาจหาย)  Switch to audio verification.