วังน้ำเย็นต้นแบบชุมชนสมุนไพร

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
2014-01-15 11:45
วังน้ำเย็นต้นแบบชุมชนสมุนไพร
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
http://www.hsri.or.th/sites/default/files/15ม.ค...
- bytes
ดาวน์โหลด
180 ครั้ง
จำนวนผู้อ่าน
864

           "ชุมชนวังน้ำเย็น" ในอดีตเป็นชุมชน ห่างไกลสาธารณูปโภค มีโรงพยาบาล (รพ.) วังน้ำเย็น เป็น โรงพยาบาลชุมชนขนาด 10 เตียง มี พญ. เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ เป็นผู้อำนวยการ โรงพยาบาลคนแรก และเป็นผู้บุกเบิกแพทย์แผนไทยแห่งแรกใน รพ.วังน้ำเย็น

          นี่คือจุดตั้งต้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวบ้านวังน้ำเย็น
          แม้วันนี้ พญ.เพ็ญนภาจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เธอได้สร้างมรดกตกทอดแก่คนรุ่นหลัง
          ในระยะเริ่มต้น พญ.เพ็ญนภาได้รวบรวมและศึกษาองค์ความรู้พื้นบ้านด้านการใช้สมุนไพรของชุมชน รวบรวมพันธุ์สมุนไพรจากหมอพื้นบ้าน จัดทำเป็นสวนสมุนไพร หรือห้องสมุดธรรมชาติ เพื่อให้ประชาชนที่ไปใช้บริการโรงพยาบาลได้ศึกษาสมุนไพรและประโยชน์ของพืชแต่ละชนิด เพื่อใช้การรักษาโรคเบื้องต้น และยังเป็นแหล่งวัตถุดิบที่นำมาใช้รักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลแพทย์แผนไทย ก่อนที่โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยวังน้ำเย็นจะมีโรงงานผลิตยาสมุนไพรแปรรูปขนาดย่อมที่ได้ มาตรฐาน GMP อย่างในทุกวันนี้

          วาสนา ชำนาญอักษร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ เล่าว่า พญ.เพ็ญนภาได้วางรากฐานด้านแพทย์แผนไทย จนปัจจุบันโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยวังน้ำเย็นได้รับเลือกเป็น 1 ใน 8 โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยต้นแบบของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้รับมาตรฐานตามหลักเกณฑ์การผลิตยาสมุนไพร GMP ผลิตภัณฑ์หรือสมุนไพรผ่านการวิจัยทุกครั้ง ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 7 โรงพยาบาลนำร่อง
          "เรามีความเชี่ยวชาญเรื่องการทำวิจัย แต่จุดอ่อนเรายังหนีไม่พ้นเรื่องกำลังคนกับพื้นที่ให้บริการ" พินิจ ชินสร้อย เภสัชกรแห่งโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยวังน้ำเย็น เล่าถึงกระบวนการทำวิจัยพืชสมุนไพรที่เป็นผลิตภัณฑ์ของโรงพยาบาล

          ปัจจุบัน โรงพยาบาลแห่งนี้เพิ่มทางเลือกให้คนไข้โดยให้บริการตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยผสมผสานการแพทย์แผนปัจจุบัน มีบริการผู้ป่วยนอก รักษาผู้ป่วยทุกระบบทุกสิทธิสวัสดิการ ทั้งรักษาด้วยยา และการนวด อบ ประคบสมุนไพร การดูแลหญิงหลังคลอด เช่น ทับหม้อเกลือ นั่งถ่าน ฯลฯ สำหรับกรณีของผู้ป่วยในจะอยู่ในดุลพินิจของแพทย์ และจะให้บริการตามความสมัครใจของผู้ป่วยเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังจัดให้มีอาสาสมัครแพทย์แผนไทย คอยแนะนำองค์ความรู้ ในการใช้สมุนไพรให้ประชาชนในวังน้ำเย็น ออกเยี่ยม และดูแลฟื้นฟูร่างกายผู้ป่วย ผู้สูงอายุและผู้พิการด้วย


          นารี ลาทอง 1 ในอาสาสมัครแพทย์แผนไทย กล่าวว่า เป็นอาสาสมัครรุ่นแรกๆ ที่รณรงค์ให้ชาวบ้านปลูกพืชสมุนไพร และตนเองก็ปลูกพืชสมุนไพรมาตลอด
          ปัจจุบันนารีปลูกพืชสมุนไพรใช้ในครัวเรือน บริโภคเองบ้าง แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน บ้าง และส่งขายให้โรงพยาบาลแพทย์แผนไทยวังน้ำเย็นบ้าง
          ทุกวันนี้...หลายบ้านยังปลูกสมุนไพรส่งโรงพยาบาล รายได้ปีละ 7,000 บาท อาทิ รางจืด ใบหนาด ส้มป่อย ฯลฯ แม้จะไม่ใช่แหล่งวัตถุดิบหลัก แต่พวกเขาก็ยังภูมิใจว่าสามารถมีไว้ส่งขายให้แก่โรงพยาบาลเมื่อยามขาดแคลนได้ ซึ่งโรงพยาบาลจะรับซื้อไว้ประมาณร้อยละ 30-40 ของการสั่งซื่อสมุนไพรทั้งหมด สามารถทำให้ประชาชนในพื้นที่พึ่งตนเองได้

          นพ.จักรกฤษณ์ สุรการ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวังน้ำเย็น บอกว่า "จุดมุ่งหมายหลักคือ ทุกคนต้องกลับไปอยู่บ้าน เราเป็น ผู้ใช้สมุนไพร ทำไมเราไม่กลับไปอยู่ที่บ้าน แล้วปลูกต้นไม้กินได้ ปลูกยาไว้ที่บ้าน เดินออกมาก็กินผัก กินหญ้าที่เราปลูก ถ้าวันหนึ่งเราทำแบบนี้ได้ ลดรายจ่าย เท่ากับเพิ่มรายได้ ของที่เหลือส่งขายให้โรงพยาบาล และแปรรูปใช้ในชุมชน ผมคิดว่าสมุนไพรเปลี่ยนประเทศได้ อย่างน้อยที่สุดมันดึงแขนคนกลับสู่ชุมชนได้"
          และนี่คือ...ความฝันเดียวกันของคนที่ต้องการเห็นชุมชนอยู่ดีมีสุข

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557 หน้า 10

AttachmentSize
15ม.ค.57_มติชน_วังน้ำเย็นต้นแบบชุมชนสมุนไพร.pdf765.89 KB

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.