ระวังโรคขี้เกียจคุกคามคนทำงาน

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
2014-01-03 17:51
 ระวังโรคขี้เกียจคุกคามคนทำงาน
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
http://www.hsri.or.th/sites/default/files/3ม.ค...
- bytes
ดาวน์โหลด
160 ครั้ง
จำนวนผู้อ่าน
2490

          ช่วงหยุดยาวปีใหม่ มนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ท่าน โดยเฉพาะคนที่อยู่ไกลบ้าน นอกจากกลับบ้านไปกราบไหว้ญาติผู้ใหญ่แล้ว ปฎิเสธไม่ได้ว่ากิจกรรมปิดท้ายคงหนีไม่พ้นการกินดื่มเพื่อสังสรรค์ คนที่กินดื่มแบบหอมปากหอมคอก็ดีไป แต่มีบางคนและส่วนใหญ่ที่เสียเพราะกินดื่มตั้งแต่เช้ายันดึก
          พอผ่านพ้นช่วงเทศกาลถึงวันต้องกลับมาทำงาน การหยุดยาวหลายๆวันก็ทำให้เป็นโรค "ขี้เกียจทำงาน" ได้เหมือนกันเพื่อทำให้อารมณ์กลับมากระชุ่มกระชวยพร้อมจะทำงานหนัก มีเคล็ดลับดีๆ ชนิดเจ้านายไม่ต้องบ่นให้เอือมระอามาฝากกัน

          กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขให้ความรู้ว่า ตามจิตวิทยาทั่วไปของพฤติกรรมมนุษย์ เมื่อมีวันหยุดยาวช่วงเทศกาลจะปลดปล่อยอารมณ์เที่ยวอย่างเต็มที่ เพราะเห็นว่าทำงานมาเหน็ดเหนื่อยมาทั้งปีต้องเต็มที่สักหน่อย
          เมื่อต้องกลับมาทำงานจึงคล้ายกับการเปลี่ยนชีวิตไปอีกด้านหนึ่งแบบกะทันหัน ทางจิตวิทยาบอกว่ามักเกิดอาการ "Fatique" หรืออาการอ่อนล้า หรืออาการอิดโรยของกายและใจ อาการที่ว่านี้มักมาในหลายปัจจัย อาทิ ต้องนั่งรถหรือขับรถเพื่อเดินทางไกลหรือเป็นหลังจากที่ดื่มกินสังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือจากคนที่รักเพื่อไปทำงาน เป็นต้น

          ภายใต้สภาวะดังกล่าว มักจะเกิดขึ้นในช่วงระยะสั้นๆ เท่านั้น เป็นเรื่องที่สามารถแก้ไขได้ ทั้งการดื่มกินแบบรู้ตัวเอง ถ้ารู้ว่าไม่ไหวก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าฝืนหรือหมั่นโทรศัพท์หาพ่อแม่และลูกรวมถึงญาติพี่น้อง เมื่อมาทำงานตรงนี้จะช่วยคลายความเหงาได้มาก
          แต่หากปล่อยเวลาผ่านไปสักระยะอาการอ่อนล้าจากการทำงานยังไม่หาย กรมสุขภาพจิต แนะว่า ขอให้ระวังอาจเป็น "อาการเหนื่อยล้าเรื้อรัง" อาการดังกล่าวนี้ย่อมทำให้เกิดการเสื่อมถอยทั้งกายและใจมีผลกระทบต่ออารมณ์และจิตใจเสมอ

          ขอย้ำว่าอาการเหนื่อยล้าไม่เหมือนกับอาการง่วงนอน ถึงแม้ว่าอยากจะนอนก็ตามที อาการเหนื่อยล้าเป็นอาการที่ขาดแรงกระตุ้น ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไรทั้งสิ้น
          อาการที่เกิดขึ้น อาทิ สายตาพร่ามัว ปัสสาวะออกน้อยหรือไม่มี บางรายน้ำหนักตัวลด มีอาการท้องผูก นอนหลับๆตื่นๆ ตลอดคืน พร้อมทั้งมีอาการปวดศรีษะร่วมด้วยในบางราย
          อาการเหนื่อยล้าเป็นอาการของปัญหาทางสุขภาพที่มีอยู่แล้ว อาทิ โรคตับ โรคไต โรคหัวใจ โรคความดัน เป็นต้น บางรายหากพื้นฐานเป็นคนเครียดและมีอาการซึมเศร้าเป็นทุนเดิมจะเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีต่อการเกิดโรคนี้อย่างมาก หากมีอาการเหล่านี้แนะนำว่าควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาจะดีที่สุด

          เอาเป็นว่าหลังเฉลิมฉลองช่วงเทศกาลแล้วเสร็จ หมั่นดูแลสุขภาพกายและใจของตนเอง จากที่เคยดื่มหัวราน้ำยันเช้าก็เพลาๆลงบ้าง หาเวลาพักผ่อนเพื่อจะได้มีแรงในการทำงาน เพียงเท่านี้ชีวีก็เป็นสุข เบิกบาน ขยันทำงาน ไม่ขี้เกียจ
          กรมสุขภาพจิต แนะว่า หลังกลับมาจากเฉลิมฉลองช่วงเทศปีใหม่ ควรจะลดละแอลกอฮอล์และพักผ่อนให้เพียงพอโดยการนอนหลับจะดีที่สุดและหมั่นออกกำลังกายเมื่อมีโอกาส หากใครเป็นโรคประจำตัวก็หมั่นกินยาหรือหมั่นไปหาหมอ

          ข้อคววรระวังอีกอย่าง หากรู้สึกนอนไม่หลับ แต่อยากพักผ่อน ไม่ควรกินยานอนหลับ หากกินเป็นเวลานานๆ อาจทำให้ติดและเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น เวียนศรีษะ เบื่ออาหาร ท้องเสียสะลึมสะลือหากใช้ยาเกินขนาดอาจทำให้เกิดอาการสับสน ความดันเลือดต่ำ การหายใจถูกกดหมดสติ จนถึงช็อกได้ ดังนั้น การใช้ยานอนหลับจึงควรอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์จะดีกว่า

ที่มา :  M2F ฉบับวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2557  หน้า 7

AttachmentSize
3ม.ค.57_M2F_ระวังโรคขี้เกียจคุกคามคนทำงาน.pdf726.49 KB

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.