ในหลวงทรงเศร้าสลดพระสังฆราช สิ้นพระชนม์ที่รพ.จุฬาฯติดเชื้อในกระแสพระโลหิต

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
2013-10-25 14:03
ในหลวงทรงเศร้าสลดพระสังฆราช สิ้นพระชนม์ที่รพ.จุฬาฯติดเชื้อในกระแสพระโลหิต
จำนวนผู้อ่าน
2376

          แถลงการณ์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภา กาชาดไทย ฉบับที่ 9 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต
          เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นมา ที่บริเวณโถงชั้นล่าง ตึกอานันทมหิดล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้มีประชาชนตลอดจนคณะบุคคล รวมถึงเจ้าหน้าที่ทยอยเดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับที่บริเวณชั้น 6 ตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร เป็นสถานที่ประทับรักษาพระอาการประชวรของสมเด็จพระสังฆราช โดยตั้งแต่เวลา 07.00 น. ได้มีประชาชนมาถวายภัตตาหารพระสงฆ์ผู้ดูแลสมเด็จพระสังฆราช พร้อมร่วมสักการะพระพุทธรูป และลงนามถวายพระพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร โดยผู้ที่มาลงนามถวายพระพร จะได้รับแจกพระรูปสมเด็จพระสังฆราช พร้อมกับหนังสือพระนิพนธ์ "ชีวิตนี้น้อยนัก แต่ชีวิตนี้สำคัญนัก" เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 100 พรรษา และล็อกเก็ตด้วย
         
          ผบ.ทบ.กราบข้างเตียงบรรทม..ต่อมาในเวลา 11.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) นำแจกันดอกไม้มาถวายและลงนามถวายพระพร สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
          ทั้งนี้เฟซบุ๊กของสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้โพสต์เผยแพร่ว่า "วันที่ 24 ตุลาคม 2556 เมื่อเวลา 11.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้เข้าเฝ้าฯกราบถวายสักการะ เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ ห้องประทับ วส 6 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อได้กราบข้างเตียงบรรทมแล้ว คณะแพทย์และพยาบาลได้เรียนรายงานสภาวะการประชวรและพัฒนาการให้ทราบ ท่าน ผบ.ทบ. ให้กำลังใจคณะแพทย์พยาบาลและฝากให้ถวายการรักษาอย่างเต็มที่ แล้วได้กราบทูลลากลับ"
          นอกจากนี้ยังมีคณะ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข สมาคมกลุ่มแม่บ้านตำรวจ นักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ คณาจารย์และนิสิตวิทยาลัยพยาบาล สภากาชาดไทย เข้าร่วมลงนามถวายพระพรอย่างต่อเนื่อง
         
          ถวายพระพรต่อเนื่อง..ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่าย ที่ชั้น 6 ตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร และบริเวณโถงชั้นล่างตึกอานันทมหิดล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ยังคงมีประชาชน คณะบุคคลต่างๆ อาทิ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายกิตตินันท์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร (กทม.) นายสรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่บริษัทการบินไทย และคณะเจ้าหน้าที่ศูนย์การแพทย์และอนามัยในพระองค์ 904 โครงการรักสายใยครอบครัว เดินทาง ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระสังฆราชอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งคณะสงฆ์วัดบวรนิเวศฯ กว่า 20 รูป ได้เดินทางสักการะสมเด็จพระสังฆราช และร่วมกันสวดมนต์ให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร อาทิ สมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรฯ พระเทพสารเวที เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช พระศากยวิสุทธิวงศ์ (พระอนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช พร้อมด้วยพระลูกวัดบวรฯ
          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีคณะสงฆ์จากวัดต่างๆ ทั่วประเทศที่เลื่อมใสศรัทธาสมเด็จพระสังฆราช อาทิ พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล) เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เดินทางมาสักการะ และร่วมกันสวดมนต์ขอให้สมเด็จพระสังฆราชหายจากพระอาการประชวรด้วย
          นางวิภาศิริ มะกรสาร รองประธานสภาสตรีแห่งชาติ กล่าวว่า ตั้งใจเดินทางมาสวดมนต์และอธิษฐานจิตขอพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร ส่วนตัวได้น้อมนำหลักพรหมวิหาร 4 และคำสอนของพระองค์มาใช้เป็นแบบแผนในการทำงานและดำเนินชีวิตเสมอมา

          ร่วมสวดมนต์ที่วัดบวรนิเวศฯ..ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนจำนวนมาก ได้เดินทางมาเฝ้าติดตามข่าวพระอาการประชวรของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่วัดจำนวนมาก ทั้งหมดเข้าร่วมสวดมนต์และอธิษฐานขอพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร นอกจากนี้ ประชาชนจำนวนมากต่างหาเช่าเหรียญฉลุฉลอง พระชนมายุ 100 พรรษา สมเด็จพระสังฆราชกลับไปบูชาด้วย

          รพ.จุฬาฯแถลงการณ์ฉบับ 8..เวลาประมาณ 14.00 น. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง พระอาการประชวรของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ขณะประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 8 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ว่า "วันนี้ คณะแพทย์ ผู้ถวายการรักษารายงานว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการโดยรวมทรุดลง ระดับความดันพระโลหิตอยู่ในเกณฑ์ต่ำลง คณะแพทย์และพยาบาลยังคงถวายพระโอสถและเฝ้าถวายการตรวจและติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน"

          ปชช.ร่วมสวดมนต์ภาวนา..เวลา 14.52 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พระอาการประชวรของสมเด็จพระสังฆราชทรุดหนักลงอีก คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้เฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความดันพระโลหิตลดต่ำลงเรื่อยๆ รวมถึงอัตราการเต้นของพระหทัยลดลงเช่นกัน ระหว่างนั้น คณะสงฆ์ พระผู้ดูแล และบรรดาลูกศิษย์ ที่มาเฝ้ารอติดตามพระอาการ ตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร
          ต่อมาเวลา 16.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดฝนตกอย่างหนักที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กระทั่งเวลา 18.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระอาการของสมเด็จพระสังฆราชทรุดหนักขั้นวิกฤต ความดันพระโลหิตลดต่ำลงเรื่อยๆ และอัตราการเต้นของพระหทัยช้าลงเรื่อยๆ คณะสงฆ์วัดบวรนิเวศฯและประชาชนได้เจริญจิตตภาวนาถวายแด่สมเด็จพระสังฆราช โดยกล่าวเชิญชวนก่อนเจริญจิตตภาวนาว่า "ขอให้ทุกคนสวดมนต์ภาวนาให้พระองค์ท่าน เพราะพระองค์เปรียบเสมือนครูบาอาจารย์" โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ประชาชนที่มาร่วมสวดมนต์ต่างพากันร้องไห้ พร้อมๆ กับสวดมนต์ถวายพระองค์ท่าน
          เวลา 19.35 น. นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เดินทางมา สักการะถวายสมเด็จพระสังฆราช จากนั้นเวลา 19.42 น. ประชาชนที่เดินทางมาเฝ้าติดตามพระอาการประชวรของสมเด็จพระสังฆราช ทราบข่าวพระองค์สิ้นพระชนม์ หลายคนต่างร้องไห้ออกมา แต่ยังนั่งเจริญจิตตภาวนา และ สวดมนต์ให้พระองค์ต่อ

          พระสังฆราชสิ้นพระชนม์..เมื่อเวลา 20.40 น. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ออกแถลงการณ์เรื่องพระอาการประชวรของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ขณะประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ฉบับที่ 9 ใจความว่า "วันนี้คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษารายงานว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระอาการโดยรวมทรุดลง ได้สิ้นพระชนม์ลงแล้ว เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันนี้ สาเหตุเนื่องจากการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน"

          ร่วมแห่ถวายความอาลัย..เวลา 20.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พุทธศาสนิกชนที่พากันทราบข่าวได้เดินทางไปร่วมถวายความอาลัย ที่บริเวณด้านหน้าตึกวชิรญาณ สามัคคีพยาบาร โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อเวลา 19.30 น. โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า

          ถวายอาลัย-ลดธงครึ่งเสา..นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การดำเนินการหลังจากนี้ต้องเป็นไปตามโบราณราชประเพณี จะต้องรอโปรดเกล้าฯ ให้มีกำหนดการพิธีสรงพระศพ คาดว่าจะเป็นวันที่ 25 ตุลาคม 2556 เวลา 13.00 น. โดยจะเชิญพระศพไปยังตำหนัก เพ็ชร วัดบวรฯ เพื่อทำพระราชพิธีสรงพระศพ ในส่วนของรัฐบาลจะมีประกาศให้ประชาชนร่วมถวายความอาลัย 15 วัน และให้ลดธงครึ่งเสา 3 วัน โดยสำนักนายกรัฐมนตรีจะออกประกาศอย่างเป็นทางการหลังจากนี้ สำหรับสถานที่จัดตั้งพระศพ ได้มีการจัดเตรียม ตำหนักเพ็ชร วัดบวรฯ ไว้ สำหรับประชาชนที่ต้องการถวายความอาลัย ได้มีการเตรียมสถานที่ไว้ที่อาคารมนุษยนาควิทยาทาน วัดบวรฯ ให้ประชาชนถวายน้ำสรงพระศพและถวายความอาลัยแด่พระศพ โดยจะประดิษฐานพระรูปสมเด็จพระสังฆราช คาดว่าจะเริ่มพิธีการได้ในเวลา 13.00 น. ส่วนการเคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลไปยังวัดบวรฯ ประชาชนสามารถร่วมยืนถวายความอาลัยตามเส้นทางที่เคลื่อนขบวน


          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เส้นทางเคลื่อนพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เริ่มขึ้นในเวลา 12.00 น. วันที่ 25 ตุลาคม ออกจาก รพ.จุฬาลงกรณ์ เข้าถนนราชดำริ เลี้ยวขวา ถนนพระราม 4 เลี้ยวขวาด่วนหัวลำโพง ลงอุรุพงษ์ เลี้ยวซ้าย ถนนเพชรบุรี หลานหลวง แยกผ่านฟ้า เลี้ยวขวาแยกป้อมมหากาฬ เลี้ยวขวาถนนพระสุเมรุ ผ่านแยกวันชาติ เข้าตำหนักเพ็ชร วัดบวรฯ
          ทั้งนี้ ได้เปิดให้เข้าสักการะที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ ในเวลา 08.00 น. และในเวลา 17.00 น. จะมีพิธีสรงพระศพที่วัดบวรฯ ต่อไป

          ในหลวงโปรดเกล้าฯให้ไว้ทุกข์..ทางด้านสำนักพระราชวังออกประกาศไว้ทุกข์ในพระราชสำนักความว่า เลขาธิการพระราชวังรับพระบรมราชโองการให้ประกาศว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ สิ้นพระชนม์เนื่องจากการติดเชื้อในกระแสพระโลหิต ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม เวลา 19.30 น.
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ด้วยความเศร้าสลดพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไว้ทุกข์ในพระราชสำนัก 15 วัน นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม ถึงวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน และโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานพระศพไว้ ณ พระ ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร และถวายพระเกียรติยศตามราชประเพณีทุกประการ

          รบ.สั่งสถานที่ราชการลดธง..ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีออกประกาศ เรื่องสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์ ความว่า ตามที่ได้มีประกาศสำนักพระราชวัง เรื่องสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์ลง วันที่ 24 ตุลาคม 2556 นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง และได้พิจารณาเห็นว่า โดยที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้บำเพ็ญสรรพกรณียกิจอันเป็นประโยชน์ยิ่งแก่บวรพระพุทธศาสนา และการปกครองคณะสงฆ์ในสังฆมณฑล ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชาวไทยตลอดมา จึงเห็นสมควรประกาศดังนี้
          1.ให้สถานที่ราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ และสถานศึกษาทุกแห่งลดธงครึ่งเสา มีกำหนด 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 25-27 ตุลาคม 2556
          2.ให้ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และรัฐวิสาหกิจ ไว้ทุกข์มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม ถึงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2556


          ทั้งนี้ขอความร่วมมือองค์กรอิสระทุกแห่ง ได้ดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวข้างต้น โดยพร้อมเพรียงกัน ประกาศ ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2556 ลงนามโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
         
          ประทับรักษาพระอาการ 11 ปี..สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จมาประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2545 เป็นต้นมา ตลอดระยะเวลา 11 ปี พระองค์ประทับรักษาพระอาการประชวร ณ ชั้น 6 ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร ทางมหาเถรสมาคม (มส.) ได้แต่งตั้งให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แต่ต่อมาสมเด็จพระพุฒาจารย์ มรณภาพลง เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2556 ปัจจุบันจึงแต่งตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในฐานะมีอาวุโสสูงสุด โดยสมณศักดิ์ทำหน้าที่ประธานคณะ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
          ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2556 เป็นวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชนมายุ 100 พรรษา นับเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ทรงพระชนมายุยิ่งยืนนานกว่าสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใดๆ ในอดีตที่ผ่านมา

          ปลาบปลื้มที่มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ..ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดเทวสังฆาราม (พระอารามหลวง) หรือวัดเหนือ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เป็นวัดที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อ พระชนมายุ 14 พรรษา
          นายประยูร ศรีเมืองปุน อายุ 60 ปี มัคนายกวัด ทำหน้าที่ที่วัดแห่งนี้มานาน 6 ปี กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ดูแลทางด้านพิธีกรรม พิธีกร และกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับพระศาสนา และกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน โดยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา พระองค์ท่านทรงมีพระชนมายุ 100 พรรษา ประชาชนชาวกาญจนบุรีทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันจัดงานอย่างสมพระเกียรติเป็นอย่างยิ่ง
          "ผมเคยมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่าน 2 ครั้ง ครั้งล่าสุดได้เข้าไปกราบฝ่าพระบาท และถวายพระพรแด่พระองค์ท่านที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมกับหลานๆ ของพระองค์ท่าน เมื่อประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา รู้สึกเป็นมงคลแก่ชีวิตอย่างยิ่ง" นายประยูรกล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2556  หน้า 1

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.