ไทยผุด'แคร์เมเนเจอร์'บริการดูแลผู้สูงอายุฟรี

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
2013-10-17 15:02
ไทยผุด'แคร์เมเนเจอร์'บริการดูแลผู้สูงอายุฟรี
จำนวนผู้อ่าน
115

          ผู้สูงอายุเพิ่มปีละ 5 แสนคน 'ไทย'เตรียมรับมือร่วม'ไจก้า' ทดลอง'แคร์ เมเนเจอร์'นำร่อง 5 จังหวัด  กรุงเทพมหานคร นนทบุรี เชียงราย นครราชสีมา และสุราษฎร์ธานี  บริการดูแลฟรีถึงบ้านวันละ 3 เวลา

          นพ.นันทศักดิ์ ธรรมานวัตร์ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ ในฐานะอดีตผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 9.4 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 14.5 ของประชากร โดยเพิ่มขึ้นปีละ 5 แสนคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์ในปี 2568 เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุ ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ทำการศึกษาวิจัยร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น หรือไจก้า (Japan International Cooperation Agency: JICA) ในโครงการแอลท็อป (LTOP: Longterm in thai older person) เพื่อศึกษาว่าประเทศไทยควรจะมีแคร์ เมเนเจอร์ (Care manager) สำหรับดูแลผู้สูงอายุในชุมชนหรือไม่ โดยดำเนินการศึกษาปี 2556 เป็นปีแรก ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี เชียงราย นครราชสีมา และสุราษฎร์ธานี ซึ่งในแต่ละจังหวัดจะเลือกแคร์ เมเนเจอร์ 15 คน เพื่อดูแลผู้สูงอายุที่นอนติดเตียงในแต่ละวัน คาดว่าใช้เวลาศึกษา 5 ปี หากระบบนี้ประสบความสำเร็จจะขยายผลไปทั่วประเทศ

          "แคร์ เมเนเจอร์ ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุแต่ละคนว่ามีความจำเป็นต้องได้รับการดูแล บริการในเรื่องใดบ้าง และประสานหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง โดยจะดูแลผู้สูงอายุอย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง เป็นการให้บริการฟรี แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต้องเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนทรัพยากรทั้งคนและงบประมาณ ทั้งนี้ ผู้ที่จะเป็นแคร์ เมเนเจอร์ ไม่จำเป็นต้องเป็นพยาบาล อาจจะเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือประชาชนทั่วไป แต่ต้องมีองค์ความรู้พื้นฐานที่จะเข้ามารับการอบรมก่อนที่จะเริ่มงาน" นพ.นันทศักดิ์กล่าว และว่า ส่วนการจัดตั้งเนิร์สซิ่ง โฮม (Nursing Home) หรือบ้านพักผู้สูงอายุ ปัจจุบันประเทศไทยมีมาก แต่เป็นของภาคเอกชน ส่วนภาครัฐมีการศึกษาอยู่ในบางพื้นที่ เช่น รพ.ประสาท จ.เชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งต้นทุนในการจัดตั้งสูงมาก จึงไม่สามารถนำมาใช้ทั่วไปได้ จึงอาจจะมีการจัดตั้งเฉพาะที่จำเป็น ทั้งนี้ หลักการดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทยนั้น จะเน้นให้ผู้สูงอายุอยู่กับครอบครัวที่บ้านให้มากที่สุด เพราะผู้สูงอายุไทยชอบที่จะอยู่กับครอบครัว อยู่กับลูกหลาน ไม่อยากไปโรงพยาบาล อยากให้เจ้าหน้าที่มาดูแลที่บ้าน บางรายถึงกับพูดว่าไม่อยากไปโรงพยาบาล ถ้าจะตายก็ขอตายที่บ้าน ซึ่งขณะนี้ระบบในการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทยเริ่มชัดเจนขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2556  หน้า 10

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.