นักวิจัยเสนอการ์ดคุมกำเนิดแก้ปัญหาวัยรุ่นท้องไม่พร้อม

เขียนโดย
webmaster
เมื่อวันที่
2013-10-07 11:16
นักวิจัยเสนอการ์ดคุมกำเนิดแก้ปัญหาวัยรุ่นท้องไม่พร้อม
จำนวนผู้อ่าน
273

        พญ.ภัทรวลัย ตลึงจิตร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล นำเสนอโครงร่างงานวิจัยการศึกษามาตรการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ภายในแถลงข่าว "ผลการศึกษาโครงการอนาคตไทยเพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กอายุ 6-25 ปี" ซึ่งจัดโดยโครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ หรือ ไฮแทป (HITAP) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เป็นปัญหาสุขภาพที่นักวิชาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดอันดับให้เป็นปัญหาที่มีความสำคัญอันดับ 1 ของวัยรุ่น เนื่องจากอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ทั้งยังไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง ดังนั้น การป้องกันที่ดีคือจะต้องให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชน และต้องเพิ่มการเข้าถึงบริการการคุมกำเนิดอย่างปลอดภัย

        พญ.ภัทรวลัยกล่าวว่า การให้ความรู้ควรจัดเป็นแพคเกจตามช่วงอายุ โดยในกลุ่มวัยรุ่นตอนต้น คือ อายุ 10-13 ปี เน้นเรื่องการอย่ามีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร โดยจะต้องสอนให้มีทักษะในการใช้ชีวิต และรู้จักการปฏิเสธ ส่วนกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ซึ่งมีข้อมูลว่าเด็กวัยนี้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ล้วนเคยมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก จึงต้องเน้นการให้ความรู้เรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างไรให้ปลอดภัย รู้จักป้องกันตัวเองและมีการคุมกำเนิดอย่างถูกต้อง ส่วนการเพิ่มการเข้าถึงบริการคุมกำเนิดแบบปลอดภัย เสนอให้มีการทำการ์ด (Card) สำหรับวัยรุ่น ซึ่งประยุกต์มาจากประเทศอังกฤษ ที่มีการทำ U-Card สำหรับวัยรุ่นหญิงในการขอรับบริการยาคุมฉุกเฉินฟรี และ C-Card สำหรับวัยรุ่นชายอายุน้อยกว่า 24 ปี ในการขอรับบริการถุงยางอนามัยฟรี ซึ่งเห็นผลชัดเจนว่าช่วยลดปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นได้ แต่ไทยจะทำเป็นการ์ดใบเดียว ซึ่งสามารถนำการ์ดนี้ไปขอรับบริการคุมกำเนิดได้ตามสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา เป็นต้น โดยจะต้องสแกนบาร์โค้ดบนการ์ด เพื่อส่งข้อมูลกลับไปยังฐานข้อมูล ซึ่งจะทำให้ทราบว่าในแต่ละเดือนมีเด็กขอใช้บริการกี่ราย เป็นต้น

       "หากประเทศไทยเดินหน้าเรื่องนี้ ทีมวิจัยจะเข้าไปดำเนินการอบรมให้แก่นักเรียนก่อนมาขอรับการ์ดตามความสมัครใจ โดยต้องกรอกแบบสอบถามเพื่อดูว่ามีความเข้าใจที่ถูกต้องหรือไม่ และให้กรอกที่อยู่ที่สะดวกในการจัดส่ง เพราะเด็กบางรายอาจไม่ต้องการให้ที่บ้านรับรู้ หรือบางรายสามารถลงทะเบียนขอรับการ์ดผ่านอินเตอร์เน็ตได้ คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี งบประมาณอยู่ที่ 5 ล้านบาท จึงอยากให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้ามาสนับสนุน" พญ.ภัทรวลัยกล่าว


ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2556 หน้า 10

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.