'รพ.จุฬาฯ'เจ๋งเปลี่ยนลิ้นหัวใจไม่ต้องผ่าตัด-รายแรกของโลก

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2014-07-24 16:50
แท็ก 
รูปทีมแพทย์กำลังผ่าตัดคนไข้
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
PDF
624.07 KB
ดาวน์โหลด
171 ครั้ง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
"โรคหัวใจกำเริบ เลิฟ ละ ละ เลิฟ เลิฟ เลิฟ ดูสิมันกำเริบ เลิฟ ละ ละ เลิฟ ยู..."ท่อนหนึ่งจากเพลงสุดฮิต "Love Love" ในอดีตของคู่หูดูโอ "โฟร์-มด" ที่ได้สร้างอาการโรคหัวใจกำเริบ "รัก" ให้กับหนุ่มๆ ทั่วฟ้าเมืองไทย ที่ต่างพากันหัวใจอ่อนระทวย เต้นไม่เป็นจังหวะ เกิดอาการ ปิ๊ง ปิ๊ง ยามที่ต้องเผชิญกับความสดใสที่มาพร้อมกับรอยยิ้มและท่าเต้นแสนน่ารัก อยากจะเป็นโรค "หัวใจ" แบบไม่รู้จักหาย กำเริบแล้วกำเริบอีกอย่างมีความสุข...
จำนวนผู้อ่าน
639

           รพ.จุฬาฯเจ๋ง พัฒนานวัตกรรมเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ไม่ต้องผ่าตัดสำเร็จรายแรกของโลก เผยใช้ลิ้นหัวใจชนิดไฮดรา ผลิตในไทย คาดราคาถูกกว่าลิ้นนำเข้า ช่วยผู้ป่วยสูงอายุลดความเสี่ยงจากการผ่าตัด-ผู้ป่วยกลับบ้านได้เร็ว ชี้หากบรรจุเข้าสิทธิประโยชน์ ช่วยเข้าถึงการรักษามากขึ้น

          เมื่อวานนี้ (23 ก.ค.) รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวการพัฒนานวัตกรรมชิ้นใหม่ "การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด" ว่า ศูนย์หัวใจ รพ.จุฬาลงกรณ์ได้มีการคิดค้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด (Transcatheter Aortic Valve Implantation - TAVI) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อลดภาวะแทรกซ้อน ลดความเสี่ยงอันเกิดจากการผ่าตัด ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้รวดเร็ว

          ด้าน ศ.นพ.วิชัย เบญจชลมาศ หัวหน้าศูนย์โรคหัวใจ รพ.จุฬาฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศูนย์โรคหัวใจได้นำเสนอการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเป็นสถานที่ที่ทำการถ่ายทอดสดผ่านดาวเทียม การทำหัตถการสวนหัวใจเพื่อรักษาผู้ป่วยโครงสร้างหัวใจผิดปกติในการประชุม Cardiac Structural Intervention(CSI) 2014 ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต สาธารณรัฐเยอรมัน ดำเนินการด้วยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ Chula TAVI ทีม ซึ่งประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ

          อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการดำเนินการยังค่อนข้างสูงและยังไม่มีอยู่ในสิทธิการรักษาพยาบาลของสิทธิประกันสังคม ข้าราชการและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ดังนั้น หากบรรจุเรื่องนี้เข้าไปอยู่ในสิทธิประโยชน์ก็น่าจะช่วยผู้ป่วยได้มาก โดยปัจจุบันราคาลิ้นชนิดคอร์ วาล์ว และเซเปียน วาล์วที่นำเข้าจากต่างประเทศอยู่ที่ 1 ล้านบาท

          รศ.นพ.สุพจน์ ศรีมหาโชตะ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ ฝ่ายอายุรศาสตร์ กล่าวว่า ศูนย์โรคหัวใจได้มีโอกาสแสดงการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัด ถือเป็นรายแรกของโลกที่ใช้ลิ้นหัวใจชนิดไฮดรา ซึ่งเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นเองในประเทศไทย ทำให้มีราคาถูกกว่าชนิดที่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่เนื่องจากยังอยู่ในช่วงพัฒนาลิ้นชนิดไฮดรา จึงยังไม่สามารถระบุราคาที่แน่นอน

          ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่เป็นลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบพบได้ในผู้ป่วยสูงอายุ ที่มีสาเหตุเกิดจากความเสื่อมของลิ้นหัวใจโดยมีหินปูนเกาะ ทำให้การเปิดปิดของลิ้นหัวใจผิดปกติ ในประเทศไทยไม่มีรายงานสถิติผู้ป่วยที่แน่ชัด แต่ในต่างประเทศทั่วโลก พบว่าผู้ที่อายุ 70 ปี มีอัตราป่วยราว 50-60 %  ผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยง่าย เจ็บหน้าออก เป็นลมหมดสติและหัวใจวาย ในการวินิจฉัยจะอาศัยการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ เพื่อประเมินภาวะการตีบแคบของลิ้นหัวใจ

          "การรักษาในปัจจุบันที่เป็นมาตรฐาน คือ การผ่าตัดเปิดหน้าอกเพื่อเปลี่ยนลิ้นหัวใจ แต่เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ที่มักจะมีโรคประจำตัวอื่นหลายโรคร่วมด้วย จึงมีความเสี่ยงต่อการผ่าตัดสูง โอกาสเสียชีวิตขณะผ่าตัดอาจสูงถึง 10-30% ทำให้ผู้ป่วยอย่างน้อย 30% ไม่ได้รับการรักษา"

          สำหรับในประเทศไทยข้อมูลจากสมาคมศัลยศาสตร์ทรวงอกแห่งประเทศไทยรายงานว่าปี 2551 มีการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกแก่ผู้ป่วยอายุมากกว่า 80 ปีเพียง 9 ราย อายุ 71-80 ปี 61 ราย การเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เอออร์ติกผ่านสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัด จึงเป็นอีกทางเลือกเพื่อลดภาวะแทรกซ้อนและความเสี่ยงอันเกิดจากการผ่าตัดได้


          ขณะที่ นพ.วศิน พุทธารี แพทย์หน่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ฝ่ายอายุรศาสตร์ กล่าวว่า ก่อนจะทำการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ แพทย์จะทำการประเมินความเสี่ยงของผู้ป่วย หากพบว่าใช้การผ่าตัดหน้าอกที่เป็นมาตรฐานการรักษาในปัจจุบันแล้วมีความเสี่ยงมากขึ้น ก็จะใช้วิธีการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกตีบผ่านสายสวน โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งกระทำโดยการสอดใส่สายสวนที่ส่วนปลายมีลิ้นหัวใจเข้าไปทางเส้นเลือดตำแหน่งต่างๆ ที่ใช้บ่อยสุด คือ เส้นเลือดแดงใหญ่ที่ต้นขาหนีบ  หรือเส้นเลือดไหปลาร้าข้างซ้าย หรืออาจจะเข้าทางหน้าอกโดยตรงแต่จะเป็นเพียงแผลขนาดเล็ก เพื่อนำลิ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการเพื่อช่วยให้ลิ้นทำงานเปิด ปิดได้ปกติ ซึ่ง รพ.จุฬาฯ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2553 จนถึงปัจจุบันดำเนินการไปแล้ว 31 ราย จากการติดตาผลการรักษาผู้ป่วยนานกว่า 6 เดือน ซึ่งในจำนวนนี้ 25 รายเกินกว่า 2 ปี พบว่า เสียชีวิต 2 รายจากโรคไตวาย ไม่มีภาวะแทรกซ้อนทางสมอง ใส่เครื่องกำกับการเต้นของหัวใจ 3 ราย ภาวะหัวใจล้มเหลวต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล  2 ราย โรคถุงลมโป่งพองกำเริบ 1 ราย และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจากโรคอื่นๆ 4 ราย

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 หน้า 16

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.
Refresh Type the characters you see in this picture. กรอกตัวอักษรหรือตัวเลขที่คุณเห็น ถ้าไม่สามารถอ่านได้ให้ทำการโหลดหน้านี้อีกครั้ง (ข้อมูลที่คุณกรอกไว้อาจหาย)  Switch to audio verification.