กรรมาชีพบักโกรกหนี้อ่วม ป่วยเรื้อรัง

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2014-05-02 10:17
แท็ก 
รูประกอบเป็นรูปกรรมกรก่อสร้าง กำลังสร้างอาคาร
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ตามนโยบายเร่งด่วนของ คสช. ที่ผ่อนปรนให้กระทรวงมหาดไทยออกบัตรประจำตัวชั่วคราว อายุ 60 วัน ให้แก่แรงงานดังกล่าว ที่ศูนย์พักรอ แบบไม่พักค้างรอนายจ้างมารับ ที่ จ.สระแก้ว ตราด สุรินทร์ และศรีสะเกษ ทาง สธ.ได้ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและ รพ.ในจังหวัดปลายทางที่จะมีชาวกัมพูชาเดินทางไปทำงาน เปิดศูนย์บริการเบ็ดเสร็จในจุดเดียวให้บริการการตรวจสุขภาพและขายบัตรประกันสุขภาพแก่แรงงานต่างด้าว
จำนวนผู้อ่าน
397

          ผ่านไปอีก 1 ปี สำหรับวันแรงงานแห่งชาติ หรือวันกรรมกรสากล ซึ่งเป็นวันหยุดของเหล่าแรงงาน และมีธรรมเนียมปฏิบัติที่จะต้องเดินขบวนยื่นข้อเรียกร้องประจำปีแก่รัฐบาล เพื่อให้ปรับปรุงนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกจ้าง  เมื่อยื่นข้อเรียกร้องเสร็จสิ้นวันต่อไปก็กลับไปทำงานงกๆ กันต่อไป โดยที่ข้อเสนอต่างๆ ถูกเพิกเฉย ลูกจ้างยังคงไร้อำนาจต่อรอง มีรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพเหมือนเดิม

          หากจำกันได้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจ สถานภาพแรงงานไทยที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทพบว่ามีแรงงานถึง 93.7% ที่เป็นหนี้เฉลี่ยครัวเรือนละ 1.06 แสนบาท เป็นตัวเลขสูงสุดในรอบ 6 ปี
          ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า แรงงานมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย โดยมีสาเหตุจากราคาสินค้าที่แพงขึ้นดอกเบี้ยและน้ำมันแพงขึ้น ผลสำรวจยังพบว่าแรงงานต้องการให้เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 388.25 บาท/วันเพื่อสะท้อนถึงภาวะค่าครองชีพที่แท้จริงจากนั้นเพิ่มเป็น 498 บาท ใน 3 ปีข้างหน้า และเพิ่มเป็น 579 บาท ในอีก 5 ปี
          นอกจากรายได้ไม่พอจ่ายแล้ว แรงงานไทยยังมีปัญหาสุขภาพย่ำแย่อีกด้วย

          นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า ไทยมีประชากรที่มีงานทำ38 ล้านคน อยู่ในภาคเกษตรกรรม 13 ล้านคน และอีก 25 ล้านคน อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการและอื่นๆซึ่งกว่า 10% ของแรงงานทั้งหมด หรือเกือบ 4 ล้านคน ป่วยเป็นโรคเรื้อรังมากที่สุด คือโรคหัวใจและหลอดเลือด รองลงมาคือ เบาหวานและโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง  ขณะที่ผลสำรวจภาวะสุขภาพของแรงงานภาคเกษตรกรรม ก็พบว่ามีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างในเลือดถึง 30%

          ข้อมูลข้างต้นสะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตชนชั้นแรงงานได้ชัดเจน แม้แต่ในยุคที่รัฐบาลจะป่าวประกาศว่าขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ทำให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นก็ตาม
          ทั้งนี้ หากพิจารณาข้อเสนอวันแรงงานในปีนี้ไม่ว่าจะของกลุ่มสภาองค์การลูกจ้าง ซึ่งจัดกิจกรรมที่สนามหลวง หรือกลุ่มคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) ซึ่งจัดกิจกรรมหน้ารัฐสภา จะพบว่าข้อเสนอหลักๆ แทบไม่แตกต่างกัน และเป็นข้อเสนอเดิมๆ ทุกปี
          อาทิ การเรียกร้องให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 อย่างเร่งด่วน ซึ่งการรับรองอนุสัญญาดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างการรวมตัว รวมกลุ่มจัดตั้งสหภาพต่อรองเจรจาผลประโยชน์กับนายจ้าง ข้อนี้เรียกร้องกันมาทุกปี แต่รัฐบาลก็ไม่เคยปฏิบัติ
          การตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้กับลูกจ้างในกรณีที่สถานประกอบกิจการปิดกิจการ เลิกจ้าง ไม่จ่ายค่าชดเชย เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงในการทำงานเพราะมักจะมีปัญหาลูกจ้างถูกเลิกจ้างแล้วโดนเบี้ยวเงินชดเชย ต้องใช้วิธีฟ้องร้องต่อศาลแรงงาน ซึ่งกว่าจะเสร็จกระบวนการก็ใช้เวลานาน แรงงานไม่มีเงินใช้ระหว่างสู้คดี เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในข้อเรียกร้องวันแรงงานปีก่อน แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม

          นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการปฏิรูประบบประกันสังคมเป็นองค์กรอิสระ มีความโปร่งใสในการดำเนินการ มีมืออาชีพมาบริหารกองทุน ตลอดจนขยายสิทธิผู้รับงานไปทำที่บ้านเข้าเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 ก็เป็นอีกข้อที่ขบวนการแรงงานเรียกร้องมานานหลายปี ทว่ารัฐก็เพิกเฉยถึงขนาดที่ว่ามีการล่ารายชื่อเสนอร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ประกันสังคม ซึ่งยกร่างโดย ผู้ใช้แรงงาน รัฐสภาก็ตีตกตั้งแต่วาระ 1 ในชั้นรับหลักการ  ไม่ต้องพูดถึงเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำซึ่งมีการเรียกร้องให้ปรับขึ้นกันทุกปี แต่เมื่อปรับขึ้นแล้วก็ไม่ทันกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงตามเช่นกัน รวมไปถึงคำจำกัดความของค่าจ้างขั้นต่ำ ที่ฝ่ายแรงงานเรียกร้องให้ใช้นิยามขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ซึ่งค่าจ้างขั้นต่ำหมายถึง ค่าจ้างแรกเข้าที่มีรายได้พอเพียงเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัวอีก 2 คน แต่ในเมืองไทยคือค่าจ้างสำหรับลูกจ้างเพียงคนเดียวเท่านั้น

          เห็นได้ว่า ไม่ว่าวันแรงงานจะผ่านไปกี่ปี กลุ่มแรงงานก็ยังมีปัญหาเรื่องรายได้สุขภาพ และสวัสดิการสังคมตลอดมา ข้อเรียกร้องที่ออกมาจึงเหมือนเดิม  หรือแม้แต่การเดินขบวนแสดงพลังในวันแรงงานแห่งชาติ จากเดิมที่มาจากอุดมการณ์การต่อสู้กับนายทุน เพื่อเรียกร้องสิทธิและสวัสดิการที่ควรมีควรได้กลับกลายเป็นเพียงพิธีกรรมประจำปี มีแต่รูปแบบการแสดง การละเล่นสนุกสนานบันเทิงต่างๆ  แต่ไม่ได้สืบทอดอุดมการณ์การต่อสู้ของชนชั้นแรงงานมาด้วย...

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หน้า 6

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.