น้องหนูว่ายน้ำเป็นไหม

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2014-04-16 20:44
แท็ก 
รูปประกอบเป็นเด็กหลายคนหัดว่ายน้ำ กำลังเกาะขอบสระและเอาขาตีน้ำ
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
PDF
546.04 KB
ดาวน์โหลด
238 ครั้ง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
หากตัวเราเป็นผู้ประสบภัย และว่ายน้ำไม่เป็น เราจะเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้อย่างไร
จำนวนผู้อ่าน
736

          วันหยุดสุดท้ายเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างเดินทางกลับ หากน้องหนูไปกับครอบครัว มีคุณพ่อเป็นคนขับรถ คอยดูแลท่านให้ขับรถระมัดระวัง ชวนท่านคุยมั่ง แล้วหมั่นให้คุณพ่อพักระหว่างทาง เผื่อว่าจะได้เข้าห้องน้ำ ยืดเส้นยืดสาย พอคลายเมื่อย คลายเหนื่อย

          ช่วงนี้เป็นช่วงปิดภาคเรียน น้องหนูที่มีเวลาว่าง กิจกรรมหนึ่งที่ขอแนะนำให้เรียนคือ "ว่ายน้ำ" เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มติชน หน้าประชาชื่น เสนอรายงานเรื่อง "เด็กจมน้ำ" มหันตภัยหน้าร้อน "3 นาที 15 เมตร" ทักษะชีวิต รู้ไว้ไม่ตาย ! พี่ที่นำข้อมูลมานำเสนอคือ จันทรพิมพ์ ศุกรสุต


          ตามสถิติในรอบ 11 ปี ระหว่างปี 2546-2556 พบเด็กจมน้ำเสียชีวิตในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม มากที่สุด เฉลี่ยวันละ 4 คน ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 15 ปี  เรื่องของน้ำกับเด็กเป็นของคู่กันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เด็กเจอน้ำไม่ได้ เป็นต้องปรี่เข้าไปเล่น แม้เพียงน้ำเปียกบนพื้น มีโอกาสเป็นต้องเอามือไปลูบเล่น เจอน้ำบนพื้นมากหน่อย เดินผ่านยังแวะเข้าไปเตะเล่น ไม่ต้องพูดถึงน้ำในสระ ในคลอง ที่น้องหนูมีโอกาสผ่านไปตรงนั้น ติดกับสำนักงานมติชน ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ชอบไปมองผ่านหน้าต่างสำนักงานดูน้องหนูเรียนว่ายน้ำในสระของกรุงเทพมหานคร บางวันตั้งแต่เช้ายันเย็น เสียงน้องหนูเรียนและเล่นว่ายน้ำเจี๊ยวจ๊าว เกือบเต็มสระ บางวันมีเฉพาะช่วงเช้า บางวันมีเฉพาะช่วงบ่ายยันเย็น ส่วนช่วงเช้าเย็น มีผู้ใหญ่ทั้งชายหญิงไปออกกำลังกายว่ายน้ำเป็นประจำจำนวนหนึ่ง

          อาจารย์แสงไทย มีสุนทร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำตัวเลขมาแสดงการว่ายน้ำเป็นว่ามีเพียงร้อยละ 27 ของคนไทยทั่วประเทศ ปัญหาหนึ่งคือครูว่ายน้ำมีจำนวนน้อย
          รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก บอกว่าสถิติการเสียชีวิตของเด็ก อันดับ 1 มาจากการจมน้ำ ในรอบ 11 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 42 ของเด็กทั่วประเทศ กลุ่มเด็กที่จมน้ำแล้วเสียชีวิตกลุ่มอายุ 5-9 ขวบ ร้อยละ 59 อายุสูงกว่า 9 ขวบขึ้นไป เสียชีวิตลดลงเพียงร้อยละ 12

          จุดเสี่ยงคือแหล่งน้ำขนาดเล็กในชุมชนใกล้บ้านเด็ก แอ่งน้ำบริเวณใกล้เคียงในชุมชน โดยเฉพาะในช่วงปิดภาคเรียน เด็กมีอัตราการตายสูงสุด
          คุณหมอบอกด้วยว่า การรณรงค์ป้องกันเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กเล็กถึง 7 ปี มียุทธศาสตร์ทักษะความปลอดภัยทางน้ำ 5 ประการที่เรียกว่า "โครงการ 3 นาที 15 เมตร" คือ
          1.การรู้จักจุดเสี่ยง

          2.การลอยตัวให้ได้ 3 นาที (คือการลอยตัวแบบคว่ำ อาทิ ท่าปลาดาว ท่าแมงกะพรุน และท่าลอยตัวแบบนอนหงาย รวมทั้งใช้ท่าลูกหมาตกน้ำ)
          3.การว่ายน้ำจากท่าลอยตัวเพื่อเข้าเกาะขอบฝั่งให้ได้ 15 เมตร
          4.การช่วยเหลือจากผู้อื่น ด้วยการตะโกน โยน ยื่น (เช่น ขวดน้ำดื่ม รองเท้าแตะฟองน้ำ)
          5.เมื่อต้องเดินทางโดยทางน้ำให้ใช้เสื้อชูชีพ


          การเดินทางทางเรือ ไม่ว่าระยะใกล้หรือไกล คนไทยไม่ค่อยนิยมสวมเสื้อชูชีพ ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ บางคนคิดว่าว่ายน้ำเป็น เกิดความประมาท หากต้องมีการเดินทางโดยทางเรือ ถ้าไม่สวมเสื้อชูชีพ ขอให้รู้ว่าเสื้อชูชีพอยู่ตรงไหน เมื่อมีอุบัติเหตุ เกิดขึ้นไม่ว่ากรณีใด จะได้หยิบคว้าเสื้อชูชีพมาใช้ได้ทันที

          ประการสำคัญ ใครที่มีลูกเล็กเด็กแดง ขอได้โปรดพาน้องหนูไปเรียนว่ายน้ำตามแห่งหนที่มีสระและมีครูสอน ในกรุงเทพฯ มีหลายแห่งใกล้บ้าน ส่วนต่างจังหวัดอาจมีไม่มากนัก  เห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขร่วมมือกับหลายหน่วยงานจัดโครงการวัคซีนป้องกันเด็กจมน้ำ ขณะนี้มีครูฝึกประมาณ 500 คน มีสระว่ายน้ำเคลื่อนที่มาตรฐานกระจายไปทุกอำเภอ และตามโรงเรียน ปีนี้ตั้งเป้าลดจำนวนเด็กจมน้ำช่วงอายุ 5-9 ขวบ และเด็กโตให้เหลือร้อยละ 30 ได้หรือไม่ได้อย่างไร ก็ต้องเร่งดำเนินการ

บางกอกเกี้ยน   bangkokian@matichon.co.th
ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2557 หน้า 18

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.