อ.อาหารสำคัญแค่ไหน

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2014-07-07 10:59
แท็ก 
รูปอาหารหลายประเภท
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
PDF
596.78 KB
ดาวน์โหลด
208 ครั้ง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
จากรายงานการสำรวจสภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชนไทย พบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา...
จำนวนผู้อ่าน
291

          เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า เคล็ดไม่ลับไปสู่ความสำเร็จของการมีสุขภาพดีประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ อาหาร การออกกำลังกาย และอารมณ์ ซึ่งทั้ง 3 ปัจจัยนี้ เป็นประโยชน์ทั้งในผู้ที่ยังแข็งแรง และผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ

          วันนี้จะมาเจาะลึกลงไปในเรื่องของอาหาร ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย เพราะเป็นเรื่องที่พวกเราประสบกับตัวเองมาทุกวันตลอดชีวิต แต่กลับกลายเป็นเรื่องที่ปฏิบัติให้ถูกต้องเหมาะสมได้ยาก ซึ่งถ้าจะพิจารณาให้ลึกซึ้งแล้ว ก็จะเข้าใจได้ว่า ปฏิบัติตามไม่ง่ายจริงๆ ไม่เช่นนั้น เราจะไม่พบผู้ป่วยที่ทั้งขาดอาหารและทั้งน้ำหนักเกิน รวมทั้งเป็นโรคเรื้อรังที่มีเรื่องของอาหารเป็นส่วนประกอบ เช่น โรคเบาหวานเป็นต้น

          ประชาชนทั่วไป รวมทั้งผู้ป่วยมักมีคำถามในทางปฏิบัติในเรื่องนี้จำนวนมาก ที่สมควรนำมาเผยแพร่ และอธิบายให้เข้าใจ เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง เช่น เราจะเลือกรับประทานอย่างไร มื้อไหนมาก มื้อไหนน้อย อาหารประจำวันควรรับประทานอะไรเพื่อให้สุขภาพดี ฯลฯ เพื่อจะตอบคำถามเหล่านี้ให้ผู้อ่านหรือรับฟังเข้าใจได้ จะขอปูพื้นฐานสั้น ๆ ที่คิดว่า ถ้าเข้าใจแล้ว จะเป็นการตอบคำถามต่าง ๆ เหล่านั้นไปในตัวด้วย
          มนุษย์เราต้องรับประทานอาหารไปเพื่อ 1) เป็นเชื้อเพลิงไปสร้างพลังงานให้อวัยวะทุกชิ้นทำงานได้  2) อาหารจะไปเสริมสร้างร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยเด็กและหนุ่มสาวจะเห็นชัดเจน  3) ในวันสูงอายุและวัยอื่นๆ อาหารถูกใช้ไปเพื่อทดแทน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อาหารที่เราแบ่งเป็น 5 หมู่นั้น ต่างมีบทบาทในการทำหน้าที่ในทั้ง 3 หน้าที่แตกต่างกัน ทั้ง 5 หมู่ จึงล้วนมีประโยชน์ทั้งสิ้น ถ้ามนุษย์รับประทานอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม อาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ก็จะเป็นประโยชน์เต็มที่ แต่ถ้าบางส่วนมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ก็อาจทำให้การทำงานของร่างกายรวนเร ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคได้

          ด้วยพื้นฐานข้างต้น นำไปสู่เหตุผลของคำแนะนำให้รับประทานมื้อเช้าและกลางวันให้มากเพียงพอ เพื่อใช้เป็นพลังงานในการปฏิบัติงานประจำวัน ซึ่งต้องใช้พลังงานจำนวนมาก สำหรับอวัยวะต่าง ๆ เช่น กล้ามเนื้อและสมอง ฯลฯ อาหารไทย-จีนที่เป็นอาหารประจำวันของคนไทย ล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยอาหารทั้ง 5 หมู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารจานด่วนของไทย เช่น ข้าวราดแกง ยำ ผักจิ้ม อาหารประเภทเส้นต่าง ๆ สามารถหาเลือกรับประทานได้ง่ายโดยทั่วไป แม้ชีวิตในเมืองจะเร่งรีบ สำหรับมื้อเย็นเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังจะพักผ่อน จึงควรรับประทานที่ปริมาณไม่มาก ไม่สร้างพลังงานสูงและย่อยง่าย เช่น ผัก สลัด ผลไม้ น้ำซุป แกงจืด หรืออาจเสริมข้าวหรือแป้งจำนวนไม่มาก เพื่อให้ระบบย่อยอาหารไม่ต้องทำงานหนักในช่วงที่ร่างกายต้องพักผ่อน และไม่มีพลังงานส่วนเกินจากอาหาร ซึ่งถ้ามีพลังงานส่วนเกิน ร่างกายจะนำไปเก็บไว้ในรูปของไขมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไขมันที่เก็บไว้ในเนื้อเยื่อในช่องท้อง ซึ่งสังเกตง่ายในคนที่อ้วนลงพุง หรืออ้วนบริเวณกลางลำตัว ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด|

          ความเชื่อตามคำสั่งสอนในพุทธศาสนาที่ให้ยืดทางสายกลาง และคำว่า "พอเพียง" ยังคงนำมาใช้ได้ดีในเรื่องของการรับประทานอาหาร  นอกจากนี้ ยังต้องมีสติรู้ตัวตลอดเวลาที่รับประทานอาหาร  ที่สำคัญ อาหารที่รับประทานแต่ละวันควรประกอบด้วย "ผักครึ่งหนึ่ง อย่างอื่นครึ่งหนึ่ง" ตามที่กระทรวงสาธารณสุขรณรงค์ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการมีสุขภาพดีครับ

นพ.สราวุฒิ สนธิแก้ว

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557 หน้า 22
  

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.