เตือน!!! ระวังโรคปอดชื้น ที่มาพร้อมลมหนาว

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
pawinee
เมื่อวันที่
2014-11-19 10:04
แท็ก 
เตือน!!! ระวังโรคปอดชื้น ที่มาพร้อมลมหนาว
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
แอร์ที่ใช้กันเพื่อคลายร้อนในเวลากลางวันและกลางคืน อาจแฝงไปด้วยภัยร้าย เพราะในแอร์ มีความชื้น ทั้งตัวแอร์และท่อของแอร์ที่ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย ไวรัสหรือเชื้อรา โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลา ซึ่งหากหายใจเอาฝอยละอองน้ำที่มีเชื้อนี้ปนเปื้อนเข้าไปจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้
จำนวนผู้อ่าน
3433

ก้าวเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว หลายพื้นที่คงสัมผัสถึงความหนาวเย็นของอากาศในช่วงเช้าที่เริ่มพัดผ่านเข้ามาเรื่อยๆทำให้ระดับอุณหภูมิต่ำลงเรื่อยๆ และเมื่ออากาศเย็นลงความชื้นในอากาศก็เพิ่มสูง ทำให้เอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรค ไวรัส และแบคทีเรีย ซึ่งอาจแอบแฝงมากับอากาศที่เราหายใจเข้าไป เราจึงไม่ควรนิ่งนอนใจกับการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อลดโอกาสในการเกิดโรคที่จะตามมา 

         พญ.ปรารถนา ศรีสร้างทอง อายุรแพทย์ระบบทางเดินหายใจและปอด โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า ความชื้นที่มากับอากาศในช่วงฤดูหนาวอาจนำมาซึ่งเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย ที่แอบแฝงมากับอากาศ ซึ่งปอดของเรานั้นเป็นอวัยวะที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ และเป็นแหล่งที่ปราศจากเชื้อโรค หากเราสูดหายใจเอาไวรัสหรือแบคทีเรียผ่านเข้าไปถึงปอดเข้าใปในกระแสเลือด ส่งผลทำให้เกิดอาการปอดอักเสบ บวมชื้น และส่งผลต่อระบบการทำงานของร่างกายในที่สุด
        
        โรคปอดชื้นหรือปอดอักเสบนั้น คือสภาวะที่ปอดเกิดการอักเสบติดเชื้ออาจเกิดได้จากเชื้อหลายชนิด นับตั้งแต่ตระกูลไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ซึ่งอาศัยอยู่ในอากาศ ที่สำคัญและพบมากคือโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโม หรือ คอคัส นิวโมเนีย (Pneumococcal Pneumonia) แหล่งของโรค ส่วนมากพบในเด็กและผู้สูงอายุ โรคปอดชื้นและปอดอักเสบนั้นเกิดได้ทุกฤดูกาล แต่จะพบมากในช่วงฤดูหนาวโดยมีผู้ป่วยเป็นพาหะ สามารถติดต่อได้หลายทางไม่ว่าจะเป็นทางจมูก ลำคอ ลงไปที่ปอด ซึ่งได้รับเชื้อจากละอองน้ำมูก และเสมหะของผู้ที่ใช้ของร่วมกัน โดยมีระยะฟักตัว 1-3 วัน อาจนานถึง 7 สัปดาห์ในบางราย แต่ตราบใดที่ยังมีเชื้ออยู่ในน้ำมูก น้ำลายและเสมหะของผู้ป่วย ย่อมสามารถติดต่อไปสู่คนอื่นได้ แต่ปกติแล้วร่างกายจะมีความต้านทานโรคในระดับหนึ่ง แต่หากอยู่ในสภาวะที่ร่างกายเปียกชื้น หนาว อ่อนเพลียและดื่มสุรา สูบบุหรี่จัดติดต่อกัน พักผ่อนน้อย ความต้านทานโรคก็จะลดลงไป
        
        อาการของโรคปอดชื้น ปอดอักเสบนั้นจะเริ่มจากการมีไข้สูง ตัวร้อนจัด ร่วมกันอาการหายใจหอบคล้ายคนเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจมีอาการหนาวสั่น เจ็บบริเวณหน้าอก และอาจมีโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ทอนซิลอักเสบ หัด ไข้สุกใส ไอกรน หรือถ้าหนักมากๆ อาจถึงขั้นมีน้ำในช่องปอด มีหนองในปอด ร่วมกับการอุดตันของหลอดลม ปวดชื้นเป็นโรคหนัก รุนแรงเป็นอันตรายถึงขึ้นชีวิตได้ หากพบว่าตัวเองนั้นเริ่มมีอาการเป็นไข้สูง ไอ เจ็บหน้าอก หายใจติดขัดควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีอย่างปล่อยทิ้งไว้นาน
        
        พญ.ปรารถนา กล่าวอีกว่า ในฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นเยื่อบุจมูกของเราจะค่อนข้างแห้ง เพราะฉะนั้นระบบภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคหรืออากาศก็จะน้อยลง เราจึงควรรักษาร่างกายของเราให้อบอุ่นอยุ่เสมอด้วยการสวมเสื้อผ้าที่ป้องกันความหนาวเย็น ดื่มน้ำอุ่นเพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้กับร่างกาย รับประทานอาหารที่ให้พลังงาน จำพวกแป้ง ไขมัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และหากเลี่ยงการดื่มสุราแก้หนาว อย่าผิงไฟในที่อับ ระวังอย่านอนในที่ที่มีลมโกรกโดยไม่สวมใส่เสื้อผ้าป้องกัน หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินหายใจ และหากพบว่าตัวเองเป็นหวัดควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจายไปสู่บุคคลอื่น

ข้อมูลจาก : ผู้จัดการออนไลน์

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.